@.อ่านละคร.นาคี.นางอาย.ดวงใจพิสุทธิ์.@

อ่านละคร บ่วงบาป ตอนที่ 8/3 วันที่ 18 ก.พ. 56


อ่านละคร บ่วงบาป ตอนที่ 8/3 วันที่ 18 ก.พ. 56

“คุณป้าต้องจัดการให้รำพึงนะคะ หากเรื่องนี้รู้ถึงหูเจ้าคุณพ่อล่ะก็...”
รำพึงแสร้งปล่อยโฮสะอื้นไห้ คุณหญิงเหมือนถูกขู่ แต่เก็บอาการ
“ป้ารักความยุติธรรม แล้วก็รู้ดีว่าอะไรควร ไม่ควร เพราะฉะนั้น ขอให้หนูรำพึงอย่ากังวลเรื่องนี้”
รำพึงแอบอึ้ง แต่ก็ก้มกราบ
“กราบขอบพระคุณคุณป้าที่กรุณาต่อรำพึงเจ้าค่ะ”

คุณหญิงมณีถอนใจอย่างเซ็งๆ รำพึงรูสึกว่าเป็นผู้ชนะ
เรือนพระยาเทวราชยามค่ำ ภายในห้องนอน รำพึงตาวาว เพ่งมองใบหน้าสวยของตัวเองในกระจกอย่างพึงใจก่อนกัดฟันถาม


“ผู้หญิงที่งามไม่มีที่ติอย่างข้า มีอะไรที่ด้อยกว่านังทาสชั้นต่ำอย่างนังชุ่มบ้างห๊า...นังจวง”
“ตายจริง! ทูนหัวของบ่าว นึกยังไงถึงได้เอาตัวไปเปรียบเทียบกับสวะอย่างนังชุ่มเจ้าคะ”
“ก็สวะอย่างนังชุ่มนั่นน่ะที่คุณพี่พิทักษ์ถึงกับยอมลดตัวไปเกลือกกลั้ว ของสวยงาม หอมหวานอย่างข้ากลับไม่กิน ดันเลือกจะกินสวะ”
“นั่นสิเจ้าคะ! คนอะไร...ประหลาดจริงๆ”
“นังจวง!”
จวงสะดุ้งขาน
“เจ้าขา”
“ข้าถาม เอ็งยังไม่ได้ตอบ ตกลงข้ามีอะไรที่ด้อยกว่านังชุ่ม”
จวงตอบทันที
“ไม่มีเจ้าค่ะ! ทูนหัวของบ่าวงดงามหาที่ติมิได้ ทั้งสวยกว่า ขาวกว่า งามสง่า รูปร่างหน้าตากินขาด ที่สำคัญ เกิดมาในชาติตระกูลสูงส่ง สิริรวมแล้วเหนือกว่าทุกข้อเจ้าค่ะ”
รำพึงยิ้มพอใจก่อนจะปรี๊ด
“แต่ทำไมคุณพี่ถึงไม่รักข้า”
“โอย...ไม่จริงเจ้าค่ะ ใครๆ ก็รุมรักรุมแย่งทูนหัวของบ่าวกันทั้งนั้น ทั้งท่านขุนพิทักษ์ ทั้งท่านขุนไว”
“แต่วันนี้เอ็งก็เห็นอยู่ว่าคุณพี่พิทักษ์รักนังชุ่มมากกว่าข้า”
จวงอึ้งไป
“นั่นน่ะสิ เอ๊ย!...ไม่ใช่เจ้าค่ะ จวงหมายถึงว่า..มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล หรือว่า...นังชุ่มมันจะเล่นของ”
“เล่นของ”
“เจ้าค่ะ...น้ำหน้าอย่างมันถ้าไม่เล่นของ มีรึท่านขุนพิทักษ์จะรักมันลง...แหวะ”
รำพึงคิดแล้วบอก
“นังจวง!”
“เจ้าขา”
“เอ็งต้องจับตานังชุ่มไว้ให้ดี สืบด้วยว่ามันเล่นของจริงรึเปล่า ได้เรื่องยังไงต้องรีบมารายงานข้า”
“เจ้าค่ะ! จวงจะรีบเจ้าค่ะ”
รำพึงตาวาว
“นังชุ่ม!”

คืนนั้น ที่เรือนทาส ชุ่มก้มลงกระซิบขุนพิทักษ์ที่นอนหลับอยู่
“ท่านขุน ท่านขุน ตื่นเถอะเจ้าค่ะ”
ขุนพิทักษ์รู้สึกตัวตื่นก็รวบตัวกอดชุ่มแน่น
“อะไรกัน...เจ้านี่ กวนใจข้าซะจริง อย่างนี้ต้องลงโทษให้หนัก”
ขุนพิทักษ์จะจูบ ชุ่มเบี่ยงตัว
“พอเถอะเจ้าค่ะ ดึกแล้ว ท่านไม่ควรจะอยู่ที่นี่แล้วนะเจ้าคะ”
“ทำไม ข้าจะอยู่จนเช้าเลย ใครจะทำไม”
“พรุ่งนี้เช้า...เป็นพิธีแต่งงานของท่านขุนกับคุณรำพึงนะเจ้าคะ”
ต่างคนต่างอึ้งไป ซักพักขุนพิทักษ์รวบตัวชุ่มมากอดไว้
“ไม่ต้องห่วงนะชุ่ม ไม่ว่าตัวข้าจะอยู่กับใคร แต่หัวใจข้าจะอยู่กับเจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น”
ชุ่มนิ่งอย่างเจียมตน ข่มความน้อยเนื้อต่ำใจไว้ภายในอก

เวลาต่อเนื่องกัน ขุนพิทักษ์เดินขึ้นเรือนมา
“ไปไหนมา”
ขุนพิทักษ์ชะงักหันไปเห็นคุณหญิงมณียืนอยู่กับแจ่ม
“ดึกดื่นป่านนี้ยังมีแก่ใจจะไปไหนต่อไหน ทั้งที่พรุ่งนี้ก็จะเป็นพิธีแต่งงานของลูกแล้วงั้นเหรอพ่อพิทักษ์”
“ลูกยอมแต่งงานกับน้องรำพึง ยังไม่เพียงพออีกเหรอขอรับคุณแม่”
“พ่อพิทักษ์...จากนี้ไป หากจะพูดจะจาอะไรกับหนูรำพึงก็ขอให้คำนึงถึงจิตใจเขาบ้าง อย่างไรซะเขากำลังจะขึ้นชื่อว่าเป็นเมียของเราแล้ว”
ขุนพิทักษ์นึกได้
“รำพึงมาฟ้องคุณแม่ แต่ลูกพูดเรื่องจริงว่าลูกรักชุ่ม คุณแม่อยากให้ลูกพูดโกหกเหรอขอรับ”
คุณหญิงมณีอึ้งและหนักใจ
“จริงอยู่ การพูดโกหกไม่ใช่สิ่งดี แต่บางครั้งถ้าความจริงที่เราพูดแล้วมันไปกระทบใจ ทำร้ายจิตใจคนฟังเขา เราก็น่าจะเก็บเอาไว้ในใจ ไม่ต้องพูดออกไปก็ได้”
“แต่ลูกอยากพูดให้น้องรำพึงรู้ จะได้เลิกวุ่นวายกับชุ่มซะที”
“ถ้ามันจะช่วยให้เลิกวุ่นวายได้จริงๆ แม่ก็จะไม่ขัดพ่อพิทักษ์เลยสักนิด”
ขุนพิทักษ์อึ้งไปก่อนจะโวย

“ลูกไม่เข้าใจพวกผู้หญิงเลยจริงๆ ทำไมชอบทำตัววุ่นวายไม่รู้จักจบสิ้น อยากแต่งก็ยอมแต่งให้แล้ว ยังจะมาเซ้าซี้ไม่เลิกรา”
คุณหญิงมณีปรามขุนพิทักษ์
“ลูกพูดอย่างนั้นมันก็ไม่ถูก ลูกเป็นผู้เริ่มผูกบ่วงนี้ ลูกก็ต้องเป็นผู้แก้ และถ้าแก้ไม่ได้มันก็จะผูกรัดลูกเรื่อยไป พระท่านถึงว่าใครทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้น”
ขุนพิทักษ์เซ็ง
“คุณแม่...แค่นึกถึงวันพรุ่งนี้ที่ลูกจะต้องแต่งงานกับคนที่คุณแม่อยากให้แต่ง ลูกก็ทรมานจะแย่ อย่าให้ลูกต้องฟังเทศน์จากคุณแม่เป็นของแถมอีกเลยนะขอรับ”
พูดจบก็เดินออกไปเลย
คุณหญิงมณีถอนใจ
“เฮ้อ! ดูสิ...ลูกชายข้า! ดูท่าข้าจะได้เวียนหัวไม่รู้จบซะแล้วละมั๊ง...นังแจ่มเอ๋ย”
แจ่มทำหน้าแหย คุณหญิงมณีกลุ้ม

ชุ่มนั่งเศร้าอยู่ที่เรือนทาส คิดถึง... พรุ่งนี้จะเป็นวันที่ขุนพิทักษ์จะแต่งงานกับรำพึง

บรรยากาศงานแต่งงานที่เรือนพระยาเทวราชในยามเช้า ขบวนขันหมากแห่มาสู่ขอเจ้าสาว ผู้คนแขกเหรื่อยิ้มแย้มยินดี แต่สีหน้าขุนพิทักษ์ไร้อารมณ์ บนเรือน พระยาเทวราชอยู่กับคุณหญิงมณี มีขุนพิทักษ์อยู่ใกล้ๆ
พระยาเทวราชบ่นๆ
“ป่านนี้ทำไมรำพึงยังไม่ออกมา”
“เจ้าสาวมาแล้วเจ้าค่ะ”
เสียงแจ่มดังขึ้น ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว ‘รำพึง’ สวยราวกับนางฟ้าก้าวเดินมาหยุดยืนอยู่ โดยมีจวงเสนอหน้าภูมิใจอยู่ข้างๆ ขุนพิทักษ์มองจ้องเหมือนจะตะลึง รำพึงเชิดหน้าหมายจะสะกดขุนพิทักษ์อยู่หมัด แต่ว่าที่สามีกลับเฉยเมย เมินซะอย่างนั้น รำพึงอึ้ง เสียฟอร์มสุดๆ
“พ่อพิทักษ์...ไปรับน้องมาสิลูก”
ขุนพิทักษ์จำใจเดินไปหารำพึง รำพึงจ้องหน้าอย่างโกรธ&น้อยใจ ขุนพิทักษ์ยื่นมือให้ รำพึงกำลังจะยื่นมือให้ขุนพิทักษ์ เสียงขุนไวดังขึ้น
“หยุดเดี๋ยวนี้”
ทุกคนตกใจ หันไปมอง รำพึงตะลึงคิดไม่ถึง
“ขุนไว”
“ไอ้พิทักษ์ เอ็งไม่มีสิทธิ์แตะต้องน้องรำพึง”
ขุนไวปรี่จะเข้ามาหารำพึง พระยาเทวราชรีบออกคำสั่ง
“จับมัน! จับขุนไวไว้เดี๋ยวนี้”
ลูกน้องกรูเข้าล็อกขุนไว
“ปล่อย! ! พระยาเทวราช ปล่อยกระผม! ปล่อยข้า”
“บังอาจ! จ้าเป็นใครบังอาจมาออกคำสั่งกับข้า”
“ไอ้พิทักษ์จะแต่งงานกับน้องรำพึงไม่ได้เพราะน้องรำพึง...”
“หุบปาก!ถ้าเจ้ายังบังอาจพูดจาพล่อยๆ ข้าจะสั่งกุดหัวเจ้าเดี๋ยวนี้”
ขุนไวอึ้ง
“นี่ยังไม่รวมความผิดที่เจ้าขัดคำสั่งข้า เวลานี้เจ้าควรจะต้องไปประจำราชการที่ต่างเมืองตามที่ข้าสั่ง แต่เจ้าบังอาจขัดขืนแถมยังบุกมาอาละวาดในงานมงคลถึงบนเรือนของข้า”
“เพราะเหตุนี้ใช่มั้ย เพราะงานมงคลนี้ใช่มั้ย ท่านถึงได้มีคำสั่งย้ายข้าไปต่างเมือง ท่านมัน...”
พระยาเทวราชแทรกลั่นขึ้นมาทันที
“จับมันไปโบยแล้วคุมตัวไปส่งให้ถึงต่างเมือง อย่าให้กลับมาจนกว่าจะมีคำสั่งข้า!”
ลูกน้องลากตัวขุนไวออกไปทันที
“ไม่! ปล่อยข้า น้องรำพึง..พี่จะต้องมาช่วยน้องรำพึง! ปล่อยข้า! พระยาเทวราช ปล่อยข้า”
รำพึงเก็กหน้าตกใจสุดฤทธิ์ทั้งที่หวั่นใจกลัววิวาห์จะล่ม ขณะที่ขุนพิทักษ์ยิ่งรู้สึกไม่พอใจในตัวรำพึง และไม่อยากแต่งงานอย่างแรง คุณหญิงมณีก็รู้สึกแปลกๆ แขกเหรื่อวิจารณ์กันอื้ออึง พระยาเทวราชประกาศ
“ทุกอย่างเรียบร้อย ขอให้เริ่มพิธีได้ ณ บัดนี้”
รำพึงยิ้มพอใจ ขุนพิทักษ์มองรำพึงแล้วเมิน รำพึงหน้ามึน

งานแต่งงานระหว่างรำพึง และขุนพิทักษ์เป็นไปตามขั้นตอน
ชุ่มนั่งเศร้าเหงาอยู่ที่เรือนทาส สมลอบมองน้องสาว
ขุนไวถูกจับโบยหลังอย่างน่าสงสารจนสลบไป

สุดท้ายสมเดินเข้ามาปลอบน้อง
“ชุ่มเอ๋ย..เกิดเป็นกา อย่าริจะไปอยู่ในฝูงหงส์ เกิดเป็นอีกาก็จงอยู่อย่างอีกาเถอะนะ..น้องพี่!”
ชุ่มสะอื้นโฮๆ ในอ้อมกอดของพี่ชาย

ที่เรือนหอ ขุนพิทักษ์ รำพึงก้มลงกราบเท้าพระยาเทวราช
“ข้ายกลูกสาวข้าให้เจ้าแล้ว เจ้าต้องรักและดูแลรำพึงลูกสาวข้า อย่าให้มีสิ่งใดกระทบใจให้ขุ่นมัว มิฉะนั้น ผลมันจะเป็นอย่างไร เจ้าคงรู้ดีนะขุนพิทักษ์”

รำพึงยิ้มมุมปาก ขุนพิทักษ์ไม่พอใจคำขู่จึงไม่รับปากใดๆ
“รำพึง! เจ้าเองก็เช่นกัน เกิดเป็นหญิงพึงรักศักดิ์ศรี จงอย่าทำสิ่งใดให้ตระกูลของเราต้องเสื่อมเสียเหมือนที่...”
พระยาเทวราชชะงักไม่พูดต่อว่าเหมือนแม่รำพึงเคยทำไว้ รำพึงอึ้ง ไม่พอใจอย่างแรง
“ลูกขอขอบพระคุณเจ้าคุณพ่อเจ้าค่ะ”
“แม่ก็ขอให้ลูกทั้งสองรักและครองเรือนกันอย่างมีความสุขนะลูกนะ”
ทั้งสองคนกราบเท้าคุณหญิงมณี ผู้ใหญ่ทั้งสองคนจะออกจากห้อง คุณหญิงมณีนึกได้
“จริงสิ...แม่เกือบลืมเรื่องสำคัญ คืนนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะต้องอยู่ด้วยกันในห้องหอ ห้ามใครออกจากห้องเด็ดขาดจนกว่าจะรุ่งเช้า!”
รำพึงชอบใจแต่หุบยิ้มแทบไม่ทัน เมื่อหันไปเจอขุนพิทักษ์วางสีหน้านิ่ง
“เอาล่ะ...ข้าจะไปพักแล้ว”
“แม่ไปก่อนนะ”
ขุนพิทักษ์และรำพึงต่างยกมือไหว้
“ขอรับ / ค่ะ”
ผู้ใหญ่ออกจากห้องไป เหลือรำพึงกับขุนพิทักษ์ รำพึงทำเป็นน้อยใจ!
“น่าน้อยใจเหลือเกิน วันแต่งงานของเราแท้ๆ แต่คุณพี่กลับมีสีหน้าเหน็ดเหนื่อย ทั้งที่ควรจะมีความสุข”
“พี่ดีใจที่น้องรำพึงรู้ว่าพี่ไม่มีความสุข”
“คุณพี่!”
ขุนพิทักษ์จ้องตารำพึง
“ไหนยังจะเรื่องไอ้ไวที่จู่ๆ มันก็โผล่มา”
รำพึงอึ้งไปทันที เปลี่ยนอาการจะวีนกลายเป็นหวานฉ่ำเดินเข้าหา
“โธ่...ที่แท้ก็เรื่องนั้น คุณพี่น่าจะทราบดีอยู่นี่คะว่าขุนไวแอบหลงรักน้องอยู่ข้างเดียว และก็รักมากขนาดไหน เมื่อรู้ว่าคุณพี่เป็นผู้ชนะ ได้แต่งงานกับน้อง มีรึที่คนขี้อิจฉาอย่างขุนไวจะไม่โผล่มาอาละวาดในงานของเรา”
ขุนพิทักษ์จ้องรำพึงที่รีบรวบรัด พุ่งเข้ามาลูบไล้
“ถ้าคุณพี่จะโทษว่าเป็นความผิดของน้องด้วย น้องก็ยินดีรับโทษ”
รำพึงค่อยๆ ปลดเสื้อผ้าตัวเองแล้วบอก
“ขอให้คุณพี่ลงโทษน้องซะให้สาสมแก่ใจของคุณพี่เถอะค่ะ”
รำพึงยั่วยวนชวนขึ้นเตียงสุดฤทธิ์ ขุนพิทักษ์เหมือนจะเคลิ้ม แต่ที่ไหนได้...ซักพักก็ผลักรำพึงกระเด็นไป
“คุณพี่! นี่มันอะไรกันคะ”
ขุนพิทักษ์ไม่ตอบ แต่ลุกขึ้นเดินพรวดจะออกจากห้อง รำพึงรีบขัดขวาง ทั้งกอดทั้งดึงไว้
“คุณพี่! จะไปไหน ไปไม่ได้ น้องไม่ให้ไป”
ขุนพิทักษ์จ้องหน้าบอก
“รำพึง! อยากแต่งก็แต่งให้แล้ว แต่ถึงจะแต่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องอยู่ด้วย”
“คุณพี่!”
ขุนพิทักษ์พูดดังฟังชัด
“ข้ารักชุ่ม! ข้าจะไปอยู่กับชุ่ม”
ขุนพิทักษ์พรวดออกไปทันที
“คุณพี่! กลับมา ข้าบอกให้กลับมา”
บรรยากาศเงียบกริบ รำพึงสุดทน
“นังชุ่ม! ห็นทีชาตินี้เอ็งกับข้าจะอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้แล้ว”

ภายในเรือนทาส ชุ่มไหว้พระกราบหมอน อธิษฐาน น้ำตาคลอ
“เกิดมาชาติหน้าฉันใด ขออย่าให้ข้าต้องเกิดมาต้อยต่ำไร้วาสนา อาภัพทั้งกายอาภัพทั้งใจเหมือนอย่างชาตินี้เลย”
ชุ่มกราบหมอนเสร็จก็ตกใจที่ถูกรวบกอดทางด้านหลัง เมื่อหันมองยิ่งตกใจ
“ว๊าย! ท่านขุน!”
ขุนพิทักษ์ยิ้มเผล่
“ใครบอกว่าเจ้าอาภัพทั้งกายอาภัพทั้งใจ”
ชุ่มอายที่ถูกแอบฟัง
“ท่าน!”
ขุนพิทักษ์รีบพูดต่อ แต่ยังกอดแน่น
“เอ็งสวยกว่าใครในสายตาข้า แถมข้ายังรักเอ็งสุดหัวใจ อย่างนี้...ใครที่ไหนยังจะโง่ กล้าพูดว่าเอ็งอาภัพ”
“ก็ข้านี่แหละที่โง่! ส่วนท่านก็บ้า! บ้ามากที่ทำแบบนี้ ท่านมาที่นี่ทำไม ท่านต้องอยู่กับคุณรำพึงเจ้าสาวของท่านต่างหาก”
“ใครจะอยู่ก็อยู่ไปสิ ข้าจะอยู่กับเอ็ง”
ขุนพิทักษ์พุ่งเข้าหอมแก้มชุ่มฟ่อดใหญ่ ชุ่มผลัก
“ท่านขุน! กลับไปเดี๋ยวนี้ ขืนท่านยังดื้อ มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่นะเจ้าคะ”
“ใหญ่ก็ใหญ่ไปสิ คืนนี้ข้าจะนอนที่นี่”
ชุ่มอ้าปากจะไล่
“แต่ถ้าเอ็งใจดำ ไล่ข้า ไม่ให้ข้านอนที่นี่กับเอ็ง ข้าก็จะลงไปนอนที่ใต้ถุนเรือนเอ็ง”
ชุ่มอ่อนใจ
“ท่านขุน...”
ขุนพิทักษ์ยักคิ้ว
“จริง! ข้าจะนอนที่นี่ ข้าไม่มีวันกลับไปนอนที่เรือนใหญ่นั่นเด็ดขาด”

“แต่คุณพี่ต้องกลับ”
ขุนพิทักษ์กับชุ่มหันขวับไปยังต้นเสียง
“คุณรำพึง”
รำพึงยืนหน้ายักษ์ โดยมีจวงขนาบข้าง รำพึงกัดฟันพูด
“จะกลับไปดีๆ หรือจะให้เรื่องนี้ถึงหูเจ้าคุณพ่อของน้อง”
“เลิกข่มขู่พี่ซะที เป็นเมียอย่าริข่มขู่ผัว มันไม่งาม”
“อ๋อ...รู้ด้วยเหรอคะว่าน้องเป็นเมีย แต่ดูเหมือนคุณพี่จะลืมไปว่าเป็นผัวของน้อง”
จวงกระซิบถาม

อ่านละคร บ่วงบาป ตอนที่ 8/3 วันที่ 18 ก.พ. 56

ละครเรื่อง บ่วงบาป บทประพันธ์ : อัจฉรียา
ละครเรื่อง บ่วงบาป บทโทรทัศน์ : พอวาสน์-นันทพร
ละครเรื่อง บ่วงบาป กำกับการแสดง : กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง บ่วงบาป แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง บ่วงบาป ผลิต : บ้านละคอนโดย อรพรรณ วัชรพล
ละครเรื่อง บ่วงบาป ออกอากาศทุกวันพุธและพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ระยะเวลาออกอากาศ : เริ่ม กุมภาพันธ์ ทางไทยทีวีสีช่อง3 (ต่อจาก ตะวันฉาย ในม่ายเมฆ)
ที่มา manager