@.อ่านละคร.นาคี.นางอาย.ดวงใจพิสุทธิ์.@

อ่านละคร รักออกฤทธิ์ ตอนที่ 5 วันที่ 21 พ.ค. 57

อ่านละคร รักออกฤทธิ์ ตอนที่ 5 วันที่ 21 พ.ค. 57

“หยุดค่ะ...ถ้าคุณใช้กำลังกับฉัน ฉันจะสู้ สู้จนกว่าจะสู้ไม่ได้ หลังจากนั้นฉันจะแจ้งความ จะล้างแค้นจะทำทุกอย่างเพื่อให้คุณสำนึกเสียใจ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่คุณเคยเห็นในละคร ฉันจะไม่รักผู้ชายที่ข่มขืนฉัน ไม่มีวันค่ะ”

กริชชะงักมองหน้าเธอ วนิษาสบตาเขาอย่างไม่สะทกสะท้าน กริชปล่อยมือ...ยอมถอยและขอโทษ

“ไม่เป็นไรค่ะ ตราบใดที่มันหยุดลงแค่นั้น ฉันก็ไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไรหรอกค่ะ”


โจแอบดูแอบฟังอยู่ เขาโล่งใจที่ไม่ต้องออกกำลัง ส่วนกริชเมื่อผิดแผนเขาแสดงความเสียใจ ชี้แจงว่า

“ผมอยากบอกคุณว่า ถึงผมจะคิดอะไรที่ไม่เหมาะสม แต่ผมก็ไม่เคยคิดอะไรที่ไม่ดีกับคุณเลย คุณยังคงเป็นผู้หญิงที่ผมรัก” วนิษาขอบคุณแต่รักษาระยะห่างกับเขาไว้อย่างเหมาะสม กริชคิดว่าต่อไม่ติดแล้วจึงขอตัวกลับ

แต่กริชยังไม่ทันออกไป เสียงปลายฝนก็แว่วเข้ามา วนิษากลัวปลายฝนเห็นกริชอยู่ในห้องกับตนจะ

ไม่ดี เธอบอกให้เขาหลบเข้าไปในห้องก่อน โจแอบฟัง

อยู่พึมพำสยอง “ซวยแล้ว...” มองหาที่หลบ สุดท้ายมุดเข้าใต้เตียง กริชเข้ามาอึดใจเดียวก็ได้ยินเสียงปลายฝนเปิดประตูเข้ามา

สถานการณ์ตึงเครียด วนิษากำลังคิดแก้สถานการณ์ ปลายฝนก็เกิดจะใช้เราเตอร์ในห้องเธอ กริชใจหายไม่รู้จะหลบไปทางไหนเลยมุดเข้าใต้เตียงไปอีกคน โจมุดหนีแทบไม่ทัน กริชมุดลึกเข้าไปจนโจถอยออกไปนอกเตียง ปลายเท้าโผล่ออกไป

ปลายฝนเห็นปลายเท้าโจก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอช่วยดึงความสนใจของวนิษาไปทางอื่นทำให้โจรีบมุดเข้าใต้ผ้าห่ม แต่ปลายเท้าของกริชยังโผล่ออกมาจากใต้เตียง

ปลายฝนทำทีเป็นห่วงวนิษาที่บอกว่าปวดหัว จึงพาเธอออกจากห้องไปหายากิน

ooooooo

กริชคลานออกจากใต้เตียง อดใจไม่ได้หันมองบนเตียงกอบผ้าห่มไปดมไปหอมทำท่าชื่นอกชื่นใจ โจที่ซุกอยู่ใต้ผ้าห่มขนลุกขนพองแต่ไม่กล้าเอะอะ

โชคดีที่วนิษากลับเข้ามา ทำให้กริชรีบทำตัวปกติ วนิษาเร่งกริชให้รีบออกไปเพราะปลายฝนกำลังเข้าห้องน้ำอยู่ กริชทำพิรี้พิไร วนิษาไม่ฟังเสียงจับมือลากออกไปเลย โจโผล่ออกจากผ้าห่มบิดตัวสะบัดแขนขาอย่างขยะแขยง

วนิษาเจอปลายฝนออกจากห้องน้ำพอดี เธอบอกวนิษาว่าชักโครกเป็นอะไรไม่รู้ให้ไปดูหน่อย พอวนิษาไปดู ปลายฝนก็เข้าไปเรียกโจให้รีบออกมา พอโจออกมา ปลายฝนก็ลากไปเลย โจพูดอย่างรีบเร่งว่า “ขอบใจนะ แล้วเจอกัน” พอโจลับร่างไป วนิษาก็ออกจากห้องน้ำพอดีบอกปลายฝนว่าลูกลอยค้างเท่านั้น ปลายฝนหัวเราะแหะๆ แล้วยิ้มให้กัน

พอโจกลับถึงบ้าน ป๋องถามว่าเจอหลักฐานอะไรไหม พอรู้ว่าไม่เจอ ป๋องทำเสียงท้อใจว่าขนาดนักสืบมืออาชีพอย่างโจยังหาไม่เจอ สงสัยว่า “หรือว่าจริงๆ แล้วคุณวนิษาเขาจะเป็นผู้บริสุทธิ์ครับ”

“ผู้บริสุทธิ์ หรือไม่ก็ฆาตกรเซียนเหนือเมฆ” โจตอบอย่างไม่ทิ้งประเด็น พลางเอาน้ำยาเช็ดซอกคออย่างรังเกียจ

ooooooo

กริชเข้าทางวลัยตามภาษิต “หนาวผู้หญิงเขาให้อิงผู้ใหญ่” บอกกับวลัยว่าตนหลงรักวนิษาหมดหัวใจแล้ว ยิ่งรู้ซึ้งว่าวนิษาไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นก็ยิ่งรักยิ่งหลง

วลัยแอบกระซิบอะไรบางอย่างทำให้กริชยิ่งตื่นเต้นถามว่าแล้วสามีสองคนก่อนล่ะ

“ก็คงเจออะไรคล้ายๆ กับที่คุณเจอนั่นแหละจนถึงวันแต่งงานก็ดันมาตายกันซะก่อน เพราะฉะนั้นวนิเขาก็เลยยังคง...”

กริชตื่นเต้นจนทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้พึมพำกับ

ตัวเองเหมือนตกอยู่ในความฝัน...

“ไม่น่าเชื่อจริงๆ ผู้หญิงที่สวยมีเสน่ห์แบบคุณวนิษาจะยังเป็นสาวบริสุทธิ์อยู่...”

กริชเดินเกมรุกทันที เขาไปหาซื้อแหวนแต่งงาน เจอระรินเดินเข้ามาทัก พอรู้ว่าเขาซื้อแหวนแต่งงานไปให้วนิษา ระรินแสดงความยินดี ถามว่าเขาชอบวนิษาตรงไหน

“ซิงครับ เอ๊ยไม่ใช่” กริชพลั้งปาก พอตั้งหลักได้ก็พูดจริงจัง “ทำไมผมถึงรักเธอขนาดนั้นน่ะเหรอ คุณวนิษาเธอเป็นคนดี ผมไม่เคยเจอคนอย่างนี้มาก่อน เธอไม่ใช่คนเสแสร้ง เวลาผมอยู่ใกล้เธอ ผมจะรู้สึกสบายใจ ภายนอกเธออาจจะดูแข็ง ก้าวร้าว แต่ภายในใจกลับอ่อนโยนและบอบบางรวมๆกัน เป็นเสน่ห์ที่ผมหลงใหลและกลัวว่าจะเสียเธอให้คนอื่น ถ้าผมไม่รีบขอเธอแต่งงาน”

“น่ารักจัง” ระรินยิ้มแย้ม แล้วทำเป็นตกใจบอกว่าลืมของไว้ที่ร้านเสื้อ บอกกริชอย่าเพิ่งไปไหนเดี๋ยวตนมา ยิ้มหวานให้กริชแล้วผละไป พอพ้นหน้ากริชเท่านั้น ระรินก็ด่าวนิษายาวเหยียดไม่ซ้ำคำด่า ด่าจนไม่รู้จะด่าอย่างไร เลยตะโกน “ยัย...ยัย...ยัยสะดือ

ตือบะ!”

ออกมาด่าระบายอารมณ์แล้ว ระรินกลับไปชวนกริชกินข้าวกัน เธอยังทำเป็นยินดีกับเขา แล้วจึงทำทีห่วงใยถามเขาว่าไม่กลัวคำทำนายของหมอเม้ง จิตทิพย์หรือ กริชบอกว่าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะไม่มีคำทำนายของใครแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์

“ถูกค่ะ แต่ของอาจารย์เม้งเนี่ย ถึงไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็มากกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แน่ๆ แล้วอย่างนี้คุณกริชจะเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงเหรอคะ” กริชบอกว่าตนรักวนิษา “ระรินก็ไม่ได้บอกให้คุณเลิกกับวนิษานะคะ ของแบบนี้มันมีทางแก้ค่ะ” พอกริชถามว่าทำอย่างไรหรือ ระรินพูดขึงขังจนกริชต้องตั้งใจฟัง...

“ผู้หญิงกินผัวน่ะไม่ได้มีวนิษาเป็นคนแรกหรอกนะคะ โบราณเขามีวิธีแก้เคล็ดนะคะ คือ...เราก็ทำพิธี หลอกๆไงคะ” พอกริชบอกว่าตนไม่เข้าใจ ระรินแนะว่าก็ไม่ ต้องจดทะเบียนสมรส ไม่ต้องมีขบวนขันหมาก ไม่ต้องมีพิธีรดน้ำอะไรทั้งนั้น

“เอ...มันจะไม่เหมาะมังครับ มันจะดูเหมือนผมไม่ให้เกียรติคุณวนิษากับครอบครัว” กริชติง

“แต่ถ้าคุณกริชกลัวว่าคุณวนิษาจะไม่เข้าใจ ก็ต้องใช้อีกวิธี แต่ว่าต้องใจกล้าหน่อยนะคะ”

พอกริชถามหมายความว่าอย่างไร ระรินก็ทำกระซิบกระซาบ แล้วบอกว่า “วิธีนี้น่ะ บัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่นค่ะ”

“ผมไม่อยากหลอกเขา แต่เพื่อความรักของเราสองคน ผมอาจจะต้องยอมโกหกเขา แล้วระรินจะช่วยผมไหมครับ”

ระรินอ้างว่าแค่ตนเสนอไอเดียก็เป็นการก้าวก่ายชีวิตคู่ของเขามากไปแล้ว กริชอ้อนว่าเมื่อเธอจะช่วยก็ขอให้ช่วยถึงที่สุด เธอก็ยังไม่รับปาก

“ผมเข้าใจครับ ว่าแต่คุณวนิษาเขาจะยอมแต่งงานกับผมรึเปล่ายังไม่รู้เลย” กริชรำพึง ระรินฝืนยิ้มให้เขา เมื่อแยกกันแล้วระรินพึมพำอย่างสะใจ...

“ยัยวนิษา ถ้าแกปฏิเสธเขาก็ถือว่าเป็นโชค

ของแก แต่ถ้าแกคิดจะแต่งงานกับเขาล่ะก็ ฉันจะเล่นงานแกแน่ รับรองว่าแกจะต้องเจ็บแสบที่สุดในชีวิตเลย หึๆ!”

ooooooo

คืนนี้ ขณะอยู่ในร้านอาหารหรูกับวนิษา จู่ๆ กริชก็คุกเข่าขอเธอแต่งงาน บอกว่าจะคุกเข่าอยู่อย่างนี้จนกว่าเธอจะตอบว่าเยสหรือโน

“ไม่ค่ะ” วนิษาปฏิเสธทันที เพราะมันเร็วเกินไป ตอบแล้วถามกริชว่าตนให้คำตอบแล้วจะลุกขึ้นนั่งได้หรือยัง วนิษาพูดหน้านิ่งๆ ว่า “คุณกริชคะ ฉันบอกตรงๆ ฉันตกใจนะคะ เอาเป็นว่าฉันขอร้องว่าอย่าพูดเรื่องนี้

อีกเลยไม่อย่างนั้นฉันจะลุกออกไปเดี๋ยวนี้” กริชจึง

ยอมลุกขึ้น

เมื่อออกมาเจอโจ วนิษาบอกว่าเมื่อกี้เห็นเขาอยู่นอกร้าน ถามอย่างรู้ทันว่าเขาคิดอย่างไร ตนควรแต่งงานกับกริชไหม โจตกใจถามว่าทำไมมาถามตน? วนิษาไม่ ตอบแต่บรรยายคุณสมบัติของกริชว่า เขาหล่อ รวย นิสัยดี และรักตน ผู้ชายแบบนี้ตนควรแต่งงานกับเขาไหม แต่พอโจถามว่าเธอรักกริชไหม วนิษากลับตอบว่า

“ไม่รู้...แต่ฉันอยากมีครอบครัวที่อบอุ่น มีความสุข สองครั้งที่ผ่านมา ฉันตกลงแต่งงานเพราะเชื่อว่าฉันจะมีครอบครัวที่อบอุ่นกับพวกเขาได้ ฉันไม่เคยถาม

ตัวเองเรื่องความรัก”

โจบอกว่าคิดอย่างเธอก็ไม่ผิด สมัยก่อนปู่ย่าตายายคลุมถุงชนกันโครมๆ ไม่ได้รักกันแต่ก็มีครอบครัวที่อบอุ่นได้เหมือนกัน พอวนิษาถามว่า แปลว่าตนควรแต่งงานกับกริชใช่ไหม โจตอบไม่เต็มเสียงว่า

“คงงั้นมั้ง” วนิษาถามว่าเขาไม่คัดค้านหรือ “ผมเป็นแค่คนขับรถ จะคัดค้านได้ไง แค่คุณวนิมาคุยกับผมเรื่องนี้ก็พิลึกแล้ว”

วนิษามองโจด้วยสายตาตัดพ้อ ผิดหวัง โจเมินมองไปทางอื่น ไม่กล้าสบตาเธอ...

ooooooo

แม้ว่าวลัยจะหย่ากับวิษณุแล้วแต่ยังไปมาหาสู่และปรึกษากันเรื่องวนิษา เมื่อวลัยตั้งใจจับกริชให้วนิษาจึงเล่าให้วิษณุฟังเพื่อขอให้เขาช่วยเชียร์

วิษณุบอกว่าแม้กริชจะรวยแต่เขาไม่ชอบและไม่เห็นด้วย ระหว่างคุยกัน วิษณุมีอาการเหนื่อยผิดปกติเขาเอายาออกมากิน วลัยจึงรู้ว่าเขาเป็นมะเร็ง วิษณุขอร้องอย่าบอกลูก แต่วลัยทำใจไม่ได้ เมื่อพบกันที่บ้านวรางค์ เธอจึงเล่าเรื่องวิษณุให้วรางค์กับวนิษาฟัง วนิษาบอกว่าตนจะพาพ่อไปรักษาที่เมืองนอก

วลัยบอกว่าเพื่อนที่ยุโรปบอกว่าที่นั่นมีสถาบันหนึ่งที่รักษาได้ แต่มีแค่ 150 เตียงและคนไข้ต้องต่อคิวกันเป็นปีๆ รวยแค่ไหนก็ต้องเข้าคิว เงินไม่อาจซื้อได้ทุกอย่าง สภาพนี้มีเงินก็เหมือนไม่มี

วนิษานัดพบวิษณุ เมื่อเขารู้ว่าวนิษาหาทุกวิถีทางที่จะรักษาตน เขาบอกว่าไม่ต้องการให้ทำอย่างนั้น ตำหนิตัวเองว่าที่ผ่านมาตนไม่ใช่พ่อที่ดี รู้ตัวตอนนี้จึงไม่อยากให้ลูกเหนื่อยอีก อย่าให้ตนต้องเป็นตัวถ่วงชีวิตของลูกเลย

วนิษาเชื่อว่ามันเป็นเวรกรรมของตนต่างหาก อย่างไรเสียตนก็จะต้องช่วยพ่อให้ได้

เมื่อพากันเดินกลับไปที่รถ เห็นโจร้องไห้สะอึกสะอื้น วนิษาถามว่าเป็นอะไร โจพูดไปสะอื้นไปว่าตนเห็นความรักของพ่อกับลูกแล้วซาบซึ้งใจ

วนิษาพาวิษณุไปกินอาหารร้านชานเมืองที่เธอเคยพาโจมานั่งกิน เธอเล่าเรื่องของโจนับแต่พบกันจนต้องรับโจไว้เป็นคนขับรถให้วิษณุฟัง วิษณุบอกเธอ

ว่าตัวจริงของโจเป็นคนฉลาด วนิษาบอกว่าโจเล่นกลเป็นด้วย แล้วบอกให้โจโชว์ให้พ่อดูหน่อย

โจโชว์ด้วยการเสกดอกกุหลาบมาอยู่ในมือแล้วเอาไปเสียบกระเป๋าให้วิษณุ วิษณุมองโจตาคมกริบ แกล้งใช้วนิษาไปซื้อปลาหมึกย่างเจ้าที่เคยซื้อกินกันไม่รู้ว่ายังอยู่หรือเปล่า

พอวนิษาลุกไป วิษณุถามโจว่าวนิษาเคยเล่าให้ฟังหรือเปล่าว่าตนทำอาชีพอะไร โจบอกว่าไม่เคยเล่า

วิษณุเล่าอดีตของตนให้ฟังว่า ชีวิตคลุกคลีอยู่แต่ในบ่อน อยู่กับคนที่หลอกคนตลอดมา คนอย่างเขาตนก็เจอมาเยอะ ยิ่งกว่าเขาก็เจอมาแล้ว มองหน้าโจอย่างจับพิรุธบอกว่า “นายอาจจะหลอกวนิได้ แต่หลอกฉันไม่สำเร็จหรอก”

เจอของจริงแบบนี้โจถึงกับไปไม่เป็นต้องยอมจำนน สารภาพว่า

“ผมชื่อโจเป็นนักสืบเอกชน มีคนจ้างให้ผมมาสืบว่าคุณวนิคือฆาตกรที่ฆ่าสามีของเธอหรือเปล่า”

“รู้ไหมว่านายรอดตายอย่างหวุดหวิด” วิษณุยกมือที่มีปืนจากใต้โต๊ะขึ้นมาโบกมือทีเดียวปืนก็หายวับไป “อย่าคิดว่านายเล่นกลเป็นอยู่คนเดียว ถ้าเมื่อกี๊คำตอบของนายฟังดูเป็นอันตรายกับวนิ ฉันยิงนายทันที”

วิษณุบอกโจว่าต่อให้เขาสืบให้ตายก็ไม่ได้หลักฐานอะไรทั้งนั้น เพราะตนรู้จักลูกสาวดีและดูออกว่าเขา...

วิษณุหยุดกึกเมื่อเห็นวนิษากลับมาบอกว่าปลาหมึกย่างเจ้านั้นเลิกไปแล้ว วิษณุจึงชวนกลับกัน แต่พอเขาลุกก็ล้มโครม จนต้องรีบพาส่งโรงพยาบาล

ooooooo

หมอตรวจวิษณุแล้วถามอาการและการรักษาของวิษณุที่ผ่านมา วนิษาบอกว่า หมอที่เคยรักษาพ่อบอกว่ารักษาไม่ได้ หมอพูดกับเธออย่างเห็นใจว่า ก็คงต้องตามนั้น

ขณะที่ทุกคนอยู่ในภาวะสิ้นหวังนั้น พยาบาลก็ถือโทรศัพท์เข้ามาบอกหมอว่า “สายจากท่านผู้อำนวยการค่ะ”

“สวัสดีครับอาจารย์ทรานสเฟอร์เหรอครับ ที่ไหนครับ...อะไรนะครับ ถ้าอย่างนั้นก็...ครับ เข้าใจแล้วครับ” วางสายจากผู้อำนวยการแล้วหมอบอกทุกคนว่า “ปาฏิหาริย์ครับ ทางสถาบันรักษามะเร็งที่ยุโรปตอบรับคุณพ่อของคุณเป็นคนไข้กรณีพิเศษ เราจะทำการส่งตัวให้เร็วที่สุด”

วนิษายิ้มทั้งน้ำตา วลัยทำคะแนนให้กริชทันทีว่าอาจเป็นฝีมือของกริช

ส่งวิษณุไปเรียบร้อยแล้ว ขณะวนิษาอยู่กับกริชที่ร้านอาหารหรูนั้น ก็ได้รับโทรศัพท์จากวิษณุเล่าว่าทุกอย่างราบรื่นเรียบร้อย วางสายจากพ่อแล้ววนิษาพูดกับกริชอย่างซาบซึ้งใจว่าไม่รู้จะขอบคุณเขาอย่างไรดี เพราะใครๆก็รู้ว่าสถาบันนี้ไม่รับคนไข้เพิ่ม กว่าเขาจะพาพ่อตนเข้าไปได้คงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ๆ

กริชบอกว่าพ่อเขาเป็นอาจารย์แพทย์ เมื่อสามสี่สิบปีก่อนท่านไปเรียนที่เยอรมัน ได้ช่วยชีวิตคนคนหนึ่ง ต่อมาคนนั้นได้เป็นผู้อำนวยการของสถาบันนี้ พอตนรู้เรื่องพ่อของเธอเลยขอให้คุณพ่อช่วยพูดให้ ทางนั้นก็รับปากทันที วนิษาอยากไปกราบขอบคุณพ่อเขา กริชตอบรับด้วยความดีใจ บอกเธออย่าคิดมากอาจเป็นเพราะพวกเราสองครอบครัวเคยทำบุญร่วมกันมา

“คุณวนิษาก็เชื่อเรื่องดวงไม่ใช่เหรอครับ เป็นไปได้นะครับ เราสองคนอาจจะมีดวงที่สมพงศ์ผูกพันกันมาตั้งแต่ปางก่อนทำให้เราได้มารู้จักกันในชาตินี้”

“ก็เป็นไปได้ค่ะ” วนิษาตอบยิ้มๆ ในอารมณ์ที่กำลังดีใจ เธอมองออกไปนอกร้านเห็นโจนั่งอ่านหนังสือกีฬารออยู่

ooooooo

พอเลิกงาน ป๋องก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดดำใส่หมวกไหมพรมสวมแว่นตาดำ เสร็จแล้วออกจากร้านไปอย่างระแวดระวัง แต่หารู้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งแอบมองและตามป๋องไปอย่างกระชั้นชิด

ป๋องไปถึงใกล้ร้านส้มตำแล้วจึงรู้ว่าปลายฝนตามตนมาเมื่อถูกเธอเอามือตะปบไหล่อย่างแรง บอกว่าเห็นท่าทางเขาลับๆล่อๆ เลยตามมา ถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม ทีแรกป๋องไม่ยอมบอกเพราะอันตราย แต่ปลายฝน

คาดคั้นจนต้องบอกว่า

“มีคนนึงชื่อสถาพร เมื่อก่อนเขาอยู่แถวนี้ แต่ตอนนี้เขาตายไปแล้ว เราต้องมาสืบดูว่าเมื่อก่อนเขาเคยเป็นโรคปวดหัวจนต้องกินยาจริงหรือเปล่า ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวพันกับความตายของเขาและความอยู่รอดของคนอีกคนหนึ่ง เราต้องเลือกเป้าหมายให้ดีว่า เราจะไปคุยกับใคร วิเคราะห์ก่อนว่าเราควรจะคุยแบบข่มขู่หรืออ้อนวอนเพื่อให้ได้ข้อมูล ถ้าเราอ่านเกมผิดพลาด เราอาจตาย”

ป๋องบรรยายราวกับอบรมนักสืบ แต่พอหันมองอีกทีปลายฝนหายไปแล้ว เห็นเธอกำลังคุยอย่างสนุกสนานสนิทสนมกับพ่อค้าแม่ค้าแถวนั้น ป๋องถึงกับอ้าปากค้าง

ปรากฏว่าปลายฝนได้ข้อมูลมามากมาย ป๋องพาเธอไปเลี้ยงร้านอาหารริมทาง บอกว่าตนเลี้ยงเธอได้

แค่นี้แหละ มองปลายฝนยิ้มๆ พอเธอถามว่ายิ้มอะไร ป๋องสะดุ้ง...

“เฮ้ยเปล่า แต่กำลังคิดว่าเธอดูไม่ค่อยเหมือนพวกคุณหนูทั่วไปเลยนะ”

“พ่อฉันไม่ได้เลี้ยงฉันแบบนั้นนี่นา เขาสอนฉันให้เข้มแข็ง กล้าได้กล้าเสียและต้องเป็นผู้นำ ไม่ใช่ผู้ตาม ตอนย่ายังอยู่ ย่าเขาทะเลาะกับพ่อประจำ เขากลัวว่าพอฉันโตขึ้นจะไม่มีแฟน”

อ่านละคร รักออกฤทธิ์ ตอนที่ 5 วันที่ 21 พ.ค. 57

ละครรักออกฤทธิ์ บทประพันธ์ : นิตินันท์, วรรณพร, นิพล
ละครรักออกฤทธิ์ บทโทรทัศน์ : สมภพผูกพันน้อย
ละครรักออกฤทธิ์ กำกับการแสดง : คิง-สมจริง ศรีสุภาพ
ละครรักออกฤทธิ์ ดำเนินงานโดย : สมจริง ศรีสุภาพ
ละครรักออกฤทธิ์ ผลิต : บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครรักออกฤทธิ์ ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.25 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ