@.อ่านละคร.นาคี.นางอาย.ดวงใจพิสุทธิ์.@

อ่านละคร รักออกฤทธิ์ ตอนอวสาน(1) วันที่ 5 มิ.ย. 57

อ่านละคร รักออกฤทธิ์ ตอนอวสาน(1) วันที่ 5 มิ.ย. 57

พจน์หยิบกล่องสีดำ แล้วหยิบปากกาที่อยู่ข้างในออกมา ก่อนที่จะหมุนปากกา แต่แทนที่จะเป็นไส้ปากกากลับเป็นเข็มแหลม พจน์ยิ้มร้าย
“ทันทีที่แกสองคนเซ็นทะเบียนสมรสเสร็จ แกก็หาโอกาสเอาปากกายาพิษนี่จิ้มตรงง่ามนิ้ววนิษา”
พจน์ชี้ตรงง่ามนิ้วระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้

“ยาพิษที่อยู่ในปากกาก็จะวิ่งเข้าสู่เส้นเลือดวนิษาตายทันที แผนการณ์ก็เสร็จสมบูรณ์ โดยไม่ทิ้งร่องรอยอะไรเอาไว้เลย”
ภาคย์รับมาดูทดลองบิดไปมา แต่แอบมองดูพจน์ด้วยแววตาเจ้าเล่ห์
“พี่ไปหาของแบบนี้มาจากไหนเหรอครับเนี่ย”


พจน์แอบชำเลืองมองภาคย์ท่าทางไม่ไว้ใจ
“แกไม่ต้องรู้หรอก ไม่ใช่เรื่องของแก”
ภาคย์เก็บปากกาลงกระเป๋า
“ยังไงเราก็ต้องฆ่าวนิษาใช่มั้ยพี่”
“ก็เออสิวะ ถามอะไรแปลกๆ”
พจน์จ้องหน้าภาคย์ ภาคย์ยิ้มให้ แล้วก็รอจนพจน์เอี้ยวตัวหันไปจะคาดเข็มขัด จากนั้นก็รีบชักมีดออกมาแทง พจน์รู้ทันหลบแล้วจับข้อมือภาคย์ไว้ได้ พลางแค่นหัวเราะ
“ฉันว่าแล้ว คนอย่างแกมันเลี้ยงไม่เชื่อง”
ภาคย์ตกใจจะดึงมือกลับ พจน์จับมือภาคย์แน่น แล้วใช้มืออีกข้างชักปืนออกมา
“อยู่เฉยๆ”
ภาคย์ปล่อยมีด นั่งตัวแข็ง พจน์แค่นหัวเราะ
“เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆแกนี่ แกเตรียมจะฆ่าฉันแต่แรกแล้วใช่มั้ย”
ภาคย์ส่ายหน้า “ไม่จริงครับ”
“แกสวมหมวก ใส่แว่น เพื่อจะได้รอดจากกล้องวงจรปิด แล้วๆไอ้มีดบ้านี่พกติดตัวมาทุกวันเลยเหรอไง หา”
ภาคย์หน้าเจื่อน
“ แกจะฆ่าฉันเพราะอะไร หรือว่า อย่าบอกนะว่าแกรักวนิษา”
บังเอิญมีคนเดินผ่านหน้ารถ พจน์หันไปมอง จังหวะนั้นภาคย์ก็แย่งปืนมา แต่พจน์แข็งแรงกว่าแย่งปืนกลับมาได้ พลางใข้ปืนตบหัวภาคย์ เปรี้ยง ปืนลั่นปัง ภาคย์หูอื้อ พอลืมตามาอีกที ก็เห็นที่กลางหน้าอกของพจน์ มีเลือดทะลักออกมา ภาคย์งงไปวูบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเสียงดัง
“นี่ละโว้ยดวงปรมะของผมล่ะ เชื่อรึยัง”
“ดวงปรมะ มีจริงเหรอนี่”
“ลาก่อนไอ้พจน์ แต่ไม่ต้องกลัวเหงา เพราะเดี๋ยวฉันจะส่งลูกน้องนักฆ่าของแกไปลงนรกอีกคน จะบอกให้รู้ไว้ ที่ฉันคิดจะฆ่าแกน่ะเพราะฉันรักวนิษาน่ะส่วนหนึ่ง แต่ที่สำคัญเพราะฉันรู้ว่าพอวนิษาตายแกต้องฆ่าฉันแน่ๆ ใช่มั้ยล่ะ ในเมื่อแกมันชั่วอย่างงี้แล้วฉันจะช่วยแกทำไมวะ”

ภาคย์พูดไม่ทันจบประโยคดี พจน์ก็ขาดใจตาย ภาคย์ดึงกุญแจรถออกมา ลงจากรถ พลางปิดประตูแล้วก็ล็อกรถเรียบร้อย ก่อนที่จะโยนกุญแจรถลงถังขยะ แล้วเดินออกไป
“ตั่วเจ๊ เป็นอะไรรึเปล่าครับ” ปฐมเห็นวนิษานั่งเหม่ออยู่คนเดียว ก็อดที่จะเดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

“ฉัน ไม่รู้เหมือนกันคุณปฐม ฉันควรจะแต่งงานดีมั้ย”
“ทำไมตั่วเจ๊เกิดลังเลล่ะครับ”
“ฉันคิดว่าฉันควรจะแต่ง แต่ฉันรู้สึกว่าไม่ควรแต่ง”
ปฐมพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ความคิดมันขัดแย้งกับความรู้สึก ความคิดคือเหตุผล ความรู้สึกคืออารมณ์”
“คุณกำลังจะบอกว่าฉันควรใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ใช่ไหม หรือว่าฉันควรจะยกเลิกงานนี้”
“ถ้าตั่วเจ๊จะยกเลิกก็สั่งมาเลยครับ ผมจะเลิกงานทันที”
วนิษามองหน้าปฐม กำลังจะสั่งเลิกงาน อ. เม้งก็เดินขึ้นมาพอดี

“สวัสดีครับ คุณวนิษา”
วนิษามอง อ. เม้งอย่างงงๆ
“อาจารย์เม้งรู้เรื่องงานแต่งของฉันได้ยังไงคะ ฉันไม่ได้บอกอาจารย์นี่”
อ. เม้งกำลังจะตอบ ภาคย์ก็เดินเข้ามา
“ผมเชิญอาจารย์มาเองครับ คงไม่เป็นไรนะครับ”
ภาคย์เข้ามายืนข้างๆวนิษา อ. เม้งมองทั้งสอง แล้วส่ายหน้า
“ไม่มีที่ติ เหมาะสมกันแบบสมบูรณ์แบบจริงๆ”
ภาคย์ ยิ้มดีใจ
“จริงเหรอครับ อาจารย์เม้งพูดให้ชัดๆนะครับ ไม่อย่างนั้นคนอื่นเขาจะนึกว่าผมจ้างอาจารย์
มาเชียร์ผม”
“คนอย่างผมไม่มีใครจ้างให้โกหกได้หรอกครับ ผมพูดตามหลักวิชาของผม ดวงและโหงวเฮ้ง
ของคุณสองคนเหมือนจิ๊กซอว์สองชิ้นที่ต่อกันลงตัวพอดิบพอดี เป็นครึ่งหนึ่งของกันและกัน”
“จริงเหรอคะ ครั้งนี้จะเป็นงานแต่งงานที่ดีใช่ไหมคะ”
อ. เม้ง มองหน้าวนิษา
“คุณวนิษา ผมไม่อยากพูดเรื่องอดีต แต่ครั้งที่แล้วผมเคยเตือนคุณกริชไปแล้ว คุณก็อยู่ด้วย แต่ครั้งนี้ผมไม่ได้เตือนคุณภาคย์ ถ้าจะให้เตือนอะไรสักอย่าง ก็เตือนว่าระวังเหนื่อยกับการเลี้ยงลูกละกัน เลี้ยงลูกเดี๋ยวนี้มันยาก พ่อแม่ต้องมีเวลาให้ อย่าสักแต่เอาเงินเลี้ยง แล้วท่าทางคุณสองคนนี่จะลูกเยอะซะด้วยนะ”
วนิษาเขินจนหน้าแดง ขณะที่ภาคย์ยิ้มปลื้ม ระหว่างนั้นวลัยเดินเข้ามาในงานพอดี
“วนิ แกคิดอะไรของแก ทำไมแต่งปุบปับอะไรแบบนี้ หา นี่เจ้าบ่าวเหรอเนี่ย อุ๊ยต๊าย หล่อเลิศ”
ปฐมเดินจากมา หันมองกลับไป เห็นวนิษาแนะนำภาคย์ให้วลัยรู้จัก ท่าทางวลัยปลื้มใจมาก
“เสียใจด้วยนะโจ”

รถป๋องวิ่งมาตามถนน ทันใดนั้นรถของธงธงก็แซงมาปาดหน้าจนป๋องต้องรีบจอดรถ ธงธง และป๋อง
กับปลายฝน ลงจากรถของตัวเองมาพร้อมๆ กัน ขณะที่ ม.ร. ว. จันทร์ธิดา นั่งอยู่บนรถเกร็งๆ
“ขับรถยังไงของคุณเนี่ย”
ธงธงเดินเข้ามาใกล้ คุณหญิงจุ๋ม เอะใจ มองธงธง แล้วก้มมองที่เท้า เห็นรอยสักที่ข้อเท้า พลันก็จำได้ว่าคือคนเดียวกับที่ตามฆ่าเธอ
ธงธงเดินมาข้างรถ พลางยกปืนขู่
“ลงจากรถมาเดี๋ยวนี้”
คุณหญิงจุ๋ม ตัดสินใจเปิดประตูรถออกอย่างแรง กระแทกธงธงล้ม จนปืนกระเด็นไถลออกไป ป๋องรีบวิ่งไปเอาเท้าเขี่ยปืน ไปไกลๆ ปลายฝนรีบเอาสเปย์พริกไทยวิ่งเข้าไปฉีดใส่ คุณหญิงจุ๋มตรงเข้าตบตีธงธงไม่ยั้ง
“แกจะฆ่าฉันทำไม ฉันทำอะไรให้แก แกฆ่าชายแจ้ด้วยใช่มั้ย หา ไอ้นรก”
ธงธงตั้งหลักได้ ก็ถีบคุณหญิงจุ่ฒกระเด็น
“เขาเป็นใคร” ป๋องหันมาถาม
“มันเป็นคนที่จะฆ่าฉัน”
ธงธงลืมตาได้ ก็รีบมองหาปืน ปลายฝนวิ่งเข้าไปถึงปืนก่อน แต่ไม่ทันทำอะไร ธงธงก็พุ่งมาแย่ง
ปลายฝนสู้แรงไม่ได้ โยนปืนทิ้งไปอีกทาง ธงธงรีบวิ่งตามปืนไป ป๋องเข้ามาฉุดปลายฝนวิ่งหนี
ธงธงวิ่งตามมาเก็บปืน พอหันกลับไป ป๋อง ปลายฝน และ มรว. จันทร์ธิดา ก็วิ่งหนีข้ามถนนหนีไปได้ไกลแล้ว

ธงธงรีบวิ่งตามไป
จากนั้นทั้ง 3 คน ก็วิ่งมาหลบเข้ามาอยู่ในซอกเล็กๆ พลางหอบแฮ่ก

“ปลายฝน เธอรีบพาคุณหญิงจุ๋มไปหาคุณวนิษาก่อน อย่างน้อยถ้าคุณวนิษารู้เรื่องทั้งหมด
จะได้ถอนตัวจากงานแต่งงานทัน”
“แล้วเธอล่ะ” ปลายฝนอดเป็นห่วงไม่ได้
“ฉันจะล่อมันไปอีกทาง”
“ไม่เอา มันอันตรายเกินไป”
“ปลายฝน ฉันรู้ว่าฉันไม่เอาไหน แต่ขอให้ฉันได้ปกป้องเธอเถอะนะ”
“เขาพูดซะขนาดนี้แล้ว ยังจะอ้อยอิ่งอะไรอีก ไปเร็ว”
คุณหญิงจุ๋ม รีบดึงปลายฝนออกมา ป๋องยิ้มให้ จนปลายฝนลับตา
“ตายแน่ๆกู”
ป๋องแอบซ่อนตัว พลางมองซ้ายมองขวา เจอไม้ถูพื้นแถวนั้น ก็เอามาถือไว้ เตรียมลุย ธงธงตามมา ถือปืนเตรียมยิง ป๋องหลบในซอก กลั้นใจ กะว่าธงธงเดินมาถึงแล้ว ก็ฟาดไม้ถูพื้นออกไปเต็มแรง ปรากฏว่าธงธงหยุดลังเลอยู่ ไม้ถูพื้นฟาดไปห่างเป็นเมตร ธงธงกับป๋องมองหน้ากัน ป๋องจะวิ่งหนี ธงธงตะครุบไว้ทัน พร้อมกับต่อยท้องเปรี้ยง จนป๋องตัวงอ
“อีคุณหญิงจุ๋มมันอยู่ไหน”
“ไม่บอก”
“ไม่บอกก็ตายซะ”
ธงธงถีบป๋องกระเด็น ยกปืนจะยิง ทันใดนั้นหนุงหนิง ที่โผล่มาทางเดียวกับที่ปลายฝนหนีไป ก็เขวี้ยงสมาร์ทโฟนใส่หน้าธงธงจังๆ
ปลายฝนที่เดินตามมาด้านหลัง รีบหยิบสมาร์ทโฟนเขวี้ยงบ้าง มุมเครื่องกระแทกกลางหน้าธงธงอีกดอก ธงธงล้มก้นกระแทก ป๋องรีบหยิบสมาร์ทโฟนของเขาเขวี้ยงใส่เต็มแรง แล้วตามด้วยเครื่องของโจ เข้ากลางหน้า
ธงธงจนคิ้วแตกเลือดไหล ก่อนที่จะเตะปืนในมือธงธงกระเด็นไป ธงธงนอนมึนนิ่ง มีสมาร์ทโฟนสี่เครื่องตกอยู่รอบๆ
ปลายฝนวิ่งมาหาป๋อง
“ป๋อง เป็นอะไรรึเปล่า”
“ไม่เป็นไร เกือบไป ถ้าไม่ได้พี่คนนี้มาช่วย ขอบคุณมากนะครับ”
“พี่เขาชื่อหนุงหนิง เป็นเด็กของคุณยายวรางค์ คุณยายของแม่เลี้ยงฉันเอง พอดีคุณยายนั่งแท็กซี่
ผ่านมาเห็นฉันเข้า ก็เลยมาช่วยเธอกันนี่แหละ”
หนุงหนิงยิ้มแป้น “พอดีไม่มีอะไรติดมือมา เลยเอามือถือเขวี้ยงซะเลย”
“รีบโทรเรียกตำรวจก่อนเหอะ เดี๋ยวมันจะฟื้นซะ”มรว. จันทร์ธิดา รีบบอก
“เอ่อ มือถือเจ๊งกันหมดแล้วอ่ะ”
ปลายฝนพูดเสียงอ่อยๆ หนุงหนิงมาดูสภาพเครื่อง แล้วบ่นเบาๆ
“เป็นการหยุดคนร้ายที่แพงมาก แต่ละเครื่องนี่แพงๆทั้งนั้น อาจจะถึงแสนได้นะเนี่ย”
คุณยายวรางค์เดินแกมวิ่งตามมา
“เอาเครื่องฉันโทรก็แล้วกัน”
จากนั้นก็หยิบมือถือออกมา แต่เห็นธงธงลืมตาขึ้นมา
“ระวัง”
คุณยายวรางค์เขวี้ยงมือถือใส่ทันที เข้ากลางหน้าผากธงธงสลบไปอีกครั้ง คราวนี้แน่นิ่งหมดสภาพ
“เอ่อ โทรตู้สาธารณะแล้วกัน”

ภายในงานแต่งงานของวนิษา และภาคย์ แทบจะไม่มีแขกคนอื่นเลย นอกจากคนของบ่อน อ. เม้ง และวลัย
ภาคย์อยู่ในชุดเจ้าบ่าว ดูภูมิฐาน สง่างาม ขณะที่ปฐมเดินนำเจ้าหน้าที่เขตขึ้นมา
“เชิญทางนี้เลยครับ เราเตรียมโต๊ะจดทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้วครับ”
เจ้าหน้าที่ เดินมาที่โต๊ะจดทะเบียนที่ตั้งเด่นกลางงาน พลางเปิดกระเป๋า แล้วเตรียมเอกสารที่จำเป็นออกมา
ครู่หนึ่งวนิษาเดินเข้ามาในงาน ในชุดเจ้าสาวสวยงามโดดเด่น ทุกคนที่เห็นมองกันตาค้าง
“อุ๊ย ลูกสาวฉัน สวยจริงๆ”
เจ้าหน้าที่มองหน้าวนิษา ก่อนจะหันมาทางปฐม
“เอ๊ะ คนนี้ผมเพิ่งรับจดทะเบียนไปเมื่อไม่นานมานี้นี่นา ที่แต่งกับดาราใช่มั้ย”
“ใช่ครับ”
“ที่ดาราตายในงาน จำได้ละ เหมือนเดิมเลยนะ แต่งปุบปับเรียกผมมากระทันหันเหมือนเดิม
แถมคราวนี้ล่อซะดึกเชียว”
ภาคย์เดินไปหาวนิษา
“คุณวนิษาสวยมากครับ สวยจนผมแทบหยุดหายใจเลย”

อ่านละคร รักออกฤทธิ์ ตอนอวสาน(1) วันที่ 5 มิ.ย. 57

ละครรักออกฤทธิ์ บทประพันธ์ : นิตินันท์, วรรณพร, นิพล
ละครรักออกฤทธิ์ บทโทรทัศน์ : สมภพผูกพันน้อย
ละครรักออกฤทธิ์ กำกับการแสดง : คิง-สมจริง ศรีสุภาพ
ละครรักออกฤทธิ์ ดำเนินงานโดย : สมจริง ศรีสุภาพ
ละครรักออกฤทธิ์ ผลิต : บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครรักออกฤทธิ์ ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.25 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ