อ่านละครเรื่อง อย่าลืมฉัน ตอนที่ 12/4 วันที่ 9 เม.ย. 57

อ่านละครเรื่อง อย่าลืมฉัน ตอนที่ 12/4 วันที่ 9 เม.ย. 57

คุณพจน์อึ้งๆ หยิบรูปมาดู หน้าเครียด อัมพิกาได้ทีรีบใส่ไฟต่อ
“ผู้หญิงทะเยอทะยาน ที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ผู้ชายที่ตัวเองต้องการ ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อของอัม หรือใครก็ตามที่มีเงิน อัมไม่รู้ว่าเขมชาติเป็นคนยังไง แต่การที่เอาไฟมาไว้ใกล้ๆ ถ้าไม่ระวัง อาจจะโดนเผาโดยไม่รู้ตัว”

คุณพจน์ฟังแล้วคิดแล้ว แม้จะไม่เชื่อทั้งหมด แต่อดเป็นห่วงเกนหลงไม่ได้ อัมพิกามองคุณพจน์ที่นั่งหน้าเครียดอยู่ แล้วก็ยิ้มด้วยความสาแก่ใจ

“คุณพ่ออยากทานข้าวกับเขมเหรอคะ ?”
เกนหลงถามคุณพจน์ด้วยความแปลกใจ ระหว่างที่นั่งคุยกันในบ้าน ข้างหน้าเกนหลงมีกล่องของขวัญ ที่เพิ่งห่อเสร็จวางอยู่
“ใช่ ไม่ได้เจอกันนาน อยากจะอัพเดทชีวิตกันนิดหน่อย แล้วนี่ของขวัญใคร?”


“ของเขมค่ะ มะรืนนี้วันเกิดเขา เกนทอผ้าพันคอให้เองเลยนะคะ นั่งทำตั้งเกือบ 3 ชั่วโมง”
คุณพจน์เห็นลูกทั้งภูมิใจ ทั้งตื่นเต้น ก็แอบสะท้อนใจ
“อืม หวังว่าเขาจะเห็นคุณค่าของลูกพ่อ”
เกนหลงมองบิดาแปลกๆ คุณพจน์รีบเฉไฉ
“เอาเป็นว่าชวนเขมมากินข้าวกับพ่อในวันเกิดเขาเลยก็แล้วกัน ลูกคงไม่ว่านะ ถ้าพ่อจะขอร่วมวงฉลองวันเกิดด้วย”
“เกนจะว่าได้ยังไงคะ ดีใจมากกว่า ถ้าเขมรู้ก็ต้องดีใจเหมือนกัน”
เกนหลงยิ้มร่าเริง อย่างมั่นใจ เช่นเดียวกับเขมชาติ ที่คุยโทรศัพท์ด้วยความดีใจไม่แพ้กัน
“ด้วยความยินดีเลยครับ วันมะรืนผมว่างพอดี”
เกนหลงแกล้งหยั่งเชิง
“ว่างแน่นะคะ ไม่มีนัดฉลองกับใครแน่นะ”
“ฉลอง...เนื่องในอะไรครับ?”
เกนหลงยิ้มอย่างรู้ทัน “จำวันเกิดตัวเองไม่ได้ใช่มั้ยคะ ? “
“ เออใช่. วันมะรืนวันเกิดผมจริงๆด้วย คุณเกนนี่น่ารักจังเลย จำได้ทุกปี ผมเองที่จำไม่เคยได้ โอเคเลยครับ ผมจะเคลียร์งานทุกอย่าง แล้วอยู่กับคุณเกนทั้งวัน จะให้ผมทำอะไรบอกได้เลยนะครับ”
เกนหลงยิ้มพอใจ
“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ทำตัวให้ว่างอย่างเดียวพอ เจอกันค่ะ”
เขมชาติยิ้มรับ “ครับ...เจอกัน”
เกนหลงวางสาย พลางมองกล่องของขวัญแล้วก็ยิ้มพอใจ ในขณะที่เขมชาติวางสายไปแล้วก็คิดแผนร้ายในใจ

เอื้อยื่นผ้าพันคอที่เทำเอง ส่งให้สุริยง สุริยงรับมาด้วยความประหลาดใจ
“คุณเอื้อทำเองเหรอคะ?”
“มันอาจจะไม่ค่อยสวยเท่าที่ควร แต่ ใช่ครับ ผมทำเอง ผมให้”
“ขอบคุณมากค่ะ น่ารักจัง คิดไม่ถึงเลยนะคะ คุณเอื้อจะทำอะไรแบบนี้เป็น”
เอื้อยิ้มเขิน “ผมก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน มีอีกเรื่อง ที่หนูเล็กก็คงคิดไม่ถึง ผมหางานใหม่ให้คุณได้แล้วนะ”
“งานใหม่?” สุริยงทวนคำ
“ใช่ ตอนนี้ผมกับเกนหลงลงทุนทำโรงแรมด้วยกัน เราต้องการผู้ช่วย และหนูเล็กคือคนที่ผมไว้ใจมากที่สุด คุณเองก็บ่นๆว่าอยากจะลาออกจากบริษัทเขมชาติไม่ใช่เหรอ งานนี้น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด”
สุริยงนิ่ง คิด แอบใจหาย เอื้อดักคอ
“หรือว่า หนูเล็กเปลี่ยนใจ ไม่อยากลาออกแล้ว”
สุริยงชะงักแล้วก็ตัดสินใจ
“ไม่เปลี่ยนใจค่ะ หนูเล็กยังยืนยันที่จะลาออก ส่วนเรื่องงานใหม่ ขอคุยรายละเอียดก่อนตัดสินใจได้มั้ยคะ?”
เอื้อยิ้มดีใจ
“ได้เลยครับ อยากคุยเมื่อไหร่ นัดมาได้เลย ผมพร้อมเสมอ ต้องการเงินเดือนเท่าไหร่ บอกมาเลย ผมสู้ตาย ขอแค่คุณลาออกจากบริษัทเขมชาติ มาทำงานให้ผม แค่นั้นก็พอ”
เอื้อพูดย้ำเหมือนจะบอกเป็นนัยๆ สุริยงหนักใจอย่างแรง

สุริยงยืนสำรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้า หน้าผม ที่หน้ากระจก เพื่อเห็นว่าทุกอย่างทุกอย่างเรียบร้อยดี ก็เตรียมหยิบกระเป๋าเดินออกไป หากเมื่อเหลือบไปเห็นปฎิทิน สุริยงก็ชะงักกึก เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ ทว่าก่อนที่เธอจะทันคิดอ่านทำอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น สุริยงเห็นชื่อที่ปรากฏหน้าจอ ก็แอบตื่นเต้นนิดๆ ก่อนจะกดรับ
“สวัสดีค่ะ...”
เงียบ
“ผู้อำนวยการคะ”
เสียงเขมชาติ ทางปลายสายอ่อนแรงมาก
“วันนี้ผมคงไม่เข้าออฟฟิศ ผม...ผมปวดหัวมาก”
จากนั้นก็มีเสียงโทรศัพท์ตกลงพื้น พร้อมๆ กับเสียงเหมือนเขมชาติล้มลง ตึง!
สุริยงตกใจ “ผู้อำนวยการคะ ผู้อำนวยการ ฮัลโหล เขม”
สุริยงเผลอเรียกชื่อเขมชาติด้วยความตกใจ

สุริยงรีบเดินออกมาจากบ้าน พลางรีบเดินมาที่รถ ปิดประตูและสตาร์ทรถทันที แต่สตาร์ทอย่างไรก็ไม่ติด สุริยงร้อนใจ พยายามคิดว่าทำทำอย่างไรดี
รถแท็กซี่แล่นปราดเข้ามาจอดเทียบที่หน้าบ้านเขมชาติอย่างเร็ว สุริยงรีบลงจากรถ แล้วเดินเข้ามาในบ้านด้วยความร้อนใจ พลางมองหาเขมชาติด้วยความเป็นห่วง
“ผู้อำนวยการคะ....ผู้อำนวยการ “
หากไม่มีวี่แวว สุริยงคิด แล้วหันขวับไปที่ห้องนอนเขมชาติทันที

สุริยงเดินมาที่หน้าห้องนอน เห็นประตูเปิดอ้าอยู่ และเมื่อมองเข้าไปในห้อง ก็เห็นเขมชาตินอนคว่ำอยู่ที่พื้น สุริยงตกใจ จนแทบช็อก
“ผู้อำนวยการคะ”
สุริยงรีบวิ่งพรวดพราดเข้าไปหาทันที “ผู้อำนวยการคะ ผู้อำนวยการ”
สุริยงมาถึงตัวเขมชาติ แล้วก็รีบวางกระเป๋า และประคองตัวเขมชาติให้หันหน้ามา บัดนี้เขมชาติอยู่ในอ้อมแขนของสุริยง
“ผู้อำนวยการ”
เงียบ สุริยงลืมตัว “เขม เขม เป็นยังไงบ้าง? เขม”
เขมชาติ ค่อยๆลืมตาขึ้น “วดี...วดี”
“ฉันจะโทร.เรียกรถพยาบาลนะคะ”
สุริยงกำลังจะหันไปหยิบโทรศัพท์ หากเขมชาติรีบจับแขนไว้
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องผมไม่เป็นอะไรมาก”
“ไม่เป็นอะไรมาก แล้วทำไมมานอนอยู่ตรงนี้” สุริยงทำเสียงดุ
“ไปโรงพยาบาลดีกว่าค่ะ”
เขมชาติดึงตัวสุริยงไว้ พลางกอดแน่นกว่าเดิม
“ผมไม่ไป ผมไม่อยากไปไหนทั้งนั้น ผมไม่เป็นอะไรจริงๆแค่หน้ามืด คุณช่วยพาผมไปนอนที่เตียงก็พอ”
เขมชาติทำทำเหมือนจะหมดแรง สุริยงไม่ค่อยจะเห็นด้วย แต่เมื่อเขมชาติไม่ยอม ก็จำใจ
“ค่อยๆ ลุกนะคะ”
สุริยงพยายามขยับท่าให้พยุงตัวถนัดๆ เขมชาติทำตัวหนักๆ ไม่ให้ความร่วมมือ มือไม้พาดเหมือนจะกอดนัวกันไปมา สุริยงยันตัวเขมชาติให้ลุกขึ้นมาได้สำเร็จ
“เดินไหวมั้ยคะ?”
เขมชาติพูดเสียงแผ่วๆ เหมือนคนไม่มีแรง
“ไหว”
เขมชาติพยายามจะพูด แต่พอพูดจบก็โถมตัวเหมือนหมดแรง และเหนี่ยวเอาสุริยงล้มลงไปบนเตียงด้วย
สุริยงตกใจร้องเสียงหลง “ว้าย”
เขมชาติทิ้งตัวลงบนเตียง สุริยงล้มตามลงมาร่างแนบกันอย่างใกล้ชิด สุริยงทั้งตกใจ ทั้งตื่นเต้น เมื่อนึกได้ว่าหน้าตัวเองจ่ออยู่ตรงหน้าเขมชาติ
สองคนประสานสายตากัน สุริยงรีบยันตัวลุกไปยืนอยู่ข้างเตียงด้วยความตื่นเต้น
“ผมขอโทษ” เขมชาติทำเป็นรู้สึกผิด “อยู่ๆมันก็หน้ามืด ผมขอบคุณมากที่แวะมา แต่ผมไม่เป็นอะไรมาก คุณไปทำงานเถอะ”
พูดพลางแสร้งทำหน้าเหมือนเจ็บปวดมาก สุริยงเห็นแล้วก็ลังเล
“แล้วทานอาหารเช้าหรือยังคะ?”
เขมชาติส่ายหน้า
“ทานยาหรือยัง?”
เขมชาติส่ายหน้า “ผมไม่เป็นอะไรมากจริงๆ คุณปล่อยผมไว้อย่างนี้แหละ เวลาป่วย ผมก็อยู่คนเดียวมาตลอด ผมชินแล้ว”
สุริยงมองด้วยความสงสาร แต่ก็พยายามทำใจแข็ง
“ถ้าอย่างนั้น ฉันเข้าออฟฟิศก่อนนะคะ”
เขมชาตินอนหลับตา พยักหน้าช้าๆ อย่างตั้งใจให้ดูน่าสงสารมากที่สุด สุริยงพยายามตัดใจ หันหน้าหนี แล้วก็เดินออกไป
สุริยงหยุดยืนคิด อยู่ที่หน้าห้อง

คล้อยหลังสุริยง เขมชาติก็ลุกพรวดขึ้นมา ชะโงกมอง เมื่อเห็นว่าสุริยงไปแล้วจริงๆ ก็ถึงกับอารมณ์เสีย
ทันใดนั้นประตูก็เปิดเข้ามา เขมชาติตกใจรีบล้มตัวลงนอนป่วยเหมือนเดิม พลางร้องโอดโอยเรียกคะแนนสงสาร
“โอย”
สุริยงเดินกลับเข้ามา แล้วก็พูดเหมือนจะไม่ใจอ่อน ทั้งที่จริงๆ ใจอ่อนยวบนานแล้ว
“เดี๋ยวฉันทำข้าวต้มให้ ทานข้าวแล้วก็จะได้ทานยาแก้ปวด”
เขมชาติแอบยิ้มทั้งที่ยังหลับตา สุริยงพูดจบแล้วก็หันหลังจะเดินออกไป
เขมชาติเงี่ยหูฟังจนแน่ใจว่าไปแน่ ก็ค่อยๆลุกขึ้นมองตามด้วยแววตาเจ้าเล่ห์

สุริยงทำข้าวต้มอยู่ในห้องครัว พลางใช้ช้อนตักชิมน้ำแกง แล้ววางช้อนไว้ในอ่างล้างจาน ก่อนจะเทข้าวต้มใส่ชามแล้วยกออกไป
เขมชาติชะเง้อๆมอง พอได้ยินเสียงสุริยงเคาะประตู ก็รีบทิ้งตัวลงนอน
“โอย”
สุริยงเปิดประตู และเอาตัวดันประตูออก ก่อนจะเดินเข้ามาวางข้าวต้มไว้ที่หัวเตียง
“ข้าวต้มและยาแก้ปวดค่ะ”
เขมชาติแสร้งทำเป็นไม่มีแรง
“ขอบคุณมาก”
พลางทำทีพยายามจะลุกขึ้นมากิน แต่ก็ไม่มีแรง ล้มตัวลงไปนอนต่อ สุริยงมองแล้วก็สงสาร ใจอ่อนอีกจนได้ พลางเดินเข้ามาประคองเขมชาตินั่งพิงหัวเตียง แล้วหยิบชามข้าวต้มมา
“ฉันป้อนค่ะ”
เขมชาติลืมตาขึ้นมอง แววตาซาบซึ้งใจ
“ขอบคุณมาก”
สุริยงตักข้าวต้มป้อนเขมชาติอย่างอ่อนโยน เขมชาติกินข้าวต้มไป มองหน้าสุริยงไป ฝ่ายถูกมองพยายามทำนิ่งๆ ไม่หวั่นไหว ทั้งที่ในใจเต้นโครมคราม
สุริยงกำลังจะป้อนอีกคำ เขมชาติจับมือไว้ แล้วพูดขึ้น
“ที่คุณทำดีกับผม เพราะคุณจำได้ว่าวันนี้เป็นวันอะไรใช่หรือเปล่าวดี”
สุริยงไม่ยอมรับ
“ทานต่อเถอะค่ะ จะได้รีบทานยา”
พลางดึงมือออก จะป้อนต่อ เขมชาติ หันหน้าหนี ไม่ยอมกินและพูดต่อ
“ถึงคุณจะไม่ยอมรับว่าจำได้ว่าวันนี้เป็นวันอะไร แต่อย่างน้อยคุณก็ตอบคำถามผม คุณยอมรับว่าคุณคือ สุริยาวดี”
สุริยงชะงัก ลืมตัว
“และผมก็ชอบที่คุณเรียกผมว่า “เขม”

วันนี้ขอให้เรียกผมแบบนี้ทั้งวันได้หรือเปล่า”
เขมชาติทำเสียง อ้อน พร้อมกับเลื่อนมือสองข้างมาโอบเอวสุริยงไว้ เหมือนจะกอดหลวมๆ สุริยงผงะนิดๆ ทั้งเขิน ทั้งตกใจ ทั้งตื่นเต้นระคนกัน

สุริยงพยายามเรียกสติกลับมา แล้วก็ยัดช้อนข้าวต้มพรวดใส่ปากเขมชาติ จนฝ่ายหลังแทบสำลัก รีบปิดปากงับช้อนแทบไม่ทัน
สุริยงพูดเขินๆ
“พูดเก่งนะคะ ดูท่าทางว่าจะดีขึ้นแล้ว งั้นทานเองก็แล้วกัน ฉันจะได้เข้าออฟฟิศ”
สุริยงวางชามข้าวต้มไว้ในมือเขมชาติ ที่กำลังคิดว่าจะทำอย่างไต่อดี สุริยงลุกขึ้น เตรียมจะเดินออกไป

อ่านละครเรื่อง อย่าลืมฉัน ตอนที่ 12/4 วันที่ 9 เม.ย. 57

ละครเรื่อง อย่าลืมฉันบทประพันธ์ : ทมยันตี
ละครเรื่อง อย่าลืมฉันบทโทรทัศน์ : ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครเรื่อง อย่าลืมฉันกำกับการแสดง : ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่อง อย่าลืมฉันผลิต : บ. ละครไท จำกัด โดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่อง อย่าลืมฉัน ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัส เวลา 20.15 น.
ติดตามชมได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น