@.อ่านละคร.นาคี.นางอาย.ดวงใจพิสุทธิ์.@

อ่านละครเรื่อง อย่าลืมฉัน ตอนอวสาน(4) วันที่ 28 เม.ย. 57

อ่านละครเรื่อง อย่าลืมฉัน ตอนอวสาน(4) วันที่ 28 เม.ย. 57

สุริยงทำเป็นมีฟอร์ม แต่สุดท้ายก็ยอมนั่งกินจนได้
เขมชาติยืนแอบมองอยู่อีกมุมหนึ่ง พลางยิ้มโล่งอก เป็นจังหวะเดียวกับที่โทรศัพท์มือถือสั่นเขมชาติรีบกดรับ
“คุณเอื้อ สวัสดีครับ”

เอื้อกับเกนหลงเพิ่งเดินทางมาถึงสวิส เอื้อเดินไปคุยไป
“สถานการณ์เป็นยังไงบ้างครับ ?”
“ ยังคลุมเครือครับ ไม่มีอะไรคืบหน้า”
เขมชาติคุยเบาๆ คุยไป ก็แอบมองดูสุริยงไปด้วย
“แต่ผมกำลังจะลองใจวดีบางอย่าง เดี๋ยวก็รู้ว่าจะยอมใจอ่อนหรือยัง?”


เอื้อตอบเสียงครุ่นคิด
“ได้ผลยังไงบอกผมด้วย ตอนนี้ผมกับเกนมาถึงแล้ว กำลังจะไปหา”
“เจอกันค่ะเขม”
เอื้อวางสายไป เกนหลงหันมาถาม
“พี่เอื้อคิดว่า แผนลองใจของเขมจะสำเร็จมั้ยคะ?”
เอื้อยอมรับหนักใจ

เมื่อสุริยงกินหมดเกลี้ยงจาน ก็ไม่เห็นมีอะไรเลย สุริยงแอบหงุดหงิด
“ไม่เห็นมีอะไรเลย” พลางพลิกดูใต้จาน ”อยู่นี่เอง” สุริยงเห็นกระดาษพับๆเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ แปะอยู่
ใต้จาน จึงรีบหยิบขึ้นมาอ่าน
“บัตรนัดหมอ แม่คุณแนะนำให้ผมพาคุณไปหาหมอ เพราะถึงกำหนดที่จะต้องฝากครรภ์แล้วผม
นัดหมอที่ดีที่สุดในเมืองไว้ตอนสิบโมง ถ้าคุณไว้ใจ ผมรออยู่”

ในขณะที่เขมชาติมองดูนาฬิกา ในใจลุ้น เสียงโทรศัพท์ดัง จึงรีบดูหน้าจอ เห็นเป็นชื่อเอื้อ เขมชาติผิดหวังเล็กน้อย
“ครับคุณเอื้อ”
เอื้อเปิด speaker phone
“แผนการณ์สำเร็จมั้ยครับ?”
เขมชาติดูนาฬิกาเกือบจะสิบโมงแล้ว
“จะสิบโมงแล้ว ผมว่าอาจจะไม่สำเร็จ”
เอื้อกับเกนหลงมองหน้ากัน
“สิบโมงเกี่ยวอะไรด้วยคะ?”
เขมชาติคิดๆ กำลังจะเล่า
ในขณะที่สุริยงยังอยู่ในชุดเดิม พลางดูนาฬิกาอีกครึ่งชั่วโมงสิบโมง สุริยงมองดูบัตรนัดแล้วคิดหนัก
จะไป หรือไม่ไปดี

เอื้อกับเกนหลงพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“โอเค ตอนนี้ก็อีกครึ่งชั่วโมงก็จะถึงเวลาหมอนัด คุณสุยังไม่มา”
เขมชาติ ตอบเสียงเศร้าๆ เกืบจะหมดหวัง
“ครับ ผมว่า เขาอาจจะไม่มา วดีคงไม่ยอมใจอ่อน และไม่ยอมรับเรื่องลูก หรือไม่ก็คงไม่ยอมรับว่า
ผมเป็นพ่อเด็ก สรุปแล้ว เขาคงไม่ไว้ใจผม ไม่ว่าผมจะทำดีแค่ไหนก็ตาม”
เขมชาติแอบเศร้า เกนหลงมองหน้าเอื้อ
“ผมคิดอะไรออกบางอย่าง” จู่ๆ เอื้อก็โพล่งขึ้นมา พลางอมยิ้มนิดๆ แววตาเจ้าเล่ห์

นาฬิกาที่ข้างฝาบอกเวลา 9 โมง 35 นาที สุริยงยังคงเดินไปเดินมาอย่างคิดไม่ตก ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือดัง สุริยงชะงักนิดๆ
“เขมหรือเปล่า?” สุริยงเดินไปดูหน้าจอ ปรากฏชื่อเอื้อ แอบผิดหวังเล็กๆ
“สวัสดีค่ะคุณเอื้อ หนูเล็กเดาออกว่าคุณเอื้อจะโทร.มาเรื่องอะไร?”
เอื้อยิ้มๆ “ไม่จริง ผมว่าหนูเล็กเดาไม่ออก เพราะสิ่งที่ผมจะบอก หนูเล็กไม่เคยรู้มาก่อน”
สุริยงขมวดคิ้ว แปลกใจ
“หนูเล็กจำได้หรือเปล่า ครั้งแรกที่เราเจอกัน คุณพ่อพาคุณมาฉลองวันเกิดผม”
เอื้อคุยโทรศัพท์อยู่มุมหนึ่ง เกนหลงยืนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย

“แต่ผมตั้งใจไม่อยู่บ้าน คุณเลยต้องฉลองกับคุณพ่อแค่สองคน คืนนั้นพอผมกลับมา ผมเห็นการ์ดของคุณพ่อวางอยู่บนโต๊ะกินข้าว การ์ดใบนั้นมันมีความหมายกับผมมาก ผมอยากให้คุณอ่านมัน”
เอื้อพูดด้วยความตั้งใจ สุริยงฟังแล้วคิดด้วยความอยากรู้ และสงสัย ก่อนที่จะรีบเดินมาที่ชั้นวางของ
เห็นรูปเจ้าสัววางอยู่ สุริยงเปิดลิ้นชักและหยิบการ์ดที่เอื้อบอกขึ้นมาดู
“เอื้อ ลูกรัก วันเกิดปีนี้พ่อไม่มีของขวัญให้ นอกจากคำสอนที่เรียบง่าย ถ้าลูกอยากมีความสุข ต้อง
รู้จัก “ลดทิฐิ” สิ่งที่ทำให้คนเราทุกข์ เพราะเรามีทิฐิ ไม่ยอมเปิดใจรับสิ่งที่สวยงาม ลูกปฏิเสธผู้หญิงดีๆอย่างหนูเล็ก
เพราะทิฐิ ทำให้ลูกต้องมาเสียใจภายหลัง พ่อได้แต่หวังว่า นับจากนี้ไปลูกจะเรียนรู้การวางทิฐิ อคติ และเปิดใจรับสิ่ง
ดีๆที่กำลังจะเข้าใจในชีวิตอย่างมีความสุข...อย่าสร้างความทุกข์ให้ตัวเอง เพราะกำแพงแห่งทิฐิอีกเลย รักลูกและอยาก
เห็นลูกมีความสุขเสมอ”

สุริยงน้ำตาร่วง พลางปาดน้ำตา คิด มองรูปเจ้าสัวที่อยู่ตรงหน้า เจ้าสัวมองมา เหมือนจะบอก
ให้สุริยงตัดสินใจ
สุริยง หันไปดูนาฬิกา 9 โมง 50 นาที อีกสิบนาที
ในขณะที่เขมชาติยังยืนรออยู่ที่เดิม พร้อมๆ กับที่ความเศร้าใจทวีมากขึ้นเรื่อยๆ พลางมองทางเดิน
ไม่มีวี่แวว เขมชาติตัดสินใจหันหลังกำลังจะไป
ทันใดนั้น สุริยงก็เดินโผล่เข้ามา
“ใจเสาะจริงๆ แค่หนึ่งนาทีก็รอไม่ได้”
เขมชาติชะงักกึก หันมาที่ต้นเสียง เห็นสุริยงเดินมาราวกับพระอาทิตย์ที่ส่องแสงสว่างไสว
“วดี”
สุริยงเดินมาหยุดตรงหน้า
“ไม่มีความอดทนแบบนี้ สมควรจะได้รับการยกโทษหรือเปล่า?”
เขมชาติระล่ำระลักรีบอธิบาย
“ผมไม่ได้จะไป ผมแค่หันหลังเฉยๆ”
“ยังจะมาเจ้าเล่ห์”
“ผม ไม่ได้เจ้าเล่ห์ ผมแค่ โอเค ผมยอมรับ ผมคิดว่าคุณจะไม่มา แต่คุณก็มาจนได้ คุณยกโทษให้ผม
แล้วใช่มั้ยวดี?”
“ฉันยังไม่พูดสักคำว่ายกโทษให้ แต่ฉันจะให้เวลาคุณ 30 วินาที บอกเหตุผลที่ฉันฟังแล้วจะต้องยก
โทษให้กับสิ่งเลวร้ายต่างๆที่คุณทำกับฉัน”
เขมชาติอึ้ง
“30 วินาที โห ผมทำอะไรไว้ตั้งเยอะแยะ แค่ 30 วิจะไปพออะไร?”
สุริยงดูนาฬิกา “เริ่มจับเวลา”
เขมชาติ เริ่มลน “เอ่อ คือ เว้ยเฮ้ย พูดอะไรดี”
สุริยงมองหน้า “ก็แค่พูดความจริง เหลืออีก 25 วินาที”
เขมชาติหน้าเหวอ
“หะ !? โอเค ผมรู้ ที่ผ่านมาผมทำไม่ดีกับคุณไว้มาก ทำให้คุณต้องเสียใจ ต้องร้องไห้ ผมอยาก
ให้คุณรู้ว่า ผมเสียใจ และเจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าคุณ ผมคิดว่าสิ่งเลวร้ายที่ทำลงไป จะทำให้ผมหายแค้น”
“แล้วมันหายมั้ย?”
เขมชาติส่ายหน้า
“ยิ่งผมทำไม่ดีกับคุณมากเท่าไหร่ มันยิ่งเพิ่มความรู้สึกผิด ความเสียใจ ให้เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น มันทำ
ให้ผมรู้ว่า ผมไม่ได้โกรธแค้น หรือเกลียดคุณแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้ามผมยังรักคุณ และรักเพิ่มมากขึ้น ทุกครั้งที่เราเจอกัน”
เขมชาติน้ำตาซึมๆ สารภาพทุกความรู้สึกออกมาอย่างหมดเปลือก สุริยงเริ่มไม่สนใจเวลาที่ผ่านไป
“เพราะผมรัก ผมถึงเจ็บ เวลาที่รู้ว่าคุณเจ็บ ผมถึงเสียใจที่รู้ว่าคุณเสียใจ ผมขอโทษนะวดี ขอโทษที่
ไม่รู้ใจตัวเอง ขอโทษที่ไม่รู้จักคุณดีพอ ถึงได้ทำร้ายคุณอย่างมากมายขนาดนี้ ผมขอโทษ”
สุริยงมองหน้าเขมชาติ มองลึกเข้าไปในแววตา สิ่งที่เห็นคือความจริงล้วนๆ สุริยงใจอ่อนยวบ หมด
เปลือกที่หุ้มอย่างสิ้นเชิง
“ฉันยกโทษให้คุณ แล้วคุณจะยกโทษให้ฉันได้หรือเปล่า?”
เขมชาติขมวดคิ้ว แปลกใจ สุริยงพูดต่อ
“ยกโทษให้กับการบอกลาที่ไม่มีคำอธิบาย ยกโทษให้กับผู้หญิงใจร้ายที่ปากแข็งที่สุดในโลก”
สุริยงน้ำตาซึมๆ “ทำให้คุณต้องเสียใจ และเจ็บปวดตลอดเวลาที่เราจากกัน”

อ่านละครเรื่อง อย่าลืมฉัน ตอนอวสาน(4) วันที่ 28 เม.ย. 57

ละครเรื่อง อย่าลืมฉันบทประพันธ์ : ทมยันตี
ละครเรื่อง อย่าลืมฉันบทโทรทัศน์ : ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครเรื่อง อย่าลืมฉันกำกับการแสดง : ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่อง อย่าลืมฉันผลิต : บ. ละครไท จำกัด โดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่อง อย่าลืมฉัน ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัส เวลา 20.15 น.
ติดตามชมได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3