อ่านละคร บ่วงบาป ตอนที่ 14/6 วันที่ 13 มี.ค. 56


อ่านละคร บ่วงบาป ตอนที่ 14/6 วันที่ 13 มี.ค. 56

คุณพระเกิดออกมาจากในห้องพร้อมนวล
“อ้าว...คุณเกลียว มีอะไรหรือถึงได้มาถึงที่นี่”
“ท่านเจ้าคุณให้มาตามคุณพระไปพบค่ะ”
คุณพระเกิดแปลกใจ หันมองนวล เกลียวยังมองนวลไม่วางตา

คุณพระเกิดนั่งคุยกับพระยาสุรินและเทิด
“ท่านเจ้าคุณมีสิ่งใดจะคุยกับกระผมหรือขอรับ”
“เอาเป็นว่าฉันไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลาเลยนะ คุณพระรู้ใช่ไหมว่าลูกชายฉันพอใจแม่น้อยมาลูกสาวคุณพระมานานแล้ว”


“ขอรับ”
“ฉันอยากจะสู่ขอแม่น้อยให้พ่อเทิด คุณพระต้องการสินสอดทองหมั้นเท่าใดว่ามาได้เลย หรือถ้าต้องการตำแหน่งงานเพิ่มขึ้นด้วย ฉันก็ช่วยเต็มที่ ตกลงไหมคุณพระ”
คุณพระเกิดหนักใจ นึกไปถึงตอนที่ทัดมาขอร้อง

บริเวณทางเดินในป่า คุณพระเกิดคุยกับทัด
“นายทัดมีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันรึ”
“คุณพระจำได้ไหมขอรับ คุณพระเคยบอกว่าถ้ากระผมต้องการสิ่งใดเพื่อตอบแทนที่กระผมเคยช่วยเหลือคุณนวลกับคุณน้อยให้บอกได้”
“จำได้สิ นายต้องการอะไรล่ะ”
“กระผมอยากจะขอร้องคุณพระ อย่าเพิ่งยกคุณน้อยให้ใครตอนนี้นะขอรับ คุณน้อยเธอยังเด็กเกินไป”
“นายพูดเหมือนกับรู้ว่าจะมีใครมาสู่ขอแม่น้อย”
ทัดไม่ตอบคำถามนั้น
“คุณพระรับปากกับกระผมได้ไหมขอรับ อย่าเพิ่งให้คุณน้อยแต่งงาน ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม จะให้กระผมกราบ กระผมก็ยอม”

ทัดคุกเข่า
“ไปสู่ขอแล้วเหรอ” แม่ค้าคนแรกบอก

“คุณน้อยน่ารักเสียปานนั้น ข้ายังอยากได้มาเป็นลูกสะใภ้เลย” แม่ค้าอีกคนว่า
ระพีหยุดฟัง
“อยากได้...เอ็งก็ลองเสี่ยงไปสู่ขอคุณน้อยดูสิวะ”
“บ้าสิ ขนาดคนใหญ่คนโตอย่างพระยาสุรินไปสู่ขอคุณน้อยให้คุณเทิด คุณพระเกิดยังไม่ยอมยกให้ แล้วนับประสาอะไรกับตาสีตาสาอย่างเรา”
ระพีกำมือแน่นตัวสั่นด้วยความโกรธ ก่อนจะหันไปเห็นน้อยกับคนใช้เดินเลือกซื้อของอยู่ในตลาด
“นังน้อย !”

ในร้านขายผ้า น้อยเห็นผ้าผืนหนึ่งสวยถูกใจ กำลังจะเอื้อมมือหยิบ แต่มือระพีฉวยหยิบผ้าผืนนั้นไปก่อน
น้อยหันไปมอง
“อยากได้เหรอ”
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณระพีเอาไปเถอะ น้อยไม่เอาก็ได้ค่ะ”
ระพีปรี๊ดทันที
“เข้าใจเสียใหม่นะ ผ้าผืนนี้เป็นของฉันเพราะฉันเห็นก่อน ไม่ใช่เพราะหล่อนยกให้ฉัน”
“น้อยไม่ได้คิดอย่างนั้น”
“ไม่คิดก็ดี เพราะถ้าหล่อนคิด ชีวิตหล่อนจะไม่มีวันสงบสุขอีกเลย”
น้อยมองอย่างเหนื่อยหน่าย
“คุณระพีจะซื้อผ้าผืนนี้ไปเลยไหมคะ”
“ฉันซื้อแน่ ถามทำไม”
“น้อยจะได้สบายใจว่าจะไม่มีใครซื้อผ้าผืนนี้ไปให้น้อย แล้วคุณระพีจะได้ไม่เข้าใจน้อยผิดอีก ว่าน้อยแย่งของของคุณระพีมา ทั้งน้อยและคุณระพีจะได้อยู่กับความสงบสุข น้อยขอตัวนะคะ”
น้อยจะเดินผ่านหน้าระพี ระพีหมั่นไส้ ผลักน้อยล้มลงพื้นอย่างแรง
“นังน้อย!”
คนใช้ ปราดเข้าไปดูน้อย
“คุณน้อย ! จะมากเกินไปแล้วนะคะ”
“พี่แดงอย่า”
น้อยปราม คนใช้หยุดด่าระพี
“พี่เทิดพี่อัฐไม่ได้อยู่แถวนี้ หล่อนไม่ต้องแกล้งทำใสซื่อเป็นคนดีหรอกย่ะ มันทุเรศลูกตา”
“ระพี หยุดเดี๋ยวนี้ !”
ระพีหันไปเห็นรำพึงกับจวงเข้ามา รำพึงปราดเข้าไปประคองน้อยลุกขึ้น
“แม่น้อยเป็นอะไรมากไหมคะ”
“ไม่ค่ะ”
“ระพี ขอโทษแม่น้อยเดี๋ยวนี้”
“คุณแม่ ! ทำไมคุณแม่ทำอย่างนี้ คุณแม่ต้องอยู่ข้างระพีสิ”
“ลูกเป็นฝ่ายระรานแม่น้อยก่อน สมควรแล้วเหรอที่แม่จะเข้าข้าง... ขอโทษแม่น้อยเดี๋ยวนี้”
รำพึงสั่งลูกสาว
“ไม่”
รำพึงดึงแขนระพี
“อย่าให้แม่ต้องเหลืออดนะระพี”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณน้า”
“ไม่ได้หรอกจ้ะ ถ้าปล่อยไป ระพีจะเคยตัว”
รำพึงบอกน้อยแล้วถลึงตาใส่ระพี
“แม่สั่งให้ขอโทษแม่น้อยเดี๋ยวนี้”
ระพีมองชาวบ้าน แม่ค้าต่างซุบซิบนินทาและมองระพีทำนองว่าเห็นด้วยกับที่รำพึงด่า ระพีกรี๊ดระบายความอายและโมโหแล้วสะบัดมือรำพึงวิ่งหนีออกไป
“ระพี ! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ”
รำพึงหันมาหาน้อย
“น้าต้องขอโทษหนูแทนระพีด้วยนะ อย่าโกรธระพีเลย”
“น้อยไม่โกรธหรอกค่ะ “
รำพึงกับน้อยยิ้มให้กัน รำพึงก็มองตามทางที่ระพีวิ่งไปอย่างหงุดหงิด

บนเรือนคุณพระไว รำพึงหันมาด่าระพี
“แม่ไม่คิดเลยว่าแกจะโง่ขนาดนี้ แกจะทำอะไรหัดคิดบ้างสิ ถ้าแม่น้อยเกลียดแก แม่น้อยจะพาลเกลียดเรา เกลียดตาอัฐไปด้วย”
“อ๋อ...ที่แท้คุณแม่ก็กลัวพี่อัฐไม่ได้สมหวังกับนังน้อย”
รำพึงสวนทันที
“และแกก็จะไม่ได้สมหวังกับพ่อเทิด”
“คุณแม่ไม่ต้องมาอ้างเรื่องพี่เทิดหรอกค่ะ ระพีรู้ คุณแม่ไม่ได้หวังดีกับระพี คุณแม่ไม่ได้รักระพี”
“แกเป็นลูกแม่ ทำไมแม่จะไม่รัก”
“รักหรือคะ รักแล้วทำไมคุณแม่ถึงด่าระพีต่อหน้าคนอื่น คุณแม่รู้ไหมคะว่าระพีอับอายแค่ไหน”
“แกทำตัวเองทั้งนั้น ถ้าแกอยู่เฉยๆ ทำตามที่แม่บอก แม่จะทำให้แกได้ทุกอย่างที่แกต้องการ”
“ระพีไม่เชื่อ ขนาดความรักคุณแม่ยังให้ระพีไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับอย่างอื่น คุณแม่รักแต่พี่อัฐ คุณแม่ไม่รักระพี”
จังหวะนั้น อัฐกับจวงเดินเข้ามาพอดี รำพึงตบระพีเต็มแรง อัฐกับจวงตกใจ
“อย่าพูดจาพล่อยๆแบบนี้อีก”
ระพีวิ่งจับหน้าเข้าไปในห้อง
อัฐจะวิ่งตามน้อง
“ระพี”
“ไม่ต้องไปยุ่งกับมัน ปล่อยให้มันบ้าซะให้พอ”
อัฐกับจวงไม่สบายใจ รำพึงโกรธ

ระพีวิ่งร้องไห้เข้ามาในห้องนอนและนั่งลงบนเตียง
“เมื่อไหร่คุณพ่อจะกลับมา มีแต่คุณพ่อที่รักระพี ระพีคิดถึงคุณพ่อเหลือเกิน”


คุณพระไวเปิดประตูกุฏิเข้ามา หลวงตามั่น ใบหน้าซีดเซียวด้วยอาการป่วยหนักนอนหลับอยู่ คุณพระไวมองอย่างเป็นห่วง หลวงตามั่นไอโขลกจนตื่นขึ้นมา คุณพระไวรีบเข้าไปหา
“หลวงตา”
หลวงตาดีใจ
“เจ้าไว”
หลวงตามั่นไออีก จนคุณพระไวต้องประคองหลวงตาให้นั่ง
“มาจนได้นะเจ้าไว ตาสั่งแล้วว่าไม่ต้องให้ใครส่งข่าวไปบอกเจ้า จะลำบากลำบนเสียเปล่าๆ”
“ลำบากแค่ไหนกระผมก็ต้องมาขอรับ กระผมเอายาฝรั่งมาให้ด้วย หลวงตาฉันแล้วจะได้หายป่วย”
หลวงตาพูดอย่างปลงๆ
“ตารู้เวลาของตัวเองดี”
“หลวงตาต้องหาย ต้องอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กระผม”
“ไม่มีใครห้ามความตายได้หรอก แล้วอีกอย่าง...ความตายก็ไม่ใช่สิ่งน่ากลัว ถ้าตอนอยู่ เราได้ทำความดี ดำเนินชีวิตด้วยสติไม่ปล่อยให้กิเลสตัณหาใดๆ มาบดบังชีวิตของเรา เมื่อตายไป...เราก็ไม่มีบาปกรรมใดติดตามไปให้เราต้องชดใช้”
คุณพระไวใจไม่ดี
“หลวงตาอย่าพูดแบบนี้สิขอรับ กระผม...”
หลวงตาลูบหัว
“เมื่อใดที่เจ้าระลึกถึงคำสอนเหล่านี้ของตา นั่นก็เท่ากับว่าตาอยู่กับเจ้าเสมอ”
คุณพระไวน้ำตารื้น แม้เขาจำทำชั่วทำเลวเพียงใด แต่มีเพียงหลวงตาเท่านั้นที่ให้อภัยและเป็นกำลังใจให้เขาเสมอ หลวงตามั่นมองหน้าคุณพระไว แล้วเห็นภาพนิมิต... สัมภเวสียืนจ้องคุณพระไวในห้องนอน
หลวงตาตกใจจนไอโขลก
“หลวงตา !”
หลวงตามั่นเสียงอ่อนแรงบอก
“เจ้าไว คืนนี้เจ้านอนค้างที่วัดนี่นะ”
“ทำไมขอรับ”
หลวงตาไออย่างแรงจนทรงตัวไม่อยู่ แต่ก็พยายามบอกคุณพระไว
“นอนที่นี่นะเจ้าไว”
คุณพระไวแปลกใจสงสัย จังหวะนั้น ลูกน้องยกสำรับยาเข้ามาพอดี คุณพระไวรับแก้วน้ำจากลูกน้องส่งให้หลวงตาจิบ
“กินยาก่อนนะขอรับหลวงตา”
หลวงตาจิบยาอย่างอ่อนแรง คุณพระไวไม่สบายใจ

คุณพระไวกับลูกน้องออกมาจากในกุฎิ
“คุณพระไม่นอนค้างที่วัดนี่หรือขอรับ”
“จะนอนได้ยังไง ข้ามีงานราชการต้องสะสางอีกมาก”
“แต่ดูเหมือนหลวงตาจะเป็นห่วงกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับคุณพระนะขอรับ”
คุณพระไวชะงักไปเหมือนกัน
“ไม่มีใครทำอะไรข้าได้หรอก เอ็งเฝ้าหลวงตาไว้ก็แล้วกัน ถ้ามีอะไรรีบไปตามข้าที่เรือน”
“ขอรับ”
ลูกน้องเดินกลับกุฎิหลวงตาไป คุณพระไวเดินออกไป ใครบางคนมองจากที่ไกลๆ เห็นคุณพระไวเดินออกไปจากวัด

ที่มุมหนึ่งในวัดคุณพระไวกำลังเดินออกจากวัด ใครบางคนพุ่งเข้าไปหาคุณพระไวจนรู้สึกได้ จึงหันขวับไปมองแต่ไม่เห็นใคร คุณพระไวละความสนใจหันหลังเดินจากไป
“ใครบางคน” ที่มองตามคุณพระไว ที่แท้คือ หมอไสย์ !

๑๕ ปีก่อน เมื่อครั้งที่ “คุณพระ” ยังดำรงตำแหน่ง “ขุน” ขุนไวได้แทงดาบลงบนกลางตัวหมอไสย
“อีรำพึง ข้าขอจองเวรจองกรรมกับเอ็งทุกชาติไป”
หมอไสยฯใกล้หมดสติ แต่ตากระตุกขึ้นมามองด้วยความเคียดแค้น
“ถึงเวลาที่พวกเอ็งต้องชดใช้สิ่งที่ทำไว้กับข้า!” หมอไสยฯบอกกับตัวเอง

รำพึงที่กำลังนั่นกินของว่างอยู่กับอัฐบนเรือน ถ้วยน้ำชาตกแตกพื้นเพล้ง
“คุณแม่เป็นอะไรครับ ไม่สบายหรือเปล่า”
“เปล่าจ้ะ แต่จู่ๆ มือไม้ก็อ่อนขึ้นมา”
จวงถือผ้าพับเข้ามาส่งให้รำพึง
“ผ้างามๆ ได้แล้วเจ้าค่ะ จวงร่ำดอกไม้จนหอมฉุยเลยเจ้าค่ะ”
“อัฐเอาไปให้แม่น้อยนะ แล้วไม่ต้องพาซื่อบอกว่าแม่จัดแจงให้ล่ะ ลูกต้องบอกว่า ลูกตั้งใจนำมาฝากเพื่อขอโทษเรื่องระพี เข้าใจไหม”
“แต่ผมไม่อยากโกหกคุณน้อย”
จวงแอบเมาท์คนเดียว
“โถๆๆ พ่อคนดีศรีบ้านเมือง ดีผิดพ่อผิดแม่”
รำพึงไม่ได้ยินจวงเลยพูดกับอัฐต่อ
“อัฐลูกรัก ลูกโกหกแค่นี้ไม่ถึงตายหรอกลูก ดีไม่ดีจะทำให้คุณน้อยเธอมีความสุขมากด้วยซ้ำ”
อัฐมองห่อผ้าอย่างหนักใจ
“ถ้าอัฐเป็นห่วงแม่รักแม่ อัฐต้องแต่งงานกับแม่น้อย แม่อยากเห็นอัฐได้คู่ครองที่ดี แม่ถึงจะนอนตายตาหลับ”
“ครับคุณแม่”

รำพึงยิ้มหวาน
บริเวณหน้าเรือนขุนพระเกิด เวลากลางวัน น้อยนั่งใต้ต้นไม้ เอาใบไม้ที่ยีจนละเอียดโปะแถวข้อศอก
“คุณน้อยเจ้าขา เข้าเรือนไปให้คุณพระทำแผลให้ไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ” คนใช้ว่า
“น้อยไม่อยากให้คุณพ่อรู้เรื่อง เดี๋ยวท่านจะไม่สบายใจ พี่แดงเข้าไปเอาน้ำปูนใสมาให้น้อยหน่อยสิจ๊ะ น้อยจะผสมกับใบฝรั่งเอามาโปะแผลเพิ่ม”
“เจ้าค่ะ”
คนใช้เดินออกไป น้อยทาตัวด้วยใบไม้บนแผลที่ข้อศอกเพิ่มอีก
สักพักมีเสียงเหยียบใบไม้ดังกรอบแกรบดังจากข้างหลังน้อย น้อยพูดแต่ไม่ได้มองคนด้านหลัง
“กลับมาเร็วจังพี่แดง”
ทันใดน้อยก็ถูกลูกน้องเทิดล็อคปิดปากจากด้านหลัง น้อยพยายามดิ้น ร้องอู้อี้ และตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ไม่ได้ผล น้อยถูกพาลากออกไป

น้อยถูกลูกน้องเทิดปิดปากพาลากเข้ามายังบริเวณทางเดินในป่า น้อยพยายามดิ้นสุดแรง และกัดมือลูกน้องเทิดเต็มแรง
“อ๊าก !”
ลูกน้องเจ็บจนเผลอปล่อยมือ น้อยฉวยโอกาสวิ่งหนีและตะโกน
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย !”
อัฐเดินถือห่อผ้าเข้ามากำลังจะมุ่งหน้าไปเรือนคุณพระเกิดได้ยินเสียง หันไปมองเห็นน้อยกำลังถูกลูกน้องเทิดกระชากแขนไปปิดปาก แล้วถูกลากเข้าไปในป่า
“คุณน้อย !”
อัฐปล่อยห่อผ้าในมือวิ่งตามไป

ที่เรือนคุณพระเกิด คนใช้ถือขันใส่น้ำปูนใสกลับเข้ามา
“น้ำปูนใสได้แล้วเจ้าค่ะ คุณน้อย คุณน้อยเจ้าคะ คุณน้อย”
คนใช้ไม่เห็นน้อย

ลูกน้องลากปิดปากน้อยเข้ามาในป่า
“เห็นตัวเล็กๆ แค่นี้ แต่ฤทธิ์เยอะน่าดูเลยขอรับ”
เทิดเดินเข้ามา
“พี่เทิด ! ทำไมพี่เทิดทำกับน้อยแบบนี้”

อ่านละคร บ่วงบาป ตอนที่ 14/6 วันที่ 13 มี.ค. 56

ละครเรื่อง บ่วงบาป บทประพันธ์ : อัจฉรียา
ละครเรื่อง บ่วงบาป บทโทรทัศน์ : พอวาสน์-นันทพร
ละครเรื่อง บ่วงบาป กำกับการแสดง : กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง บ่วงบาป แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง บ่วงบาป ผลิต : บ้านละคอนโดย อรพรรณ วัชรพล
ละครเรื่อง บ่วงบาป ออกอากาศทุกวันพุธและพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ระยะเวลาออกอากาศ : เริ่ม กุมภาพันธ์ ทางไทยทีวีสีช่อง3
ที่มา manager






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น