@.อ่านละคร.นาคี.นางอาย.ดวงใจพิสุทธิ์.@

อ่านละคร สามี ตอน 8/4 วันที่ 11 ธ.ค. 56

อ่านละคร สามี ตอน 8/4 วันที่ 11 ธ.ค. 56

“แต่กว่าคุณลิ้มจะแก่ขนาดนี้ เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานมาตั้งกี่คนแล้วคะ ทุกวันนี้ลูกหลานสุขสบายไม่ใช่เพราะความเหนื่อยยากของคุณลิ้มเหรอคะ ไม่ต้องทำทุกอย่างได้เหมือนเดิม แต่ยังรักและห่วงใยเหมือนเดิม ดีกว่านะคะ ตัวฉันเองก็เจ็ดสิบสามแล้ว ฉันเคยโกรธตัวเองที่ร่างกายผุพังเป็นภาระให้คุณหญิงต้องห่วงใย คนแก่อย่างเราอาจจะอยากดูแลลูกหลาน แต่ถ้าดื้อแล้วกลายเป็นภาระ ฉันก็ไม่ดื้อดีกว่า ชีวิตที่เหลืออยู่
ฉันอยากเห็นหม่อมวลีกับคุณหญิงมีความสุข ถ้าโชคดีก็ขอให้ได้เห็นลูกของคุณหญิงกับคุณราพณ์ ถึงเวลานั้นฉันก็ตายตาหลับแล้วล่ะค่ะ”

“ก็อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนนะ”
ราพณ์เข้ามา
“แล้วก็อยู่เป็นหลักให้หลานๆ พักใจก่อนนะครับ”


อาม่ากับแม่นมอึ้งที่เห็นราพณ์กับรสิกาเข้ามา ราพณ์คุกเข่ากอดอาม่า
“อาม่าเหนื่อยมามากแล้วให้ผมได้ดูแลอาม่าบ้างนะครับ”
รสิกาจับมือแม่นม
“อ้ายจะไม่มีวันทอดทิ้งนมเด็ดขาดค่ะ อ้ายสัญญา”
อาม่ากอดราพณ์ แม่นมกอดรสิกาด้วยความอบอุ่น รสิกามองราพณ์ที่กอดอ้อนอาม่า เธอยิ้มๆ ราพณ์มองสบตา รสิกาเขินที่ถูกจับได้ว่าแอบมองเป็นความรู้สึกอุ่นๆ ของทั้งคู่ที่เชื่อมถึงกัน

แหววจัดการดูแลเรื่องที่นอนแม่นมแล้วก็กางฟูกของตัวเองนอนที่พื้นข้างเตียง แหววมอง ๆ แล้วมองทางประตูชักห่วง ๆ จะออกไปแต่รสิกาพาแม่นมเข้ามา
“คุณนมทำไมมาช้าจังคะ แหววกลัวจะเป็นอะไร ว่าจะออกไปตาม”
รสิกามองหน้ากับแม่นมยิ้มทั้งคู่
“ไปชมจันทร์มาจ๊ะ”
แหววมองงง แต่ยังไม่ทันได้คุยต่อ รัตนาวลีเข้ามา แม่นมกับแหววแปลกใจมาก
“พอจะอยู่ได้ไหมจ๊ะนม ขาดเหลืออะไรก็บอกได้นะ”
แม่นมปลื้ม
“ได้อยู่ใกล้คุณหญิง อยู่แบบไหนนมก็อยู่ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง คุณหญิงไปพักเถอะค่ะ”
แม่นมลูบที่แก้มรสิกาเบาๆ มองแล้วสะเทือนใจที่ยังเห็นร่องรอย
“หมู่นี้คุณหญิงมีเรื่องเจ็บตัวบ่อยเหลือเกินนะคะ”
“อ้ายมีเรื่องถี่มากจนรู้สึกว่าตัวเองมีศัตรู” รสิกาคิดๆ “ถ้าจะนับว่าไม่ถูกกันจริง ๆ ก็มีแค่สุรีย์ส่อง แต่...ถึงสุรีย์ส่องจะร้ายแต่ก็ไม่น่าถึงขนาดจะฆ่ากัน หม่อมแม่ว่าจริงไหมคะ”
รัตนาวลีอึ้งไปนิด ยิ้มพูดปลอบ
“อ้ายไม่เคยทำร้ายใครจะมีศัตรูได้ยังไงจริงไหมลูก”
“ก็จริงนะคะ ถ้าต้องมีชีวิตที่ต้องหวาดระแวงตลอดเวลา อ้ายคงเป็นบ้าแน่ๆ”
รสิกาพูดขำ ๆ แต่แม่นมกับรัตนาวลีแอบมองหน้ากันอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก
“อ้ายดีใจนะคะที่นมมาอยู่กับหม่อมแม่กับอ้าย ขอบคุณนะคะที่มาเพื่ออ้าย” รสิกากอดแม่นม
“ต้องขอบคุณคุณราพณ์นะคะ ไม่งั้นนมก็คงมาไม่ได้”
รสิกาชะงักไปนิดคิด ๆ แหววแทรกขึ้น
“คุณราพณ์นี่ดี๊...ดีนะคะ ดูห่วงใยเอาใจใส่ความรู้สึกคุณหญิงมาก”
รัตนาวลีมองลูกสาว รสิกาอึ้งๆ รู้ว่าแม่กำลังให้คิดถึงการกระทำที่ดีของราพณ์

รสิกาเข้ามาในห้องนอน ชะงักที่เห็นราพณ์นั่งอ่านเอกสารอยู่ เขาเงยหน้าขึ้นมองยิ้มกับเธอ
“เป็นยังไงบ้างครับ ห้องพักเรียบร้อยดีไหมครับ”
รสิกาเขินๆ
“เรียบร้อยดีค่ะ”
ราพณ์ลุกขึ้นจะขึ้นเตียงนอน รสิกามอง คำพูดของรุ้งรายดังก้องในหัว
“ความสุขเพียงอย่างเดียวของเฮียคือการได้อยู่กับผู้หญิงที่ตัวเองรัก ไม่ว่าจะต้องเสียเท่าไหร่ ฉันยอมถ้ามันจะทำให้เฮียได้สมหวัง”
ราพณ์บิดคลายความเมื่อยเบาๆ รสิกามองเขาเหม่อ ๆ ราพณ์เห็นอาการของเธอ
“มีอะไรหรือเปล่าครับคุณหญิง”
รสิการู้สึกตัวว่าเผลอไป
“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร”
รสิกาเลี่ยงไปหยิบสมุดออกแบบแล้วมานั่งที่เก้าอี้โซฟาเดี่ยวตั้งท่าจะทำงานแก้เขิน ราพณ์มองแล้วตัดสินใจเดินไปใช้มือวางบนสมุดออกแบบเป็นเชิงห้าม รสิกาเงยหน้ามองว่ามีอะไร
“คุณเพิ่งกลับมา อย่าเพิ่งทำงานเลยนะครับ”
“ฉันทำได้ค่ะ”
“คุณหญิง อย่าดื้อสิครับ”
“ฉันทำได้จริง ๆ”
ราพณ์มองแล้วตัดสินใจเข้าอุ้มจนเธอตัวลอยปล่อยพวกอุปกรณ์ลงพื้น
“ผมไม่ให้คุณทำงานแล้วคืนนี้”
รสิกาแย้งไปงั้น ๆ แก้เขิน
“ฉันขาดงานหลายวัน มีเรื่องติด ๆ กัน อีกไม่นานคงโดนไล่ออก”
“คุณก็ไม่ต้องทำงาน ผมดูแลคุณได้”
รสิกาหลุดปากออกมา
“นี่เป็นหน้าที่ของเจ้าหนี้หรือเปล่าคะ”
ราพณ์ชะงักมองตารสิกา แต่เธอตาไม่ได้ดุ กลับดูหวั่นไหว
“คุณถามเพราะอยากรู้ หรือว่าประชดครับ”
“เรื่องแม่นมวันนี้มันทำให้ฉันถามตัวเอง ฉันอยากรู้ว่าที่คุณลงทุนกับฉันเพราะหน้าที่ของเจ้าหนี้ใช่ไหมคะ”
ราพณ์วางเธอลงบนเตียงนั่งข้างเตียงแต่แขนยังคร่อมตัวเธอที่กึ่งนั่งกึ่งนอน ราพณ์ยิ้มหวานใส่
“แล้วถ้าผมบอกว่าไม่ใช่ล่ะ คุณจะเชื่อไหม ถ้าผมบอกว่าผม...”
รสิกาไม่กล้าฟังสวนตัดบททันที
“เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ”
ราพณ์มอง
“เรา...เพิ่งรู้จักกันไม่นาน”
“แต่ผม...”
ราพณ์มองพยายามจะสื่อความรู้สึก รสิกาทนสู้สายตากับเขาไม่ไหว
“ฉัน...ง่วงนอนแล้วค่ะ”
รสิกาตัดบทด้วยการล้มตัวลงนอน รสิกาพยายามข่มตานอนหลับด้วยความเขิน ราพณ์มองตามจะต้องทำให้รสิกาเชื่อให้ได้

ลินดาแต่งตัวเรียบร้อยกำลังจะออกไปข้างนอกพลางคุยโทรศัพท์มือถือ
“ฉันกำลังจะออกไปค่ะ คุณประสิทธิ์ถึงแล้วเหรอคะ”
รามเปิดประตูเข้ามาท่าทางเหมือนคนไร้วิญญาณมาก
“รอสักครู่นะคะ ฉันจะรีบไป...ราม”
ลินดามองหน้าลูกชายเห็นหน้าเครียดๆ
“ราม...เป็นอะไรลูก”
รามเข้ากอดโบตั๋น
“ม๊า...”
ลินดาตกใจ
“ราม...เป็นอะไร”
“ผมเกลียดพวกมัน เกลียด...” แต่ความรู้สึกของรามตรงข้าม
ลินดามองสภาพลูกชายแล้วตัดสินใจ หันไปพูดโทรศัพท์
“คุณประสิทธิ์คะ ฉันคงออกไปไม่ได้แล้ว ขอโทษด้วยนะคะ สวัสดีค่ะ”
ลินดาจับลูกชายมากอด รามกอดซบตักแม่อย่างต้องการหาที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ

เวลาผ่านไป รามยังนอนตักของแม่สงบลงมากแล้ว ลินดาลูบผมเบาๆ
“ม๊าจะออกไปข้างนอกไม่ใช่เหรอ”
“ช่างมันเถอะ ไม่มีใครสำคัญกับม๊าเท่ารามหรอกลูก”
รามลุกขึ้นมองหน้าแม่
“ผมก็รักม๊าครับ บนโลกนี้มีม๊าคนเดียวที่รักผม”
ลินดากับรามกอดกัน

“ใครทำอะไรราม บอกม๊าสิ ม๊าจะจัดการมันให้”
เช้าวันใหม่...รัตนาวลีกับแม่นมเตรียมใส่บาตรมีแหววช่วยจัดของ อาม่ากับพระลบเดินมาจากอีกด้านมีเง็กตามมา

“หม่อมวลี...ตื่นแต่เช้าเลยนะ” อาม่าทักทาย
แหววไหว้
“อรุณสวัสดิ์ค่ะอาม่า”
แม่นมยิ้มแย้ม
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณลิ้ม เดินออกกำลังกายเหรอคะ”
“พระลบอยากให้อาเหล่าม่าออกกำลังจะได้แข็งแรงครับ”
รัตนาวลีหันไปชวน
“ใส่บาตรด้วยกันไหมคะหม่าม๊า พระลบ”
อาม่ายินดี
“ตักบาตรร่วมขัน ทำบุญร่วมกัน อั๊วจะได้มีสะใภ้น่ารักอย่างลื้อทุกชาติไปเลย ดีไหมอาคุณนม”
แม่นมยิ้มรับ
“พระลบหิวข้าวแล้วครับ อาเหล่าม่า”
“งั้นอั๊วเข้าบ้านก่อนดีกว่า”
“ค่ะ” รัตนาวลียิ้มรับ
แหววหันมาถามอย่างสงสัย
“เอ่อ...สนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่คะคุณนม”
“ไม่รู้สักเรื่องจะตายไหม”
“ตายค่ะ...”
แม่นมหยิก แหววเด้งหนีอย่างรู้ทัน
“หนีเหรอ”
“อยู่กันมาตั้งสามสี่สิบปี ต้องพัฒนากันบ้างสิคะ”
“แม่แหวว” แม่นมเสียงดุ
แหววมองอึ้งๆ แล้วต้องเดินกลับมาให้แม่นมหยิกแต่โดยดี แหววแทบจะตัวบิดตามมือแม่นม
“โอ้ย”
รัตนาวลีส่ายหน้ามองขำ ๆ มองแหววที่เด้งตัวหนีด้วยความเจ็บเป็นจังหวะเดียวกับที่รถของรามวิ่งเข้ามาด้วยความเร็ว รามบีบแตรปิ๊นๆ แหววกระโดดหลบแทบไม่ทันด้วยความตกใจ
“เฮ้ย ขับรถแบบนี้จะฆ่ากันหรือไง”
รามจอดรถเปิดกระจกรถลง รามกับลินดายิ้มแล้วไม่สนใจเร่งความเร็วขับรถเข้าไปที่หน้าตึก รัตนาวลีหันมาสั่งแหวว
“แหวว เก็บของนะ ฉันจะเข้าไปดูเจ้าสัว”
แม่นมแปลกใจ
“อ้าว หม่อมไม่ตักบาตรแล้วเหรอคะ”
รัตนาวลีไม่ฟังเดินเข้าไปทันที แม่นมสงสัย
“สองคนนั้นเป็นใคร แล้วทำไมหม่อมต้องรีบขนาดนั้น”
“ก็คุณลินดากับคุณรามที่แหววเคยเล่าให้ฟังไงคะ”
แม่นมกังวล
“งั้นก็รีบตามเข้าไปสิ”
แม่นมกับแหววรีบตามเข้าไป

รัตนาวลีเดินเข้ามาที่หน้าตึก รามกับลินดาลงจากรถแต่ยังรีรอไม่ยอมเข้าไปในบ้าน รามทักทาย
“สวัสดีครับหม่อม”
“สวัสดีค่ะคุณราม คุณลินดา”
แม่นมกับแหววช่วยกันเก็บข้าวของเข้ามาอย่างรีบเร่งตามหลังมา ลินดาแดกดันทันที
“จะไปไหนมาไหนต้องมีบ่าวไพร่เดินตามรับใช้ราวกับง่อยเปลี้ยเสียขาเลยนะคะ”
แม่นมกับแหววหน้าตึงทั้งคู่ รัตนาวลีมองนิ่งใจเย็นมากยิ้มรับ
“ก็ตามฐานะน่ะค่ะ เป็นภรรยาเจ้าสัวเรียวจะอยู่ จะหยิบจับอะไรก็ควรจะสมเกียรติจริงไหมคะ”
ลินดาหน้าตึงแต่ยังแสยะยิ้ม
“สมเกียรติ หรือ จมไม่ลง แยกให้ออกนะคะ เพราะที่ลงทุนขายตัวทั้งแม่ทั้งลูก แล้วก็ขนคนมาเกาะเจ้าสัวกินกันทั้งวังเนี่ย ฉันสงสัยเหลือเกินว่าที่เป็นผู้ดีนี่แค่เปลือกนอกแต่เนื้อในเป็นปลิงหรือเปล่า”
แม่นมโกรธ
“หยุดนะ คุณไม่มีสิทธิ์หมิ่นเกียรติของหม่อม”
รามตวาด
“หุบปาก ม๊าฉันเป็นเมียเจ้าสัวเหมือนกันจะพูดอะไรก็ได้”
ลินดายิ้มหยัน
“เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าคนใช้แก่ ๆ อย่างแกไม่มีสิทธิ์มาตีเสมอฉัน เจ้านายไม่สั่งสอนหรือไงว่าอะไรควรไม่ควร”
แม่นมโกรธมาก รัตนาวลีกำลังจะสวน เสียงอาม่าดังขึ้นเสียก่อน
“ลื้อก็ไม่มีสิทธิ์จะมายืนด่าสะใภ้ของอั๊วเหมือนกัน”
อาม่าออกมา เง็กตามออกมา
“อั๊วไม่ชอบ”
ลินดาไม่พอใจ
“หม่าม๊า”
“ใครเป็นม๊าลื้อ อั๊วมีสะใภ้แค่สองคนคืออุษากับหม่อมวลี นอกคอกอย่างลื้อ อั๊วไม่นับ”
“โอ้ว...พะ...พะ...พลิกโผ” แหววพูดท่าทางกวนๆลอยหน้าลอยตา
ลินดาแค้นมากแต่รู้ว่าพูดไปตอนนี้ก็เสียเปรียบ รามเสียงอ่อนขึ้นมาเข้ากอดอาม่าอ้อนเต็มที่
“อาม่า...เช้าๆ แบบนี้อย่าอารมณ์เสียเลยนะครับ”
“อาราม...ลื้อก็บอกม๊าลื้อให้พูดน้อยๆ หน่อย อาม่าไม่ชอบ”
“ไว้ผมจะคุยกับม๊าเองนะครับ ผมหิวมากเลย ไปทานข้าวเช้ากันนะครับ”
“ป๊าน่าจะลงมาที่โต๊ะแล้วใช่ไหมเง็ก”
“ค่ะ”
อาม่าปรามราม
“เรียกเจ้เง็กสิราม ลื้อเด็กกว่าอีตั้งเยอะ”
“ครับ...” รามมองเง็กแบบปากไม่ได้นับถืออะไร เรียกไปงั้นๆ “เจ้เง็ก”
เง็กถอนใจไม่ค่อยอยากยุ่งนัก รามหันมาอ้อนอาม่าต่อ
“เข้าข้างในกันนะครับ อาม่า”
“หม่อมวลี ไปเจี๊ยะปึ่งกับหม่าม๊านะ”
อาม่าจับมือรัตนาวลีพาเข้าไปไม่สนใจลินดาเลย แม่นมหันไปชวนแหวว
“ไปรับใช้หม่อมกับเจ้าสัวกันเถอะแม่แหวว”
“ไปรับใช้คุณผู้หญิงตัวจริงของท่านเจ้าสัว...กันเถอะค่ะ”
แหววลั้นลาที่สุดรีบตามแม่นมเข้าไป รามไม่พอใจ
“ม๊า ผมจะเอาเรื่องมัน”
“อย่า ม๊าไม่อยากให้ป๊าอารมณ์เสียจนกว่าเราจะได้อย่างที่เราต้องการ เข้าใจไหม”
“ครับ ม๊า”

ลินดามองร้ายวันนี้จะเอาเรื่องให้ได้
โต๊ะอาหารคฤหาสน์เจ้าสัวเรียว...รัตนาวลีกับอาม่าเข้ามาดูพระลบที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร รามกับลินดาเดินเข้ามา

“คุณผู้หญิงขา กิมท้อจัดโต๊ะรอแล้วค่ะ”
กิมท้อที่ช่วยจัดอาหาร รีบเข้าไปหาลินดาอย่างพอใจ
แหววมองอย่างคันไม้คันมืออยากจะเล่นงานเหลือเกิน แต่แม่นมจับแขนปรามไว้ รามยิ้มแย้ม
“วันนี้ผมกับม๊า อยากมาทานข้าวพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัวน่ะครับ”
ลินดามองพระลบ

อ่านละคร สามี ตอน 8/4 วันที่ 11 ธ.ค. 56

ละครสามี บทประพันธ์โดย พัดชา
ละครสามี บทโทรทัศน์โดย สองปุณณณฐ
ละครสามี กำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครสามี ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครสามี ควบคุมการผลิตโดย จริยา แอนโฟเน่
ละครสามี ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ