อ่านละคร คิวบิก ตอนที่ 2 วันที่ 3 มี.ค. 57
“นั่นมันเป็นเรื่องของเธอ ฉันมีหน้าที่พาเธอมาดูที่พักและที่ทำงาน เราจะเริ่มต้นหักหนี้เธอวันอาทิตย์หน้า จำไว้ให้ดีทุกวันอาทิตย์ เธอต้องเอาเงินไปให้ฉันที่ออฟฟิศ เพื่อใช้หนี้คุณหลินเข้าใจไหม และเธอต้องเตรียมตัวไปโรงเรียนในวันจันทร์หน้า”นาคโวยอีกว่าต้องเรียนแล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปทำงาน จงซินบอกว่าใช้เวลาหลังเลิกเรียน นาคบอกว่างั้นตนไม่เรียน
“มันแกล้งกันชัดๆนี่หว่า หึ! นึกหรือว่าคนอย่างไอ้นาคจะหาเงินมาใช้หนี้ไม่ได้ อย่าหวังเลย!!”
จงซินกลับมาพบหลินที่ห้องทำงาน เขาติงหลินว่าไม่น่าไปรับคำท้าของนาคเลยทำให้วุ่นวายเปล่าๆ
หลินชี้แจงว่าถ้าไม่รับเด็กนั่นก็จะหาว่าตนกลัว บอกจงซินว่า ตนว่าเด็กนั่นไม่ธรรมดา ให้ไปหาประวัติมาให้ด้วย อยากรู้ว่าทำไมพ่อของเธอจึงส่งเธอมาแทนพี่สาว ย้ำก่อนจงซินออกไปว่า
“ตามหาตัวนันทกาให้เจอ เพราะตอนนี้เธอเป็นสมบัติของฉัน”
ooooooo
หลินหลานเซ่อ...ยังนั่งอยู่ในห้องทำงาน หยิบรูปของนันทกาขึ้นดู ความคิดคำนึงย้อนไปในคืนหนึ่ง...
คืนที่อยู่ในโถงเต้นรำห้องอาหาร เป็นคืนแรกที่เขาได้เห็นนันทกาเต้นรำกับยุทธพงษ์ เขามองนันทกาเหมือนตกในภวังค์ ยิ่งเมื่อเธอเหลือบมองมาประสบตากันแล้วหลบตาสะเทิ้นเขิน ช่างงามซึ้ง จนคืนนั้น...เขาเหมือนตกอยู่ในความฝัน...
คืนนั้นเอง จงซินได้พายุทธพงษ์มาพบ บอกว่า
เป็นนักธุรกิจไทยที่บอกว่ามีเรื่องจะปรึกษาเขา หลินทักทายและเชิญนั่ง
“มีอะไรก็พูดได้เลยครับ จงซินเขารู้ทุกเรื่องที่ผมรู้” หลินเอ่ยกับยุทธพงษ์
ยุทธพงษ์เล่าถึงธุรกิจที่มีปัญหาและขอกู้เงินจากหลินยี่สิบล้านเหรียญฮ่องกง เท่ากับ 60 ล้านบาทไทย หลินถามว่าจะใช้คืนได้เมื่อไร ยุทธพงษ์บอกว่าขอเวลาสามเดือน
“พร้อมดอกเบี้ยร้อยละยี่สิบ” หลินบอก ยุทธพงษ์โอเค หลินจึงให้จงซินจัดเงินให้ แต่พอยุทธพงษ์ขอบคุณและจะลากลับ หลินพูดนิ่มๆนิ่งๆว่า “อย่าเพิ่งขอบคุณผม คุณยังไม่ได้บอกผมเลยว่าคุณจะเอาอะไรมาค้ำประกันให้ผม”
“ลูกสาวผม” ยุทธพงษ์ตอบเหมือนเตรียมไว้แล้ว
นั่นคือจุดเริ่มต้นที่มีปัญหาตามมาถึงวันนี้...วันที่ยุทธพงษ์เบี้ยวสัญญาส่งฤทัยนาคมาแทนนันทกา หลินวางรูปของนันทกาในกรอบไว้บนโต๊ะตามเดิม นั่งหน้านิ่ง...
ooooooo
ที่คาเฟ่ ในฮังการี...
ผู้กองแพทริคนายตำรวจสากลนั่งจิบกาแฟอยู่ เขาได้รับโทรศัพท์จากลูกน้องแจ้งว่าคารอสพ่อค้าอาวุธข้ามชาตินอนกกผู้หญิงอยู่ที่โรงแรม แพทริคสั่งเฝ้าไว้ให้ดี ตนจะไปเดี๋ยวนี้ ลูกน้องถามว่าจะให้เรียกกำลังเสริมไหม
“ไม่ต้อง ฉันจะจับมันด้วยมือของฉันเอง” แพทริควิ่งออกจากคาเฟ่ไปอย่างเร็ว
แพทริคบุกเข้าไปถึงห้องนอน เจอแต่ผู้หญิง เธอบอกว่าคารอสหนีออกไปทางหน้าต่างแล้ว แพทริควิ่งออกไปยิงปะทะกับคารอสจนกระสุนหมด ถูกคารอสปาระเบิดขึ้นมา แพทริคกระโดดลงจากระเบียง สิ้นเสียงระเบิดแพทริคโผล่หน้ามอมแมมขึ้นมาท่ามกลางควันระเบิด เขาคำรามอย่างอาฆาตแค้น
“ไอ้คารอส ถ้ากูไม่ตาย กูต้องจับมึงด้วยมือของกูเอง!”
ooooooo
ที่ห้องประชุมฉายหงกรุ๊ป...
ผู้ถือหุ้นร่วมประชุมกันอย่างพร้อมหน้า หลินหลานเซ่อนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานที่ประชุม ข้างขวาเขามีซานกุ้ย มาเฟียรุ่นพี่นั่งอยู่ ส่วนหลางหย่งเหวิน และหลินเพ่ยอิง มาเฟียรุ่นน้องนั่งขนาบซ้าย นอกจากนั้นมีผู้ถือหุ้นวัยชราในบริษัทอีก 5 คน
ที่ประชุมอภิปรายเรื่องที่จะดึงคารอสมาร่วมหุ้นกับฉายหงกรุ๊ปเพื่อเราจะได้ขยายสินค้าออกสู่ตลาดโลกได้มากขึ้น
หลินหลานเซ่อนั่งฟังเงียบๆ จนเพ่ยอิงถามว่าทำไมเงียบไป หรือว่าเรื่องแค่นี้ทำไม่ได้ ถ้าทำไม่ได้ตนอาสาทำเอง ทั้งหย่งเหวินและซานกุ้ยต่างติงว่าเวลานี้หลินหลานเซ่อเป็นประธานของฉายหงกรุ๊ปจึงควรให้เขาแสดงฝีมือ ผู้ร่วมหุ้นอาวุโสอีกสองสามคนเห็นด้วย คนหนึ่งเสนอว่า
“หลินหลานเซ่อ เธอจะต้องพิสูจน์ให้พวกเราเห็นว่าเธอพร้อมที่จะเป็นผู้นำฉายหงกรุ๊ปของพวกเรา”
“ว่าไงหลินหลานเซ่อ บอกพวกเราสิว่านายจะทำมันได้ไหม” ซานกุ้ยขอคำยืนยัน หลินมองซานกุ้ยและทุกคนอย่างไม่หวั่นไหว พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ใบหน้านิ่งขรึมว่า
“ไม่ต้องห่วง ผมจะทำให้คารอส ทาเปีย เซ็นสัญญากับเราให้ได้”
ทุกคนลุกยืนปรบมือให้ด้วยความรู้สึกต่างกัน บ้างยินดี ให้กำลังใจ บ้างหนักใจกังวล และบ้างท้าทาย ส่วนหลินหลานเซ่อเอง เขายืนขึ้นรับเสียงปรบมือด้วยใบหน้าที่นิ่งขรึม ไร้ความรู้สึกใดๆ
ooooooo
หลังการประชุม หลินถามจงซินว่าติดต่อคารอสได้หรือยัง
จงซินบ อกว่าตนโทร.เป็นสิบๆครั้งแล้วแต่คารอสไม่รับสาย จงซินบอกหลินว่าเขากำลังถูกซานกุ้ยบีบให้เข้ามุมอับ หลินตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉยว่าเป็นเรื่องธรรมดา ทุกคนอยากเป็นประธานฉายหงกรุ๊ปทั้งนั้น โดยเฉพาะซานกุ้ยกับเพ่ยอิง
“ผมว่าคุณหลินต้องระวังตัวให้มากนะครับ ผมไม่ค่อยไว้ใจสองคนนี้...ผมว่าเขาทำได้ทุกอย่างเพื่อจะก้าวขึ้นเป็นหัวหน้า”
“ขอบใจที่นายเป็นห่วง แต่ฉันว่าตอนนี้นายทำยังไงก็ได้ ติดต่อให้คารอสมากินข้าวกับฉันสักมื้อ”
จงซินรับคำสั่ง แต่พอออกจากห้องก็เจอฟางเหม่ ยจิงนางแบบสาวสวยคู่ควงของหลิน เธอถามว่าหลินอยู่ไหม จงซินบอกว่าอยู่ แต่เธอไม่ควรเข้าไปตอนนี้เพราะเขากำลังเครียดและมีงานสำคัญต้องคิด
“เขา บอกหรือว่าไม่ต้องการพบฉัน” เหม่ยจิงถามอย่างอวดดี พอจงซินบอกว่าเปล่า เธอเชิดใส่ “ถ้าอย่างนั้น ฉันจะเป็นคนทำให้เขาหายเครียดเอง” พูดแล้วเดินเข้าไปเลย จงซินได้แต่มองตามอย่างพยายามเก็บความรู้สึก
เหม่ย จิงเข้าไปฉอเลาะถามว่าเครียดเรื่องอะไรตนช่วยได้ไหม พอหลินบอกว่าเรื่องงาน เธอช่วยอะไรไม่ได้หรอก เหม่ยจิงก้มหอมเขา ลูบแก้มเขาฉอเลาะว่าไม่ชอบให้เขาใส่คอนแทคเลนส์สีนี้เลย ตาสีเขียวมรกตของเขาดูเซ็กซี่กว่าตั้งเยอะ
“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าพูด เรื่องส่วนตัว” หลินปราม เหม่ยจิงบอกว่าตนแค่พูดไปเรื่อยเปื่อยถ้าไม่ชอบก็ขอโทษ แต่พอเหลือบเห็นรูปนันทกาบนโต๊ะก็ชักสีหน้าถามว่า “คุณยังสนใจผู้หญิงคนนี้อีกหรือคะ เธอดูบอบบางจะตาย จะให้มาทำหน้าที่นางบำเรอจะไหวเหรอคะ”
“เธออาจจะไม่ได้มาทำหน้าที่นาง บำเรอ” หลินบอก แล้วตัดบทชวนไปกินข้าวกันดีกว่าตนหิวแล้ว เหม่ยจิงเดินตามเขาไป ไม่วายหันจิกตาดูรูปนันทกาบนโต๊ะอีกครั้งอย่างเกลียดชัง
ooooooo
นาคไปเป็นกรรมกรในโครงการก่อสร้าง ได้รับน้ำใจจากต้าห่ายคนงานรุ่นเดียวกันที่คอยแนะนำและดูแล
ต้าห่ายเห็นเธอขุดหลุมหน้าดำหน้าแดงก็เอา
น้ำดื่มมาให้ขวดหนึ่ง ทักว่าเห็นเธอมากับคนสนิทของ
หลินหลานเซ่อ?
นาคบอกว่าตนเป็นหนี้ต้องมาทำงานใช้หนี้
ต้า ห่ายทำหน้าสยองบอกว่าเคยได้ยินว่าใครเป็นหนี้คุณหลินจะไม่รอดสักราย โดยเฉพาะผู้หญิงสวยๆ มักจะกลายเป็นคู่นอนอะไรแบบนี้ทุกคนเลย แต่ทำไมเขาจึงส่งเธอมาขุดดิน นาคบอกว่าเพราะตนไม่สวยไง ต้าห่ายติงว่าใครว่าเธอไม่สวย แต่สวยไม่เข้าขั้นต่างหาก
ต้าห่ายบอกว่าตน ต้องไปทำงานอีกที่แล้ว นาคหูผึ่งถามว่าเขามีงานจ๊อบอื่นด้วยหรือ ต้าห่ายบอกว่าตนทำงานรับจ้างส่งของทุกอย่าง นาคถามทันทีว่า “แล้วอย่างฉันทำได้ไหม”
อ่านละคร คิวบิก ตอนที่ 2 วันที่ 3 มี.ค. 57
ละคร คิวบิก บทประพันธ์โดย B 13 S.t.ละคร คิวบิก บทโทรทัศน์โดย วิลักษณา
ละคร คิวบิก กำกับการแสดงโดย ชูชัย องอาจชัย
ละคร คิวบิก แนวละคร รักโรแมนติก บู๊แอ็คชั่น ดราม่าครบรส
ละคร คิวบิก ผลิตโดย บริษัทยูม่า 99 จำกัด
ละคร คิวบิก ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - วันอาทิตย์ 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละคร คิวบิก เริ่มออกอากาศตอนแรก ในวันเสาร์ที่ 8 มีนาคม 2557
ที่มา ไทยรัฐ