อ่านละคร แรงปรารถนา ตอนที่ 2/4 วันที่ 6 ม.ค. 56

อ่านละคร แรงปรารถนา ตอนที่ 2/4 วันที่ 6 ม.ค. 56

พิทยานิ่งงันไป นพนึกว่าที่เงียบแปลว่าใช่!!
“ขอบใจที่ไม่โกรธน้อง ฉันจะได้สบายใจ”
พิทยารู้ทันทีว่าทั้งหมดเป็นแผนของสุอาภา เขาโมโหมาก แต่ยังไม่ทันจะทำอะไร สุอาภากับพราวพิไลก็เดินเข้ามาด้วยกัน สุอาภาเข้ากอดนพ
“ป๋า”
พิทยาหันไปมองสุอาภาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เธอลอยหน้าลอยตาใส่ ยั่วโมโหเขาเป็นเท่าทวีคูณ
พราวพิไลยกมือไหว้
“สวัสดีค่ะป๋า”

“สวัสดีจ๊ะหนูพราว ไม่ได้เจอกันตั้งนาน สวยขึ้นนะเราน่ะ”
“พราวรักป๋าก็ตรงนี้แหละค่ะ”
นพกับพราวพิไลหัวเราะคึกคัก ผิดกับเขาที่ดูร้อนรนกังวลใจมาก สุอาภาเห็นก็ยื่นหน้ามากระซิบ
“แค่นี้คงไม่ทำให้แฟนนายฆ่าตัวตายหรอก”



พิทยาหันขวับมองสุอาภาอย่างไม่พอใจและกังวลใจมากขึ้นจนทนไม่ไหว
“คุณอาครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ”
นพพยักหน้าไม่ติดใจอะไร พิทยาออกไป สุอาภาเบ้หน้าหมั่นไส้ จังหวะนั้นเอง ภาสันต์ ศรีพิไล รมณี ณรงค์เดินเข้ามาด้วยกัน
“ไม่รู้หนูรวีกับพ่อดลหายไปไหนด้วยกัน” ศรีพิไลว่า
“เด็กๆก็คงอยากมีเวลาจุ๋งจิ๋งกันสองต่อสองนั่นแหละค่ะ จริงมั้ยคุณ” รมณีบอกพลางหันไปถามณรงค์
ศรีพิไล รมณี ณรงค์ เออออห่อหมก มีแต่ภาสันต์ที่เซ็งและเบื่อ แล้วก็เดินผ่านหลังนพออกไปโดยที่ไม่เห็นกัน

มุมหนึ่ง ภายในโรงแรม รวีพรรณยืนน้ำตาซึม ภูวดลยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้ รวีพรรณหันไปเห็นก็ผงะไปนิดนึง แต่ตัดสินใจไม่รับผ้าเช็ดหน้าจากเขา ใช้มือตัวเองปาดน้ำตาอย่างจองหอง แล้วจะเดินหนีไป
ภูวดลไม่พอใจ เปลี่ยนแผนเป็นพูดแทงใจดำรวีพรรณ
“คุณดูออกใช่มั้ย ว่าสองคนนั้นมีอะไรลึกซึ้งกว่าแค่จับมือถือแขนอย่างที่คุณเห็น” รวีพรรณชะงัก หันกลับมามองภูวดล
“นี่ไม่ใช่เรื่องของคุณ”
ภูวดลยิ้ม รวีพรรณหลบตา
“แสดงว่าคุณดูออก ผู้ชายน่ะเล่ห์เหลี่ยมสารพัดนะครับ ลองเจอเหยื่อดีดีก็จ้องจะตะครุบด้วยกันทั้งนั้น”
รวีพรรณจ้องหน้าภูวดล
“ถ้าเป็นคุณ ฉันจะเชื่อ”
ภูวดลผงะ รวีพรรณพูดต่อ
“เพราะฉันเคยเห็นผู้หญิงสองคนทะเลาะตบตีกันเพราะคุณ”
ภูวดลยิ้มไม่สะเทือน
“ผมมันคนประวัติไม่ดีในสายตาคุณ แต่คนประวัติไม่ดีอย่างผม หน้าฉากหลังฉากเหมือนกัน และถ้าเจอผู้หญิงดีๆที่ถูกใจ ผมก็พร้อมที่จะหยุด” ภูวดลพูดพลางจ้องตารวีพรรณอย่างมีความหมาย
รวีพรรณอึ้งไปกับแววตาที่จริงจังของภูวดล
“ไม่เหมือนคนแสนดีอย่างพิทยา ที่พอลับหลังก็ไว้ใจไม่ได้ คุณเป็นคนดีมากจนผมไม่อยากเห็นคุณเจ็บปวดเพราะผู้ชายคนนั้น”
รวีพรรณรวบรวมความเข้มแข็ง

“แต่ชั้นเชื่อใจ ไว้ใจพิท เรื่องวันนี้ชั้นเชื่อว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด”
พิทยาเดินตามหารวีพรรณเข้ามา ภูวดลมองเห็นก่อน คิดแผนการร้ายขึ้นมาทันที

“แล้วถ้าเรื่องเข้าใจผิดมันเกิดขึ้นกับคุณบ้างล่ะ พิทยาจะเชื่อใจคุณเหมือนที่คุณเชื่อใจเค้ามั้ย”
ภูวดลดึงตัวรวีพรรณเข้ามาใกล้ รวีพรรณไม่ทันตั้งตัว ภูวดลกระชับกอดเธอแน่น
ทันใดนั้นมีมือมากระชากไหล่ภูวดล เขาหันไปเจอพิทยาต่อยหน้าอย่างแรงเปรี้ยง! รวีพรรณแทบช็อก
“พิท!”
ภูวดลใช้หลังมือเช็ดเลือดที่ซึมมุมปาก
“จำไว้นะคุณรวีพรรณ คนเรามันป็นยังไง ก็คิดว่าคนอื่นจะเป็นแบบนั้น นายคนนี้คิดไม่ซื่อกับคุณ ก็เลยคิดว่าคุณจะทำเหมือนกัน”
“นายล่วงเกินรวี”
พิทยาขยับจะไปเอาเรื่องภูวดล แต่รวีพรรณดึงตัวไว้
“อย่านะพิท”
“และอีกอย่างที่คุณต้องรู้ คนอย่างภูวดล ไม่ยอมให้ใครต่อยฟรีๆ”
ภูวดลใช้โอกาสตอนรวีพรรณจับพิทยาไว้เป็นเป้านิ่งต่อยพิทยาเข้าเต็มๆ นักข่าวคนหนึ่งเห็นเหตุการณ์ก็หน้าตาตื่นวิ่งออกไป

นักข่าวรีบออกมาตามเพื่อนนักข่าวคนอื่น
“ข่าวใหญ่เว๊ย!! คุณภูวดลเปิดศึกกับคนที่มากับคุณสุอาภา”
นักข่าวรีบกรูกันออกไป ศรีพิไล รมณี ภาสันต์ ณรงค์ที่อยู่แถวนั้นได้ยินพอดี ก็หันมามองหน้ากัน
“ตาดล!”
ทั้งหมดรีบเดินออกไป สวนทางกับสุอาภา นพ และพราวพิไลที่ยืนอยู่ สามคนหันไปเห็นผู้คนแตกตื่นก็แปลกใจ สุอาภารีบจับนักข่าวคนหนึ่งเอาไว้แล้วถาม
“เกิดไรขึ้น”
นักข่าวมองหน้าสุอาภา

พิทยาไม่ยอม หันมาต่อยภูวดล รวีพรรณเหรอหราทำอะไรไม่ถูก เขากำลังจะเข้าไปซ้ำอีกครั้ง แต่พวกนักข่าว ภาสันต์ ศรีพิไล รมณี ณรงค์ก็กรูกันออกมา
ศรีพิไลเห็นก็ตกใจ
“ตายแล้ว!”
ภาสันต์เข้าไปผลักอกพิทยาด้วยความโมโห
“หยุด!”
ภาสันต์ผลักแรงมากจนทำให้พิทยาเซ รวีพรรณรีบเข้ามาจับแขนพิทยาอย่างเป็นห่วง รมณีเห็นก็ไม่พอใจ หันไปมองณรงค์ที่หัวเสียไม่แพ้กัน ศรีพิไลมองรวีพรรณกับพิทยาแปลกใจ
“ยัยรวี...มานี่!”
รวีพรรณหันไปมองพิทยาด้วยสายตาละล้าละลัง รมณีเข้ามาฉุดแขนเธอให้ออกห่างจากพิทยา
“แม่บอกให้มานี่!”
รวีพรรณต้องไปตามแรงของรมณี พิทยาหันไปมองทุกคน ศรีพิไลหันไปมองภูวดลที่โดนต่อยปากแตกก็แทบใจสลาย นักข่าวถ่ายรูปไม่หยุด ภาสันต์จ้องหน้าพิทยา
“ฉันเอาเรื่องแกให้ถึงที่สุด!”
พลันเสียงนพดังขึ้น
“มันจะไม่ใหญ่คับฟ้าไปหน่อยหรือครับ คุณภาสันต์”
ทุกคนหันไปเห็นนพ สุอาภา พราวพิไลเดินมาทางฝั่งพิทยา ภาสันต์กับศรีพิไลเห็นนพก็ผงะ
นพกับภาสันต์มายืนประจันหน้ากัน
“คนของแกเหรอ” ภาสันต์ถาม
“นี่พิทยา ลูกชายฉัน!”
ศรีพิไลแปลกใจ ภูวดลมองพิทยา
ภาสันต์ยิ้มเยาะ
“ลูกชาย นั่นสินะ ชั้นน่าจะดูออก จากความอันธพาลและนิสัยชอบยุ่งกับผู้หญิงคนอื่น...เหมือนพ่อมัน!”
สุอาภา พิทยา พราวพิไลไม่พอใจ พิทยาเดินออกมา
“ถ้าคุณจะว่าก็ว่าผมคนเดียว คุณอาไม่เคยสอนให้ผมเป็นอันธพาล”
“ตกลงลูกหรือหลานกันแน่”
รมณีสุดทนเดินออกมาแล้วพูดขึ้น
“ไม่ใช่ทั้งลูกทั้งหลาน เป็นแค่เด็กกำพร้าที่คุณนพเอามาเลี้ยง แต่ดูท่าทางการศึกษาและการอบรมสั่งสอนคงไม่ได้ทำให้ลืมกำพืดต่ำๆที่มีอยู่ในตัว”
พิทยาจุก นพอึ้ง รวีพรรณมองพิทยาสงสารแต่ไม่กล้าทำอะไร ภูวดลลอบยิ้มมุมปาก สุอาภาหัวเสียแทน เดินมาตรงหน้ารมณี แล้วถาม
“ถึงพิทเค้าจะไม่มีพ่อไม่มีแม่...แล้วมันไปหนักส่วนไหนของคุณไม่ทราบ!”
ตึง! นพสะใจมาก พราวพิไลอมยิ้ม พิทยาหันไปมองสุอาภาตกใจนึกไม่ถึง รมณีแทบเต้นเร่าๆออกมา รวีพรรณกับคนอื่นพากันอึ้ง
“คนจะดีหรือไม่ดี มันไม่ได้อยู่ที่กำพืด แต่มันอยู่ที่การกระทำ แล้วพวกผู้ใหญ่ที่ชอบดูถูกคน ได้รับการศึกษาหรือมีกำพืดมาจากที่ไหนเหรอคะ คุณเองก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว น่าจะมีสมองคิดอะไรได้มากกว่านี้นะคะ”
รมณีปากคอสั่นด้วยความโกรธ
“นะ...นัง...นังเด็กบ้า...!”
นพชี้หน้า
“อย่ามาขึ้น “นัง” กับลูกสาวผม! แต ขอโทษยายเค้าซะ”
รมณีตกใจสะดุ้งกับคำว่า”ยาย”
“นี่! ฉันอายุน้อยกว่าคุณอีกนะ”
“อ้อ...โทษๆ เห็นริ้วรอยมันขึ้นเต็มไปหมด คงเป็นเพราะแสดงอารมณ์เยอะเกินไป” นพว่า
รมณีฉุนกึกจุกจนพูดอะไรไม่ออก
“ขอโทษป้าเค้าซะลูก”
สุอาภาไหว้ลวกๆพร้อมพูดกระแทกใส่หน้าจนรมณีสะดุ้ง
“โทษค่ะเผอิญที่บ้านไม่ใช่ผู้ดี ก็เลยทำได้แค่นี้”
รมณีหน้าแดง ควันออกหู นพแอบขำ แล้วก็โอบไหล่สุอาภาหันไปทางพิท
“ไปลูก กลับบ้านต่ำๆของเรากัน”
นพกับสุอาภาเดินออกไป พิทยากับรวีมองหน้ากันแว๊บนึง แล้วพิทยากับพราวพิไลก็เดินตามนพกับสุอาภาออกไป
ศรีพิไลโวยทันที
“ทำไมคุณปล่อยให้พวกมันกลับไป ฉันไม่ยอมนะ”
“เงียบ! แค่นี้ผมก็อายจะแย่แล้ว” ภาสันต์บอก
ภาสันต์เดินออกไป รมณีรีบเข้ามาหาศรีพิไล
“ศรี...”
“เธอกับฉันต้องคุยกันยาว”

รมณีหน้าถอดสี แล้วศรีพิไลกับภูวดลก็ตามภาสันต์ออกไป รมณีกับณรงค์หันไปมองรวีพรรณด้วยสายตาตำหนิ
ภายในห้องรับแขกค่ำคืนนั้น นพกำลังคุยโทรศัพท์ ด้านหลังมีพิทยา สุอาภา ต่าย และบวร นั่งกันอยู่

“ขอบคุณมากครับท่าน”
นพวางสาย...หันมาบอก
“สบายใจได้ พ่อโทรให้ผู้ใหญ่ช่วยปิดข่าวเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ให้แล้ว”
“เฮ้อ น่าเสียดาย ที่ผมไม่ได้ไปด้วย ไม่งั้นล่ะก้อ...” บวรกำหมัด
“พี่ใหญ่จะทำอะไรเค้า” วรรณวดีถาม
“ก็จะรีบชิ่งออกไปก่อนคนแรกน่ะสิ”
ทุกคนร้อง “โธ่”
พิทยารู้สึกผิด ลุกเดินมาไหว้นพ
“ผมขอโทษนะครับคุณอา ที่นำปัญหามาให้”
“เอาเถอะๆ”
นพตบบ่าพิทยา
“ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย อย่าคิดมาก”
พิทยาสบายใจ แล้วก็หันไปทางสุอาภา ยังไม่ทันพูดอะไร สุอาภาก็ลุกขึ้นยืน
“ไม่ต้องขอบคุณ ที่ฉันพูดออกไปไม่ได้พูดเพื่อต้องการปกป้องนาย แต่ฉันเป็นคนเดียวที่ดูถูกนายได้ คนอื่นไม่มีสิทธิ์ จำไว้ว่าคนอย่างนายมันก็แค่เศษฝุ่น..ที่ไม่มีค่าอะไรเลย”
พิทยาผงะ นพ บวร วรรณวดีอึ้งมาก
“ยัยแต!” นพว่า
สุอาภาไม่สนใจ จ้ำเดินออกไป
นพเป็นห่วงความรู้สึกพิทยา
“พิท...อย่าถือสาน้องนะ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมชินแล้ว”
พิทยาพยายามฝืนยิ้ม นพ บวร ต่าย มองพิทยาด้วยความเห็นใจมาก

ในเวลาเดียวกัน รวีพรรณ รมณี ณรงค์เดินกลับเข้ามาด้วยกัน รวีพรรณกำลังจะเดินเข้าไป แต่รมณีเรียกเอาไว้
“เดี๋ยวก่อนยัยรวี”
รวีพรรณสีหน้าเซ็งหยุดเดินแล้วก็หันมา ณรงค์เห็นท่าไม่ดีก็เลยเดินมาจับแขนรมณี
“ผมขึ้นห้องก่อน”
รมณีพยักหน้า ณรงค์เดินออกไป เหลือรมณีกับรวีพรรณสองคนในห้องรับแขก
“ลูกเห็นแล้วนะว่านายพิทยา มันก็ไม่ต่างอะไรจากแมงดาตัวหนึ่งที่ต้องให้ผู้หญิงปกป้อง ออกรับแทนกันขนาดนี้ แม่ว่าคงถึงไหนถึงไหนกันแล้วล่ะ”
รวีพรรณเริ่มจะทนไม่ได้บอก
“แม่คะ แม่เลิกดูถูกพิทซักที พิทกับผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มีอะไรกัน”
“ลูกรู้ได้ไง! ลูกอยู่กับมัน 24 ชั่วโมงเหรอ”
รวีพรรณเงียบ รมณีเดินมาใกล้
“ลับหลังมันก็คงกินกันเองนั่นแหละ เปิดตาให้กว้างจะได้แยกแยะออกว่าอะไรคือหิน อะไรคือเพชร”
“แล้วถ้าเพชรมีตำหนิล่ะคะ”
“ลูกหมายความว่ายังไง”
ยังไม่ทันที่รวีพรรณจะพูด เสียงมือถือรมณีก็ดังขึ้น รมณีเห็นชื่อที่หน้าจอก็ผงะ
“ศรี...”
รมณีหันไปทางรวีพรรณ
“เดี๋ยวเราค่อยคุยกันต่อ”
รมณีเดินออกไป รวีพรรณได้แต่ถอนหายใจ

รวีพรรณสีหน้าเศร้า คิดหนักเข้ามาในห้องนอน นั่งลงที่โต๊ะเขียนหนังสือ หยิบรูปถ่ายตัวเองกับพิทยาขึ้นมาดู คำพูดของภูวดลดังขึ้นมา
“คุณดูออกใช่มั้ยว่าสองคนนั้นมีอะไรลึกซึ้งกว่าแค่จับมือถือแขนอย่างที่คุณเห็น - - ผู้ชายน่ะเล่ห์เหลี่ยมสารพัดนะครับ ลองเจอเหยื่อดีดีก็จ้องจะตะครุบด้วยกันทั้งนั้น”
ตามมาด้วยคำพูดของรมณี
“ลูกเห็นแล้วนะว่านายพิทยา มันก็ไม่ต่างอะไรจากแมงดาตัวหนึ่งที่ต้องให้ผู้หญิงปกป้อง ออกรับแทนกันขนาดนี้ แม่ว่าคงถึงไหนถึงไหนกันแล้วล่ะ”
รวีพรรณเครียดมากถึงมากที่สุด พลันเสียงมือถือดังขึ้น เธอหันไปเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามาก็นิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะกดรับสาย
“ค่ะพิท”
“ตอนนี้ผมอยู่หน้าบ้านคุณ”
รวีพรรณชะงัก รีบเดินไปเปิดม่าน เห็นเขายืนอยู่จริงๆ และเงยหน้าขึ้นมา
“ลงมาหาผมหน่อยนะครับ ผมอยากคุยด้วย”
“อย่าเลยค่ะ เกิดคุณแม่เห็นเข้า พิทจะเดือดร้อน พิทกลับไปก่อนนะ”
พิทยาสีหน้าหน้าเศร้ามากบอก
“ก็ได้ ถ้างั้นพรุ่งนี้เจอกันนะครับ แล้วผมจะโทรมานัดอีกที”
“ค่ะ”

อ่านละคร แรงปรารถนา ตอนที่ 2/4 วันที่ 6 ม.ค. 56

ละครแรงปรารถนา บทประพันธ์โดย อาริตา
ละครแรงปรารถนา บทโทรทัศน์ : ปณธี
ละครแรงปรารถนา กำกับการแสดง : ยุทธนา ลอพันธ์ไพบูลย์
ละครแรงปรารถนา แนวละคร : โรแมนติก - ดราม่า
ละครแรงปรารถนาดำเนินงานสร้าง : บริษัทละครไท จำกัด โดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครแรงปรารถนา ออกอากาศ : ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.30 น. ช่อง 3 (ต่อจากเหนือเมฆ)
ที่มา manager