อ่านละคร ตะวันทอแสง ตอนที่ 5 วันที่ 23 ก.ย. 55

อ่านละคร ตะวันทอแสง ตอนที่ 5 วันที่ 23 ก.ย. 55 

ค่ำนั้น รสาเข้ามาที่ออฟฟิศเพราะนัดคัพเค้กที่ส่งข่าวว่าได้ข้อมูลแม่ของภคพงษ์เพิ่มเติม ชีวินก็ได้ยินเมื่อตอนกลางวันจึงอยากรู้เหลือเกินว่ารสาคิดจะทำอะไร?

แต่ไม่ทันที่รสาจะเอ่ยปากเรื่องนี้ คัพเค้กดันให้ความสนใจภาพข่าวของภคพงษ์ในหนังสือพิมพ์บันเทิง ชีวินเองก็อยากให้รสาดูเพื่อจะได้ระวังตัว

“เห็นแล้ว เห็นตั้งแต่เมื่อเช้า เจ้าตัวเขาบุกมาเองถึงบ้าน”
ได้ยินรสาว่ามาอย่างนั้น คัพเค้กกระเหี้ยนกระหือรืออยากรู้ต่อไปอีกว่ายูโฮะกิ๊กกับภคพงษ์จริงหรือเปล่า และ พักตร์วิมลกิ๊กกันด้วยไหม แล้วตกลงใครกันแน่เป็นตัวจริง

รสาลำบากใจไม่อยากเม้าท์เรื่องคนอื่น พิทยาเงยหน้าจากงานลุกเดินมาด่าคัพเค้กไฟแลบ

“เรื่องเม้าท์ดารากระตือรือร้นเหลือเกิน ทีฉันให้ทำงานทำหน้าเมื่อยตับใส่ตลอด เม้าท์ดารายังไม่พอ ยังจะเม้าท์ลูกค้าอีก มันสมควรมั้ยเนี่ย”

คัพเค้กจ๋อยรับประทาน ส่วนชีวินก็อย่าหวังว่าจะรอดฝีปากอันคมกริบยิ่งกว่ากรรไกรของเจ้านาย

“ไอ้วิน...แกก็อีกคน เมื่อก่อนนังคัพเค้กเป็นคนเดียวยังพอว่า นี่แกก็เป็นไปกับมันด้วย”

“ผมก็แค่อยากให้รสอ่าน รสต้องไปทำงานกับเขา จะได้ระวังตัว”

“รสไม่ต้องระวังตัวหรอก เพราะทั้งคุณภัคทั้งคุณเผด็จปลื้มงานรสจะตาย คนที่จะต้องระวังตัวก็คือแก เพราะแกจะต้องเข้าไปพรีเซนต์แบบสวนให้คุณภคพงษ์อาทิตย์หน้า”

“อ้าว...ไหนบอกว่ามีเวลาอีกเป็นเดือน”

“เลื่อนแล้ว เพราะคุณเผด็จชอบแบบสวนของแกมาก อยากให้รีบเข้าไปคุยกับคุณภัค เพราะฉะนั้น...วันนี้ ตอนนี้แกต้องไปเตรียมงานกับฉัน...ให้ไว!!”

สั่งเสร็จพิทยาเดินนำไปที่ห้องทำงาน แต่ชีวินยัง ไม่ขยับตาม เขาหยิบหนังสือพิมพ์บันเทิงมาให้รสาอ่านข่าวภคพงษ์ แล้วเดี๋ยวจะออกมาคุยต่อ ยังมีอีกเรื่องที่อยากถาม

“ไอ้วิน...” เสียงพิทยาตะโกนลั่นอย่างมีอารมณ์ ชีวินสะดุ้งโหยงวิ่งหน้าตั้งไปทันที

เหลือกันแค่สองคน คัพเค้กรีบคว้าหนังสือพิมพ์มาจะเม้าท์ต่อ แต่รสาไม่เล่นด้วย ชวนคุยเรื่องแม่ของภคพงษ์ที่เธอให้หาข้อมูล คัพเค้กยิ้มแหะๆ หันไปหยิบแฟ้มเอกสารมากางตรงหน้า พูดพล่ามไปมาทั้งที่เนื้อหาแทบไม่มีอะไรเพิ่มเติมจากเดิม

สรุปคือไม่มีใครรู้ว่าแม่ของภคพงษ์เป็นใครมาจากไหน ไม่เคยมีประวัติหรือรูปภาพแม้แต่รูปเดียว ที่คัพเค้กได้มาเป็นเพียงบทสัมภาษณ์ล่าสุดของภคพงษ์ แต่เขาไม่ได้พูดถึงแม่ พูดถึงพ่ออย่างเดียว

“แต่คัพเค้กก็แอบโทร.ไปถามคุณเผด็จด้วยนะคะ”

“แล้วคุณเผด็จว่ายังไงบ้าง เขาไม่พอใจหรือเปล่าที่เราไปละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัว”

“ไม่เลยค่ะ เพราะคัพเค้กเนียนมาก คัพเค้กบอกว่าเราต้องการได้ข้อมูลเพื่อจะได้นำมาศึกษานิสัยใจคอ เราจะได้ออกแบบให้ถูกใจลูกค้ามากที่สุด”

“แล้วคุณเผด็จเชื่อเหรอ”

“ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่คำตอบก็คือไม่ต้องสนใจ เพราะคนที่ตัดสินใจเรื่องแบบมีคนเดียวคือคุณภคพงษ์”

รสาสีหน้าเหนื่อยใจ แต่ก็ไม่บ่นอะไรคัพเค้กอีก เพราะเชื่อว่าหล่อนพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว... หลังจากชีวินเสร็จงาน เขากลับออกมาพร้อมรสาและถามเรื่องที่เธอให้คัพเค้กสืบประวัติแม่ของภคพงษ์ว่ามีอะไรพิเศษหรือเปล่า

“ไม่ได้พิเศษหรอก แค่มีเรื่องแปลกใจนิดหน่อย ก็เลยอยากรู้”

“แต่ปกติรสไม่เคยสนใจอยากรู้เรื่องคนอื่นเลยนะ ทำไมอยู่ๆถึงอยากรู้เรื่องของผู้ชายคนนี้ แน่ใจนะว่าไม่มีอะไรพิเศษจริงๆ”

“ไม่มีจริงๆ รสคิดว่าไหนๆต้องทำงานด้วยกันหนีไปไม่ได้ ก็เลยอยากรู้ว่าทำไมเขาถึงเป็นคนแบบนี้ พอรู้ก็จะได้เข้าใจ แล้วก็ไม่ถือสาเวลาที่เขามาทำให้อารมณ์เสีย แล้วรสก็สังหรณ์ใจว่าแม่อาจจะเป็นต้นเหตุให้เขาเป็นคนแบบนี้ ก็เลยอยากรู้จักแม่เขาแค่นั้นเอง”

รสาอธิบายไปตามที่คิดจริงๆ แต่ชีวินรับฟังด้วยความระแวงคลางแคลงใจ...

ขณะเดียวกันที่บ้านเถลิงยศ ภคพงษ์ขอกล่องรูปถ่ายสมัยเด็กที่รสาฝากสายใจไว้คืนมา สายใจสังเกตเห็นนายของตนเศร้าทุกทีที่ดูรูปพวกนี้ เธอบอกตรงๆว่าไม่อยากให้อดีตมาทำให้เขาไม่สบายใจ

“แต่อดีตมันเป็นความจริง ถึงเราจะดูแล้วไม่สบายใจ แต่เราก็หนีมันไม่ได้ ผมขอเก็บรูปพวกนี้ไว้เอง”

“จริงค่ะ ที่เราหนีอดีตไม่ได้ แต่เราก็ไม่ควรจะไปยึดติดกับมันนะคะ เรื่องที่มันผ่านไปแล้ว ก็ให้มันผ่านไปเถอะค่ะ” สายใจปลอบใจกึ่งอ้อนวอน ภคพงษ์ไม่ตอบ เพราะในใจไม่อยากปล่อย และยังวางไม่ลงสักที

ooooooo

รัชนี...แม่ผู้ให้กำเนิดภคพงษ์ บัดนี้เธอเดินทางกลับเมืองไทยพร้อมลูกสาววัยรุ่นที่เกิดกับนายสุวิทย์ สามีนักธุรกิจผู้มั่งคั่งระดับเศรษฐีของเมืองไทย

สุวิทย์รักและตามใจรัชนีมาก เขาสรรหาความสุขความสบายให้เธอได้ทุกอย่าง เมื่อมีการวางแผนจะกลับมาอยู่เมืองไทย สุวิทย์บินกลับมาก่อนเพื่อเลือกซื้อบ้านหลังใหญ่ไว้สำหรับครอบครัวอันแสนสุข

“เป็นไง บ้านสวยมั้ย คุณชอบหรือเปล่า”

“ชอบค่ะ สวย สบายตาค่ะ”

“ผมให้เขาออกแบบในสไตล์ที่คุณชอบ แล้วก็พยายามทำให้ใกล้เคียงกับบ้านเราที่อังกฤษ คุณจะได้ไม่คิดถึงบ้าน ผมรู้ว่าคุณไม่อยากกลับมาประเทศไทย ถ้าผมไม่ติดว่าต้องกลับมาเปิดตลาดที่นี่ ผมก็ไม่อยากขัดใจคุณ แต่คุณไม่ต้องห่วงนะ เกือบ 20 ปีที่คุณไม่อยู่ที่นี่ ประเทศไทยเปลี่ยนไปมาก รับรองว่าคุณจะต้องสนุก เผลอๆอาจจะไม่อยากกลับไปอังกฤษอีกเลยก็ได้นะ”

“ฉันก็หวังว่าอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ”

“เออ...ผมนี่เป็นพ่อที่แย่มากเลย ผมลืมไปได้ยังไงว่าลูกมากับคุณด้วย ผมก็มัวแต่กังวลว่าคุณจะไม่ชอบบ้านใหม่ที่ผมหาไว้ให้ แล้วนี่ลูกเราหายไปไหนเนี่ย นี่ถ้ารู้ว่าผมลืมต้องงอนอีกแน่ๆเลย...ปรางๆ อยู่ไหนลูก”

สุวิทย์เรียกหาปรางทิพย์ลูกสาวคนสวย รัชนีมองอย่างเป็นปลื้ม เฉลยว่าลูกไม่อยู่หรอก ลูกขออนุญาตไปทำธุระ สุวิทย์แปลกใจว่าธุระอะไร ตั้งแต่เกิดลูกมาประเทศไทยนับครั้งได้ มาคราวนี้มีธุระด้วยหรือ

“เดี๋ยวคุณก็รู้เอง” รัชนียิ้มอย่างมีเสน่ห์ ถึงจะอายุมากขึ้น แต่ความสวยยังชวนให้หลงใหลเหมือนเดิม

ooooooo

ภายในห้างสรรพสินค้า ปรางทิพย์ตรงดิ่งไปที่ร้านจิวเวลรี่เพื่อซื้อกระดุมติดแขนเสื้อเป็นของขวัญให้พ่อ ซึ่งร้านที่เธอเลือกคือร้าน “เถลิงยศ” ของภคพงษ์

สาวน้อยไม่มีความรู้ในสิ่งของที่ต้องการนัก แต่นับเป็นความโชคดีที่ได้ภคพงษ์แนะนำอย่างละเอียด ไม่นานนักเธอก็ได้แบบที่สวยถูกใจ ซึ่งราคาแพงมาก เธอไม่มีเงินสดพอจึงขอไปกดเงินมาจ่าย

“ปรางต้องขอออกไปกดเงินมาให้นะคะ เพราะถ้าใช้บัตรเครดิตทางธนาคารจะโทร.ไปบอกคุณพ่อ ปรางยังไม่อยากให้คุณพ่อทราบก่อน จะเซอร์ไพรส์น่ะค่ะเดี๋ยวปรางมาอีกรอบค่ะ”

“เดี๋ยวครับ...ให้ผมไปด้วยได้ไหมครับ”

ปรางทิพย์หน้าเสีย พูดซื่อๆว่าเขาคงกลัวตนโกหก พอออกจากร้านแล้วจะไม่กลับมาซื้อ ภคพงษ์ตอบทันทีว่าไม่ใช่อย่างนั้น เงินจำนวนมาก ตนเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย

เธอเข้าใจและยิ้มให้เขาอย่างขอบคุณ แล้วในขณะที่เธอไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ปรากฏว่ามีชายคนหนึ่งจับจ้องตลอดเวลาโดยไม่รู้ว่ามีคนมาด้วย เมื่อเห็นเธอได้เงินมาแล้วชายคนนี้ทำท่าจะเดินเข้าไปชนเพื่อฉกเงิน แต่ภคพงษ์รู้ทันเอาตัวเองแทรกกลางทำให้มิจฉาชีพหน้าเสีย เดินก้มหน้างุดจากไปทันที

ปรางทิพย์ยังงงๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถามเขาว่า “ผู้ชายคนเมื่อกี้เขาทำอะไรเหรอคะ ทำไมต้องเดินหนีไปแบบนั้นด้วย...หรือว่าเขาเห็นตอนปรางกดเงิน”

“ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว รีบกลับไปที่ร้านดีกว่าครับ”

“ค่ะๆ” ปรางทิพย์รีบเดินขึ้นหน้าไปก่อน โดยมีภคพงษ์ตามหลังให้ความคุ้มครอง

เมื่อกลับมาที่ร้าน จ่ายเงินและได้ของที่ต้องการแล้ว ปรางทิพย์รู้สึกแหยงๆที่จะต้องกลับออกไปคนเดียว ภคพงษ์มองอย่างรู้ทัน รีบบอกเธอว่า

“ผมให้ทางห้างส่ง รปภ.มาพาคุณไปส่งที่รถนะครับ อีกสักพักคงจะมา”

“ขอบคุณมากนะคะ ปรางกำลังคิดอยู่เลยว่าจะ เดินไปที่รถยังไง ปกติก็ไม่กลัวนะคะ แต่เห็นคุณลุงคนเมื่อกี้แล้ว ปรางเลยปอดไปเลยค่ะ”

ภคพงษ์ยิ้มเอ็นดูในความใสซื่อของเด็กสาว ครู่หนึ่งพนักงานในร้านเดินมารายงานภคพงษ์ด้วยท่าทีนอบน้อมว่า รปภ.มาแล้ว รออยู่หน้าร้าน ปรางทิพย์ชะงักนิดๆเหลียวมองพนักงานแล้วก็มองหน้าชายหนุ่มแสนใจดีด้วยความ สงสัย และทันทีที่พนักงานเดินกลับไป เธอเรียกชื่อเขาว่า “คุณภัค” อย่างที่พนักงานเรียกเมื่อสักครู่

“ผม...ภคพงษ์ เป็นเจ้าของร้านครับ” ชายหนุ่มแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

“เจ้าของ?!” สาวน้อยอุทานตาโต

“รปภ.มารอที่หน้าร้านแล้ว...เชิญครับ”

ภคพงษ์เดินนำออกไป แต่ปรางทิพย์ยังยืนอึ้งอยู่ที่เดิมด้วยความแปลกใจ และรู้สึกถูกชะตา...ประทับใจเจ้าของร้านรูปหล่ออย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

อ่านละคร ตะวันทอแสง ตอนที่ 5 วันที่ 23 ก.ย. 55

ละครเรื่อง ตะวันทอแสง บทประพันธ์โดย : ปิยะพร ศักดิ์เกษม
ละครเรื่อง ตะวันทอแสง บทโทรทัศน์โดย : ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครเรื่อง ตะวันทอแสง กำกับการแสดงโดย : พีรพล เธียรเจริญ
ละครเรื่อง ตะวันทอแสง ดำเนินการผลิตโดย : อรพรรณ วัชรพล(โพลีพลัส จัดให้)
ละครเรื่อง ตะวันทอแสง ออกอากาศทุกวันศุกร์ เสาร์ และวันอาทิตย์ เวลา 20.25 น.
ละครเรื่อง ตะวันทอแสง ออกอากาศทาง ช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ
ที่มา ไทยรัฐ




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น