อ่านละคร แค้นเสน่หา ตอนที่ 5 วันที่ 11 ก.ค. 56

อ่านละคร แค้นเสน่หา ตอนที่ 5 วันที่ 11 ก.ค. 56

ฝั่งคุณชายศักดินาจะออกจากวังโดยรถรับจ้างเพราะท่านแม่เอารถไปใช้ แต่ผ่องแอบโทร.บอกบ้านปัณณธรให้ส่งรถมารับ จันทร์จึงตัดสินใจมารับเองเพราะอยากหาเวลาใกล้ชิดลูกชาย ผ่องออกมาส่งหน้าวัง ชายเดียวจึงแนะนำว่าผ่องเป็นแม่นมที่เลี้ยงตนตั้งแต่เด็ก จันทร์ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร นึกอิจฉาลึกๆที่อีกฝ่ายมีโอกาสดูแลลูกชาย รถบ้านปัณณธรแล่นออกจากวังไปแล้ว ไม่รู้เลยว่าผีเฟืองเฝ้ามองมาจากห้องท่านหญิง

“บังอาจมากอีบุหลัน...มาเหยียบหัวใจกูถึงนี่เลยหรือ!”


อดีตหม่อมไม่รู้เรื่องเพราะมัวแต่ปลื้มใจได้มีโอกาสอยู่ตามลำพังกับลูกชาย ความรักล้นอกทำให้อดเปรยถึงเรื่องเก่าๆไม่ได้ “เห็นคุณชายมาตั้งแต่เด็ก คุณริมา แล้วก็คุณฉัตต์ โตเป็นหนุ่มเป็นสาวสะสวยกันทุกคน”

“รวมทั้งรุ้งด้วยครับ ยิ่งโตยิ่งเหมือนน้าจันทร์นะครับ สวยเหมือนกันด้วย”

จันทร์เอะใจน้ำเสียงอ่อนหวานของชายเดียวที่พูดถึงรุ้ง เมื่อกลับถึงบ้านจึงสั่งให้ลูกสาวทำอาหารอยู่แต่ในครัว ส่วนตัวเธอยกของว่างไปให้ราชนิกุลหนุ่มน้อยพร้อมกับถือโอกาสถามถึงท่านหญิงแขไขเจิดจรัส

“ท่านค่อนข้างอ่อนแอ ไม่สบายบ่อยๆตั้งแต่ผมยังเล็กแล้วครับ แม่ผ่องถึงต้องเป็นแม่นมให้”

“แม่ผ่องเป็นคนโชคดีมาก” ชายเดียวทำหน้างงๆ จันทร์รู้ตัวว่าพูดมากไปเลยรีบกลบเกลื่อน “ดิฉันหมายถึง เอ่อ...ได้เลี้ยงคุณชาย คุณชายเด็กๆคงน่ารักมาก”

จันทร์น้ำตาคลอ อยากเปิดเผยฐานะแท้จริงของตัวเองใจแทบขาดแต่คิดว่ายังไม่ถึงเวลา ชายเดียวมองมายิ้มๆแล้วถามถึงรุ้ง จันทร์จะตอบแต่ต้องชะงักเมื่อจริมากับฉัตต์เดินหน้ามุ่ยเข้ามา

“เขาบอกว่าน้าจันทร์ให้เขาทำขนมในครัว ไม่ให้ออกมา ริมาเรียกเขาก็ไม่มา ริมาโกรธทั้งรุ้งกับน้าจันทร์เลย ทำไมน้าจันทร์ต้องห้ามรุ้งแบบนั้นด้วย”

ทุกคนนิ่งเงียบ ฉัตต์เป็นคนตัดสินใจให้สารภีไปตามรุ้งมาทานของว่างด้วยกัน จันทร์ได้แต่เก็บอาการ คิดว่าต้อง หาเวลาพูดกับลูกสาว...ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป

ooooooo

ท่านหญิงแขไขเจิดจรัสโกรธมากที่ลูกชายออกจากวังโดยไม่ได้รับอนุญาต และโมโหกว่าเดิมเมื่อทราบว่าบ้านปัณณธรส่งรถมารับ ผ่องหน้าเสียเพราะคาดไม่ถึง คิดแต่เพียงหวังดีไม่อยากให้คุณชายออกจากบ้านโดยรถรับจ้าง

“แล้วคุณชายจะกลับยังไง เขามิต้องเดือดร้อนมาส่งหรือ ฉันควรจะให้แกดูแลคุณชายต่อไหมเนี่ย”

ท่านหญิงถอนใจหนักๆแล้วตัดสินใจไปรับลูกชาย ทุกคนที่บ้านปัณณธรถึงกับพูดไม่ออก บรรยากาศสนุกสนานตลอดเช้าพลันเปลี่ยนเป็นสงัดเพราะพระพักตร์ท่านหญิงไม่ได้ดูพึงพอใจแม้แต่น้อย จันทร์ทรุดตัวลงกราบอย่างลืมตัว ท่านหญิงจ้องเขม็ง ท่าทางนอบน้อมผิดสังเกตนั้นชวนให้สงสัยเหลือเกินว่าเป็นอดีตหม่อมที่แสนชัง แต่เพราะอยู่ต่อหน้าลูกชายและคนอื่นๆทำให้ต้องเก็บอาการ

“เผอิญคนรถไม่ว่าง ชายเดียวต้องมารบกวน ขอโทษด้วย”

ทุกคนก้มหน้างุด เด็กๆจากบ้านปัณณธรส่งสายตา ให้จันทร์ออกหน้า ท่านหญิงไม่สนใจแถมจงใจหันหลังให้

“ขอบใจที่เลี้ยงขนมชายเดียว แต่ไหนฉันมาแล้วคงต้องให้กลับ ชายเดียวจะเอาขนมไปทานต่อที่วังก็ได้”

จริมาเห็นท่านหญิงทำท่าเหมือนรังเกียจน้าสาวเลยตัดสินใจตอบว่าคงไม่อร่อยเหมือนทานที่นี่ ท่านหญิงไม่ชอบใจนักแต่ไม่อยากต่อความยาว เลี่ยงชวนชายเดียวไปขึ้นรถเพราะคุณหญิงทอแสงรัศมีคอยอยู่ด้วย จันทร์รู้สึกเหมือนเป็นคนนอกจึงค่อยๆปลีกตัวออกไป จริมาหันมาเห็นก็ทักเสียงดัง

“น้าจันทร์จะไปไหนเหรอคะ”

ท่านหญิงชะงัก เอะใจคำว่าน้าเป็นกำลังแต่เลือกนิ่ง เอื้อมไปดึงแขนลูกชายออกไปข้างนอก จันทร์มองตามน้ำตาคลอเบ้าแต่ไม่มีใครเห็นเพราะพากันตามไปส่ง คุณชายกับท่านหญิงที่รถ

จันทร์ปาดน้ำตาแล้วรีบไปส่งด้วย เห็นยอดก้มหน้าขุดดินตรงทางที่ท่านหญิงเดินผ่านก็หายใจไม่ทั่วท้อง อดีตคนสวนรับรู้ความกลัวนั้นดี ค่อยๆเลี่ยงจากไปอย่างรู้หน้าที่ ส่วนท่านหญิง...เมื่อเข้ามานั่งในรถก็ทักหลานสาวที่ไม่ยอมลงไปทักจริมากับรุ้งซึ่งเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนเดียวกัน

“ไม่อยากทักค่ะ หญิงไม่ค่อยชอบสองคนนี้ จริมาพูดจาไม่น่ารักไม่เกรงใจใคร ส่วนอีกคนชื่อรุ้งเป็นน้องและลูกไล่ของยายริมา ทำยังกับไม่ใช่พี่น้องกัน ยอมยายริมาทุกอย่างเหมือนคนใช้กับเจ้านายมากกว่า”

“ทำไมลูกสาวคุณพจน์เรียกจันทร์ว่าน้า ความจริงต้องเรียกอาสิ”

คุณหญิงทอแสงรัศมีไม่รู้เรื่อง เช่นเดียวกับชายเดียวที่หงุดหงิดจนไม่ยอมรับรู้อะไร ปล่อยให้ท่านหญิงหน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดทาง...น้องสาวท่านผู้พิพากษาใหญ่คนนี้ทำตัวน่าสงสัยมากขึ้นทุกวัน!

หลังรถจากวังรังสิยาออกจากบ้าน...บรรยากาศในบ้านปัณณธรก็กลับมาร่าเริงอีกครั้ง ยกเว้นจริมาที่ยังอารมณ์ค้างเพราะไม่ชอบใจท่าทางเจ้ายศเจ้าอย่างของท่านหญิงโดยเฉพาะกับจันทร์

“ริมาไม่ชอบท่านแม่ชายเดียวเลยค่ะ วางอำนาจบาตรใหญ่ยังไงไม่ทราบ ทำเหมือนชายเดียวมาที่ที่ไม่ควรมา บ้านเราก็มีศักดิ์ศรีไม่น้อยกว่าชาววังแถมทำท่าเหมือนโกรธที่เราส่งรถไปรับ ตั้งแต่มาเขายังไม่พูดกับน้าจันทร์ตรงๆเลย”

“สารภีเองก็ตกใจค่ะ อยู่ๆก็มาจอดรถ ถามว่ามาหาใครก็ไม่พูดด้วย แต่สารภีก็จำได้ว่าเป็นรถจากวังรังสิยา”

สารภีที่มาช่วยเก็บจานชามทำท่าแหยงๆ จันทร์แก้ตัวแทนว่าท่านหญิงคงเป็นห่วงคุณชายแต่จริมาไม่เห็นด้วย

“โธ่...น้าจันทร์ขา อีตาชายเดียวไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ ตัวเบ้อเร่อบ้าร่าแล้วก็ไม่ได้ปัญญาอ่อน กลัวทำไมกัน จริงนะคะ...ท่าทางท่านหญิงน่ะร้ายเงียบ ชายเดียวก็กลัวหงอน่าสงสาร คุณน้าออกไปส่งเห็นยายทอแสงรัศมีไหมคะ”

“น้าไม่ทราบว่าเป็นใครแต่ว่ามีคนนั่งรอในรถด้วย”

“นั่นแหละค่ะ อยู่โรงเรียนก็พูดถึงพี่ชายตลอดเหมือนนกขุนทองไงคะ...ร้องเรียกแต่ชายเดียวๆ”

สารภีกับรุ้งหัวเราะคิกเพราะพอนึกภาพออก ฉัตต์ฟังอยู่นานแล้วทนไม่ไหว หันไปปรามรุ้งเสียงเคร่ง

“เธอนี่ก็ฟังริมานินทาเพื่อนอยู่ได้ ควรจะรั้งไว้บ้างนะ อย่างนี้จะเรียนโรงเรียนเดียวกันทำไม”

จบคำก็จ้ำอ้าวออกจากห้อง จริมามองตามเคืองๆ เดินไปหารุ้งพร้อมตะโกนไล่หลังพี่ชาย

“พี่ฉัตต์นี่ก็แปลก แล้วรุ้งจะทนฟังทำไม บอกไปสิว่าถ้าอยู่โรงเรียนเดียวกันแล้วต้องรักกันจี๋จ๋า เราจะลาออกจากโรงเรียนนี้ทั้งสองคนเลย มีปากทำไมไม่พูดล่ะรุ้ง อมอะไรอยู่ได้”

รุ้งยิ้มเจื่อนๆ ส่วนจันทร์ได้แต่มองไปทางอื่น...เห็นใจลูกชายเหลือเกินที่ต้องอยู่ในสภาวะอึดอัดเช่นนั้น

ooooooo

จันทร์เห็นท่าทางเฉยชาของท่านหญิงก็ไม่สบาย ใจ กลัวจะโดนจับได้ในสักวัน นึกถึงยอดแล้วก็อดเป็นห่วงด้วยไม่ได้ ถ้าท่านหญิงเห็นและจำได้จริงจะเดือดร้อนไปถึงพจน์กับคุณหญิงเพ็ง

“หม่อมไม่น่าเล่าเรื่องคุณหญิงให้คุณพจน์รู้ เรื่องความลับคนรู้มากจะไม่ปลอดภัย”

“ฉันรู้แต่ฉันหวังพึ่งคุณพจน์ จะปล่อยให้คุณหญิงเกิดและตายไปกับการเป็นแค่รุ้งไม่ได้ ถ้าฉันเป็นอะไรไปคุณพจน์จะช่วยรุ้งได้...ที่วังมีแต่เรื่องเศร้า ว่าไปแล้วฉันก็สงสารท่านหญิงเหมือนกัน ตอนนี้ท่านโดดเดี่ยวนะยอด มีแต่ชายเดียวให้ยึด”

ยอดรับรู้แต่ก็อดกังวลไม่ได้เพราะท่าทางท่านหญิงดูจะสงสัยในตัวอดีตหม่อมไม่น้อย กลัวความลับทุกอย่างเปิดเผยแล้วจะเดือดร้อนกันไปหมด

ฟากท่านหญิงคลางแคลงใจที่มาที่ไปของจันทร์มากขึ้นทุกวัน ท่าทางและอากัปกิริยาต่างๆช่างดูคุ้นตาอย่างประหลาด แต่ยังพิสูจน์ไม่ได้เพราะคุณหญิงเพ็งกับพจน์ยืนยันว่าเป็นลูกสาวและน้องสาวคลานตามกันมา แม้เมื่อถึงวังความสงสัยก็ยังอยู่ ต้องขอเข้าห้องไปคิดอะไรตามลำพัง แต่ก็ไม่วายสั่งชายเดียวให้นั่งคุยเป็นเพื่อนคุณหญิงทอแสงรัศมี

“พี่ชายไปงานโรงเรียนของหญิงด้วยนะคะ”

ชายเดียวรับปากทื่อๆ แต่ที่ทำให้คุณหญิงเจ็บจี๊ดก็เมื่อเขาบอกว่าตั้งใจไปอยู่แล้วเพราะสัญญากับรุ้งและจริมาไว้

“พี่สนิทกับบ้านปัณณธรดีโดยเฉพาะกับพี่ฉัตต์ หญิงมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

“หญิงไม่มีปัญหาอะไร แต่พี่ชายเดียวกำลังทำตัวมีปัญหาเพราะไปสัญญาไว้กับใคร มันจำเป็นด้วยหรือ”

“ถ้าหญิงจะชวนทะเลาะพี่คงไม่เสียเวลาด้วย พี่จะไปทำการบ้าน”

“ท่านป้าให้พี่ชายอยู่เป็นเพื่อนหญิง หญิงไม่ชอบอยู่คนเดียว พี่ชายเดียวจะไปทำการบ้านหญิงก็จะตามไป”

“ตามไปทำไม พี่จะอยู่ในห้อง หญิงกล้าไปหรือ”

“กล้าค่ะ...เพราะไม่มีใครกล้าขัดใจหญิง”

ชายเดียวชักฉุน ไม่ชอบใจที่ญาติสาวทำตัวไม่ น่ารัก คุณหญิงทอแสงรัศมีของขึ้นทันที

“ใช่สิ...หญิงมันไม่น่ารัก ที่ไหนจะเหมือนยายจริมากับยายรุ้ง พวกเขาทำเสน่ห์อะไรพี่ชายถึงได้คลั่งไคล้นัก รถไม่มีก็อุตส่าห์เรียกร้องให้ทางนั้นมารับ ทีหญิงโทร.มากี่หนก็ไม่ยอมรับสาย หญิงเป็นญาติเป็นน้องพี่ชายยังไม่เคยกระตือรือร้นไปหาหญิงบ้าง ทำไมเป็นอย่างนี้ หญิงด้อยกว่าแม่พวกนั้นตรงไหน หญิงมีเกียรติมากกว่าพวกเขาอีก”

อ่านละคร แค้นเสน่หา ตอนที่ 5 วันที่ 11 ก.ค. 56

ละครแค้นเสน่หา บทประพันธ์โดย : วราภา
ละครแค้นเสน่หา บทโทรทัศน์โดย : อ.แดง ศัลยา
ละครแค้นเสน่หา กำกับการแสดงโดย : สำรวย รักชาติ
ละครแค้นเสน่หา ผลิตโดย : บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด
ละครแค้นเสน่หา ควบคุมการผลิตโดย : วรายุทธ มิลินทจินดา
ละครแค้นเสน่หา ออกอากาศ: เร็ว ๆ นี้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ