อ่านละครเรื่องลูกทาส ตอนอวสาน[จบ]

อ่านละครเรื่องลูกทาส ตอนอวสาน[จบ]

"อย่ามาปากดีหน่อยเลย เรื่องสอบไล่เนติบัณฑิตเป็นอย่างไรบ้าง ยังไม่เห็นเล่าให้ฉันฟังเลย"
แก้วหน้าเครียดขึ้นมาทันที
"การสอบยากเหลือเกินขอรับ สอบถึงหกวัน วันละสี่ชั่วโมง เกณฑ์การให้คะแนนก็แบ่งอย่างละเอียด กระผมไม่มั่นใจเลยขอรับ"

น้ำทิพย์เห็นสีหน้าแก้วแล้ว รู้ว่าคงยากจริงๆอย่างแก้วบอก

เวลาเช้า ที่กระทรวงยุติธรรม เจ้าพระยานิติธรรมยืนมองออกไปนอนกหน้าต่าง สีหน้าแววตา เต็มไปด้วยความสับสน ครุ่นคิด แต่ในหัวมีคำพูดของน้ำทิพย์ดังก้องอยู่ตลอดเวลา
ท่านเจ้าคุณถอนใจเฮือกใหญ่ ไม่รู้จะทำยังไงดี ขณะนั้นเอง ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
"เชิญ"


ข้าราชการคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามา พร้อมถือใบคะแนนผลการสอบเนติบัณฑิตมาด้วย
"ผลสอบไล่เนติบัณฑิตขอรับท่านเจ้าคุณ"
ท่านเจ้าคุณแปลกใจ
"ฉันเพิ่งส่งคะแนนในวิชาของฉันไปเมื่อเช้า ทำไมรวมคะแนนเร็วนักเล่า"
"พระเดชพระคุณท่านอื่น ก็ส่งคะแนนมาพร้อมกับท่านเจ้าคุณขอรับ เสด็จในกรมท่านจึงทรงรวมคะแนนได้เร็วขอรับ "
เจ้าพระยานิติธรรมพยักหน้า ก่อนจะรับใบคะแนนมาดู

บรรยากาศในพระที่นั่งสมมุติเทวราช พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงประทับอยู่บนบัลลังก์ เจ้าพระยานิติธรรมธาดากำลังนำข้าราชการที่สอบไล่เนติบัณฑิตได้ 9 คนเข้าเฝ้า โดยทั้งเก้าคนนั้นแบ่งเป็นสอบไล่ได้ชั้นที่หนึ่ง 4 คน ชั้นที่สอง 5คน โดยคนที่สอบไล่ได้ชั้นที่หนึ่ง รวมทั้งแก้ว
ได้คุกเข่าเรียงแถวหน้ากระดานอยู่ด้านหน้า ส่วนชั้นที่สองคุกเข่าเรียงแถวหน้ากระดานอยู่ด้านหลัง
ท่านเจ้าพระยาคุกเข่าพนมมือ
"ขอเดชะ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม บัดนี้ ข้าพระพุทธเจ้า ได้นำผู้สอบไล่ได้เนติบัณฑิตรุ่นแรกทั้งหมดเก้าคนแบ่งเป็นชั้นที่หนึ่งสี่คน ชั้นที่สองห้าคน มาเข้าเฝ้าตามพระบรม
ราชโองการแล้ว พระพุทธเจ้าข้า"
ทั้งเก้าคนก้มลงกราบอย่างพร้อมเพรียงกัน
แก้วปลาบปลื้มตื้นตันใจ ความพยายามของทาสคนหนึ่งไต่เต้าจนมาสูงได้ถึงเพียงนี้ แก้วน้ำตาไหลซึมอย่างต่อเนื่อง จนแผ่นหลังสะท้านจากการกลั้นสะอื้น
เจ้าพระยานิติธรรมชำเลืองมองแก้ว เข้าใจความรู้สึก ปลื้มใจแทนจนน้ำตารื้นๆ ตาม
แก้วก้มกราบพระองค์ร้องไห้อยู่อย่างนั้นจนเนื้อตัวสั่นคุมความรู้สึกไม่ไหวแล้ว ไม่คาดคิดพระบาทของพระองค์เดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างหน้าแก้ว
แก้วเหลือบตามองที่พระบาทของพระองค์ ก่อนที่พระหัตถ์พระองค์จะยื่นเข้ามาตบบ่าแก้วเบาๆ
ให้กำลังใจ
แก้วขยับตัวไปกราบแทบพระบาทของพระองค์น้ำตาไหลพรากไม่หยุด

เจ้าพระยานิติธรรม เดินกลับขึ้นเรือนมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม อารมณ์ดี ตุ๊กตาเดินออกมารับ
"ทำไมวันนี้กลับเร็วนักล่ะคะท่านเจ้าคุณ"
"วันนี้ข้อราชการมีน้อย พอนำเนติบัณฑิตเข้าเฝ้าเสร็จ ฉันก็เลยว่าง ... แล้วลูกล่ะ"
"เรียนหนังสือเสร็จ ก็วิ่งเล่นอยู่แถวนี้ล่ะค่ะ ท่านเจ้าคุณจะให้ไปตามหรือไม่คะ"
"ไม่ต้องดอก ให้เด็กๆวิ่งเล่นไปเถิด ... ท่านผู้หญิง"
ตุ๊กตาเอะใจ
"ท่านเจ้าคุณเรียกตุ๊กตาว่ายังไงนะคะ"
ท่านเจ้าคุณตีหน้าตาย
"ได้ยินไม่ผิดดอก ฉันเรียกตุ๊กตาว่าท่านผู้หญิง ภรรยาเอกของเจ้าพระยา ก็ต้องเรียกท่านผู้หญิง ไม่ถูกรึ"
"นี่ท่านเจ้าคุณล้อตุ๊กตาเล่นหรือคะ"
"ใครว่าฉันล้อเล่น วันนี้หลังจากนำเนติบัณฑิตเข้าเฝ้า ฉันก็ถือโอกาสทูลขอตราตั้งให้ตุ๊กตาเลย ตุ๊กตาเตรียมตัวรับตราไว้เถิด"
ตุ๊กตาตกใจสุดๆ อย่างนึกไม่ถึง
"แต่ตุ๊กตาไม่คู่ควร..."
เจ้าพระยานิติธรรมใช้นิ้วแตะริมฝีปากตุ๊กตาไว้ ไม่ให้พูดต่อ
"ต่อไปนี้ อย่าพูดคำว่าคู่ควรหรือไม่คู่ควรอีกเลย เจ้าแก้วมันปลดโซ่ตรวนของมัน ดิ้นรนเพื่อจะได้เป็นไท แต่ฉันกลับล่ามโซ่ตรวนเกียรติยศไว้กับตัวเอง จนละเลยความดีของตุ๊กตามานาน"
ตุ๊กตาน้ำตาท่วมตาขึ้นมาด้วยความปลาบปลื้ม ท่านเจ้าคุณยกมือขึ้นซับน้ำตาให้
"นับจากนี้ไปจะไม่มีอีกแล้ว ขอให้ฉันได้ยกย่องตุ๊กตา สมกับความดีแลความรักที่ตุ๊กตามีให้ฉันเถิด"
ตุ๊กตาซึ้งใจ พูดไม่ออก ก่อนจะเข้ากอดสามี ร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งใจ

เจ้าพระยานิติธรรมลูบผมตุ๊กตาเบาๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความสุขใจ ในที่สุด ตนก็ตัดสินใจ ทำในสิ่งที่ตนควรทำมานานแล้ว
ผ่านเวลา 4-5 วัน พระยาไชยากรนั่งซึมๆอยู่ที่ศาลาท่าน้ำ แม้จะร่ำรวย แต่ไม่มีงานทำ ชีวิตเหมือนไร้คุณค่า นิ่มเดินเข้าไปในศาลาเพื่อหาสามี

"สำรับเช้าเสร็จแล้วค่ะท่านเจ้าคุณ"
" ฉันยังไม่หิวเลย แม่นิ่มกับลูกกินไปก่อนเถิด"
นิ่มสงสารสามี
"ยังคิดเรื่องกลับเข้ารับราชการอีกหรือคะ ความจริง อยู่อย่างนี้ก็เป็นสุขดีอยู่แล้ว เงินทองเราก็มีมากมาย ถึงท่านเจ้าคุณไม่รับราชการอีก ก็ไม่เดือดร้อนอะไร อย่าคิดมากไปเลยค่ะ"
"ฉันอดคิดไม่ได้ดอกแม่นิ่ม ยิ่งรู้ว่าคนมีอำนาจว่าจะรับฉันหรือไม่นั้น คือเจ้าพระยานิติธรรม ฉันก็ยิ่งท้อแท้ใจ หากรู้ว่าวันหนึ่งเค้าจะรุ่งเรืองขึ้นจนฉันต้องพึ่งพา ฉันก็คงไม่ทำกับเค้าไว้ถึงเพียงนี้ดอก"
"ไม่มีใครรู้การภายหน้าดอกค่ะ หากรู้ ก็คงไม่มีใครทำเรื่องผิดพลาดขึ้น อยู่กับเรื่องตรงหน้าเถิดนะคะท่านเจ้าคุณ อย่าคิดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้วเลย"
ไชยากรหน้าเศร้าๆ ยอมรับ
"ชีวิตฉัน ผิดอยู่สองเรื่อง เรื่องแรก ก็คือเลี้ยงงูพิษอย่างพ่อมาโนชไว้ เป็นเหตุให้คนต้องบาดเจ็บล้มตาย เรื่องที่สอง คือฉันดีกับแม่นิ่มน้อยเกินไป ไม่รู้ค่าเพชรที่ได้มาไว้ในมือเลย หากฉันได้กลับเข้ารับราชการอีก
ฉันตั้งใจจะยกย่องแม่นิ่มให้เป็นคุณหญิงของฉัน แต่เสียดาย คงไม่มีวันนั้นแล้ว"
นิ่มน้ำตาคลอ ซึ้งใจ
"ช่างมันเถอะค่ะท่านเจ้าคุณ แค่ท่านเจ้าคุณมีใจคิดถึงฉันเช่นนี้ ฉันก็ดีใจเป็นที่สุดแล้ว ตำแหน่งคุณหญิงอะไร ฉันไม่ต้องการดอกค่ะ"
พระยาไชยากรดึงนิ่มเข้ามากอด ด้วยน้ำตาคลอเบ้าด้วยความสงสาร ส่วนนิ่มก็ร้องไห้ด้วยความซึ้งใจ ที่ความดีที่ตนทำมาไม่เสียเปล่า
ขณะนั้นเอง ทาสหญิงคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหา
"มีอะไรรึนางทองอยู่"
ทาสหญิง 1คุกเข่าลง
"เจ้าพระยานิติธรรมธาดา มาขอพบท่านเจ้าคุณเจ้าค่ะ"
ไชยากรแปลกใจ นึกไม่ถึง ที่จู่ๆคนระดับเจ้าพระยานิติธรรม จะมาหาถึงเรือน

ไชยากรเดินนำนิ่มขึ้นมาบนเรือนก็เห็นเจ้าพระยานิติธรรมยืนรออยู่ ไชยากรจะเข้าไปไหว้ เพราะศักดิ์ฐานะตนต่ำกว่าเจ้าพระยานิติธรรมมาก แต่เจ้าพระยานิติธรรมพนมมือขึ้นไหว้ก่อน อย่างไม่ถือเนื้อถือ
"สบายดีหรือขอรับเจ้าคุณพี่"
" ขอรับกระผม ใต้เท้ากรุณาอุตส่าห์มาเยือน เป็นพระคุณมิได้สิ้นสุดเลย เชิญตามสบายเถิดขอรับ"
ทั้งหมดเดินมานั่งคุยกัน พวกทาสหญิงรีบเอาของว่าง น้ำดื่มมารับรองเจ้าพระยานิติธรรม
" ทราบมาว่าท่านเจ้าคุณนอกจากจะได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาแล้ว ยังได้เป็นอธิบดีศาลด้วย ฉันดีใจด้วยนะคะ" นิ่มบอก
"ขอบใจแม่นิ่มมาก แลที่ฉันมาวันนี้ก็ด้วยเหตุนี้ เพราะหลังจากที่ฉันได้เป็นอธิบดีศาลแล้ว ฉันก็ได้รับตุลาการใหม่อีกหลายคน มีอยู่คนหนึ่ง ที่ฉันอยากพามากราบท่านเจ้าคุณพี่"
"เกรงใจไปแล้วขอรับใต้เท้า กระผมอยู่อย่างไร้เกียรติถึงปานนี้ ไม่คู่ควรให้คนชั้นตุลาการมากราบกรานดอกขอรับ"
"กระผมคิดว่าความมีเกียรติของคนเรานั้น ไม่ใช่สิ่งที่เราจะสำนึกเองได้ หากแต่มันเกิดจากความรู้สึกของผู้อื่น จะพึงหยิบยื่นให้เราต่างหากเล่าขอรับ แลความรู้สึกของกระผม เจ้าคุณพี่ยังคงมีเกียรติเหมือนเดิม
ไม่เปลี่ยนแปลง"
ไชยากร ยิ้มแย้มดีใจ อดภาคภูมิใจไม่ได้
"เป็นพระคุณเหลือเกินขอรับ ที่ใต้เท้าให้เกียรติกระผมถึงเพียงนี้ แล้วตุลาการที่ใต้เท้านำมา ชื่ออะไรหรือขอรับ"
เจ้าพระยานิติธรรมธาดาเหลือบไปมองที่ด้านหลังพระยาไชยากร
"หลวงรัตนอรรถชัย โน่นยังไงขอรับ เดินคุยกับคุณน้ำทิพย์มาโน่นแล้ว"
ไชยากร นิ่ม หันไปมองตาม เห็นแก้วในชุดข้าราชการ ดูสง่างามภาคภูมิ เดินคุยมากับน้ำทิพย์ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ออกมาจากข้างในเรือน แก้วเดินเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าไชยากร โดยมีน้ำทิพย์มานั่งพับเพียบอยู่ใกล้ๆ
ไชยากรนึกไม่ถึง
"ไอ้แก้ว"
"ถูกแล้วขอรับ ข้าเก่าเต่าเลี้ยงของเจ้าคุณพี่เอง มิใช่คนอื่นไกลเลย เจ้าแก้วเพิ่งสอบได้เนติบัณฑิตชั้นที่หนึ่ง จึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงรัตนอรรถชัย ตุลาการศาลประจำกระทรวง กระผมจึงพามากราบเท้า เพื่อแสดงกตเวทีต่อเจ้าคุณพี่ในวันนี้พร้อมกันด้วย"
แก้วจะก้มลงกราบ ไชยากรรีบลุกขึ้นเดินหนีทันที ไม่ยอมให้แก้วกราบ
"ฉันมันคนไร้วาสนาบารมีแล้ว ไม่บังควรที่คุณหลวงจะมากราบกรานฉันดอก กลับไปเสียเถิด"
"คุณพ่อคะ"
ไชยากรขบกรามแน่น เบือนหน้าไปทางอื่น ไม่ยอมมองหน้าใคร
ขณะนั้นเอง แก้วก็คลานเข่าเข้าไปหา ไชยากรเหลือบตามอง แก้วพนมมือ
"ที่กระผมมาในวันนี้ ก็เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์ ว่าลูกทาสในบ้านพระคุณได้ดิบได้ดี เพราะพระคุณชุบเลี้ยงมากับมือ ครั้งที่กระผมได้บรรพชาเป็นภิกษุ ก็ได้อุทิศผลบุญไปสู่คนทั้งสาม คือแม่กิ่งผู้วายชนม์หนึ่ง พระคุณไชยากรสอง แลคุณน้ำทิพย์อันเป็นมิ่งขวัญของกระผมเป็นอันดับสาม ดังนั้นหากพระคุณบังเกิด
น้ำใจเมตตา พอจะอภัยผิดทั้งปวงแต่หนหลังแล้ว ก็จงกรุณาอวยพรแก่ลูกทาสคนเดิมของพระคุณสักคำเถิดขอรับ"
ไชยากรขบกรามแน่น น้ำตาเริ่มเอ่อคลอขึ้นมา ไม่คิดว่าในวันที่แก้วได้ดี แต่ตนตกต่ำ แก้วกลับยังนึกถึงบุญคุณตนอีก โดยไม่มีข้ออาฆาตแค้นเลย
ทุกคนมองไปที่ไชยากรพร้อมกัน เหมือนจะรอให้ไชยากรอวยพรให้แก้ว เพื่อพ้นจากข้อบาดหมางที่มีมา แต่ไชยากรขบกรามแน่น ไม่ยอมพูดอะไร
ทุกคนมองหน้ากัน ด้วยสีหน้าเศร้า สุดท้ายก็ไม่สามารถลดทิฐิของพระยาไชยากรลงได้เลย
" ฉันคงอวยพรให้คุณหลวงไม่ได้ดอก... แต่ความกตัญญูกตเวทิตาที่คุณหลวงมี จะเป็นสิ่งนำพาให้คุณหลวงจำเริญยิ่งขึ้นไปเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาคำอวยพรจากปากใครทั้งสิ้น"
ในที่สุด แก้วก็ใช้ความดี เอาชนะใจอันแข็งกระด้างของไชยากรลงจนได้ ทุกคนยิ้มดีใจ
แก้วน้ำตาคลอเบ้า ก้มลงกราบเท้าไชยากร
"ขอบพระคุณขอรับ"
พระยาไชยากร น้ำตาคลอเอื้อมมือไปตบหัวแก้วเบาๆ เหมือนอโหสิให้ สิ้นความรังเกียจเดียดฉันลงไปจนได้

ผ่านเวลา บนเรือนไชยากร แก้วบรรจงสวมแหวนแต่งงานให้น้ำทิพย์ ท่ามกลางความดีใจของเจ้าพระยานิติธรรม ไชยากร ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ตลอดจนน้อม นิ่ม อบเชย นมอ้อน
และแขกเหรื่อในงานแต่งงาน
แก้ว และน้ำทิพย์ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข ก่อนจะก้มลงกราบเท้าไชยากร และเจ้าพระยา
นิติธรรมพร้อมกัน
เวลากลางคืน แก้วประคองกอดน้ำทิพย์พามานั่งที่เตียงในคืนส่งตัว น้ำทิพย์เอนศีรษะซบกับบ่าของแก้ว ทั้งคู่ยิ้มแย้มมีความสุขที่ได้ครองคู่กันหลังจากผ่านความทุกข์ยากอย่างมากมาย

ในที่สุด โซ่ตรวนที่ใช้ล่ามขาทาส ค่อยๆตกลงสู่พื้น บรรดาทาสที่ได้เป็นไท ต่างดีอกดีใจ สวมกอดกันอย่างมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน วัด ตลาด ตามสถานที่ต่างๆ ล้วนแต่มีคนโห่ร้องยินดี ลูกวิ่งเข้ามากอดพ่อ ภรรยากอดสามี ลูกก้มลงกราบเท้าพ่อกับแม่ ฯลฯ
ทุกคนเต็มไปด้วยความดีใจ บางคนถึงกับร้องไห้ด้วยความปลื้มปีติ
"พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงดำเนินการเลิกทาสอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจากการออกพระราชบัญญัติพิกัดเกษียณอายุลูกทาสลูกไทย ในปีพุทธศักราช 2417 จนสามารถเลิกทาสได้อย่างเด็ดขาด ในปีพุทธศักราช 2448 โดยเป็นการเลิกทาส ที่ไม่สูญเสียเลือดเนื้อของคนไทยด้วยกันแม้แต่หยดเดียว"
ปวงประชาต่างก้มกราบกับพื้นหันหน้าไปทางวังที่ประทับแล้วเปล่งเสียงสดุดีโดยพร้อมเพรียงกึกก้องไปทั่วว่า “ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ”

วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2473 เวลาหัวค่ำ ณ พระบรมรูปทรงม้า ตั้งตระหง่าน สง่างาม แก้วในวัย 63-64 ปีแต่งตัวภูมิฐาน ในชุดสูทสากลตามยุคสมัย เดินถือพวงมาลาดอกไม้สดเข้ามาให้เจ้าหน้าที่ที่คอยดูแล
แก้วมอบพวงมาลาให้เจ้าหน้าที่ เพื่อนำไปสักการะ ก่อนจะเดินไปที่พระบรมรูป แล้วคุกเข่าลงกราบ "ด้วยเดชะ พระบารมีของล้นเกล้าฯ ข้าพระพุทธเจ้าจึงได้มีชีวิตรอดมาสู่ความสมหวังตามอุดมการณ์
วันที่ยี่สิบสามตุลาคมเวียนมาครั้งใด ครั้งนั้น ข้าพระพุทธเจ้ามิอาจลืมเลือนภาพชีวิตในอดีต ซึ่งชโลมด้วยเลือดและน้ำตาเสียได้เลย เพราะภาพในอดีตนั่นแล้ว ที่อาศัยพระบารมีมหาราชเจ้า ดลบันดาลให้ไอ้แก้ว ลูกทาสในเรือนเบี้ยเค้า ได้เป็นไท จนถึงวันนี้..."
ขณะนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงน้ำทิพย์ดังขึ้น
"จะไม่รอกันก่อนหรือคะท่านเจ้าคุณ"
แก้วหันไปมองตาม เห็นน้ำทิพย์ในวัยเดียวกันเดินยิ้มบางๆมาทางตน โดยมีลูกชาย ลูกสะใภ้ หลานสาว ช่วยกันประคองมา
แม้น้ำทิพย์อายุมากแล้ว แต่ก็ยังสวย แข็งแรง เดินตัวตรง สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
"ฉันเห็นคุณหญิงติดธุระ ก็นึกว่าจะไม่มาแล้วน่ะสิ"
"วันอื่นอาจจะไม่มาได้ค่ะ แต่วันนี้ อย่างไรฉันก็ต้องมา"
แก้วยื่นมือให้น้ำทิพย์จับ ก่อนที่น้ำทิพย์จะนั่งคุกเข่าลงข้างๆแก้ว ทั้งคู่ยิ้มให้กัน แม้จะอยู่กินกันมาหลายสิบปีแล้ว แต่ก็ยังรักและผูกพันกันเหมือนเดิม
น้ำทิพย์เงยหน้ามองพระบรมรูป
"ถ้าไม่มีพระเมตตาจากพระองค์ท่าน เราสองคนก็คงไม่ได้อยู่อย่างมีความสุขอย่างทุกวันนี้"
แก้วยิ้มรับเห็นด้วย เงยหน้ามองพระบรมรูปตามน้ำทิพย์
"อย่าว่าแต่ตำแหน่งอธิบดีศาลหรือบรรดาศักดิ์พระยาพานทองเลย แม้แต่ความเป็นคน ก็ยังมีไม่เท่าคนอื่นด้วยซ้ำ ยิ่งเรื่องที่จะได้คุณน้ำทิพย์บุตรสาวคนสวยของพระยาไชยากรมาเป็นภรรยานั้น ยิ่งเลิกคิดไปได้เลย"
น้ำทิพย์ยิ้มขำๆ อายุปูนนี้แล้ว สามีก็ยังมีกะใจเย้าแหย่อีก
ทั้งคู่หันไปมองพระบรมรูปทรงม้า แล้วพนมมืออธิษฐานพร้อมกัน
"ขอให้พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระมหาราชเจ้า จงยั่งยืนสถาพร อยู่ในความรู้สึกของคนไทยทุกคน นับแต่ปัจจุบันนี้ ไปสู่อนาคต อันนิรันดร อย่าได้เสื่อมคลายเลย"
แก้ว น้ำทิพย์ และบรรดาลูกหลานต่างก้มลงกราบพระบรมรูปทรงม้าของรัชกาลที่ห้า ที่ตั้งตระหง่าน เด่นเป็นสง่าให้คนได้เคารพบูชา

นอกจากการเลิกทาสแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่สำคัญอีกมากมาย อาทิ
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับราษฎรขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้ใช้เล่าเรียนหนังสือ โดยโรงเรียนหลวงแห่งแรกสำหรับราษฎรคือ โรงเรียนวัดมหรรณพาราม
ทรงเปลี่ยนระบบเงินตรา มาใช้ธนบัตรและเหรียญบาทตามสากลนิยม
ทรงปฏิรูปการปกครอง โดยจัดเป็นมณฑล เมือง อำเภอ หมู่บ้านรวมทั้งมีการตั้งกระทรวงขึ้นอย่างเป็นทางการ 12 กระทรวง
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างทางรถไฟ และจัดตั้งกรมรถไฟขึ้น เพื่อดำเนินกิจการรถไฟ ซึ่งนับเป็นการปฏิรูประบบคมนาคมครั้งสำคัญของประเทศไทย
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดสร้างโรงพยาบาลขึ้น โดยโรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศไทยคือ โรงศิริราชพยาบาล ซึ่งในปัจจุบันก็คือ โรงพยาบาลศิริราช
และด้วยพระปรีชาสามารถ ตลอดจนพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประชาชนคนไทยจึงพร้อมใจกัน ถวายพระนามพระองค์ว่า “พระปิยมหาราช” ซึ่งแปลว่า “มหาราชผู้ทรงเป็นที่รักของปวงชนชาวไทยทุกคน”

ประชาชนมากมายสุดลูกหูลูกตายังให้ความเคารพสักการะ พร้อมใจกันกราบพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 5 อย่างพร้อมเพรียง

*********อวสาน*********

อ่านละครเรื่องลูกทาส ตอนอวสาน[จบ]

ละครลูกทาส บทประพันธ์โดย : รพีพร
ละครลูกทาส บทโทรทัศน์โดย : บทกร
ละครลูกทาส กำกับการแสดงโดย : ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์
ละครลูกทาส ผลิตโดย : บ. ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จ.ก.
ละครลูกทาส ควบคุมการผลิตโดย : ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์
ละครลูกทาส ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสช่อง 3
ที่มา เดลินิวส์






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น