อ่านละคร เวียงร้อยดาว ตอนที่ 9/4 วันที่ 2 ก.พ. 57

อ่านละคร เวียงร้อยดาว ตอนที่ 9/4 วันที่ 2 ก.พ. 57

เธอนึกถึงตอนที่เห็นรอยกากบาทรอยที่ 7 ปรากฏขึ้นบนเพดานที่โถงกลาง
นึกถึงตอนที่เฉิ่มสารภาพตอนที่อยู่บนรถ
“เธอไม่ได้ผูกคอตายเองหรอกครับ... คุณเวียงแก้วถูกสั่งให้....”
ร้อยดาวรำพึง “กากบาทรอยที่ 7 อาจจะหมายถึงคนที่สั่งให้ฆ่าคุณแม่เวียงแก้ว”

เธอนึกถึงตอนที่จงจิตกับเสงี่ยมรุมตบเวียงแก้วกรณีเก็บไหลบัว
นึกถึงตอนที่จงจิตสั่งให้เสงี่ยมเอาน้ำเกลือมาราดตอนเวียงแก้วถูกเฆี่ยนเรื่องหาว่าทำเสน่ห์ใส่ปกรณ์
ร้อยดาวตาโตด้วยความมั่นใจว่าคนที่สั่งคือ จงจิต !


“คุณจงจิตงั้นเหรอ”
ทันใดนั้นก็มีมือลึกลับเอาผ้าเช็ดหน้าโปะยาสลบมาปิดจมูกร้อยดาวจากทางด้านหลัง ร้อยดาวตกใจสุดขีดและพยายามดิ้นรน ก่อนจะค่อยๆอ่อนแรงเพราะฤทธิ์ยาแล้วก็สลบไป ปั้นเอากระสอบใส่ร่างร้อยดาวเอาไว้แล้วเอาเชือกมัดปากกระสอบ
ปั้นรู้สึกเหมือนมีใครบางคนยืนอยู่ทางด้านหลังจึงรีบหันกลับมา ฟ้าแลบแปลบปลาบทำให้เห็นร่างที่ยืนอยู่ข้างหลังเต็มๆตา ปั้นตาเบิกโพลงเพราะถูกบีบคออย่างแรง ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง

ณ กระท่อมร้างท้ายไร่ ฝนเทลงมาอย่างหนัก ร่างตะคุ่มๆของดารกาฝ่าสายฝนเข้าไป ดารกาที่เนื้อตัวเปียกโชกผลักประตูกระท่อมเข้ามาอย่างแรง ดารกาเห็นกระสอบมัดปากวางอยู่บนแคร่ก็ยิ้ม ดารกาถือมีดเล่มคมกริบมาด้วย เธอพูดกับกระสอบแบบคุ้มดีคุ้มร้าย
“ในที่สุด... วันนี้ก็มาถึงจนได้ วันนี้ฉันจะได้สะสางกับแก นังร้อยดาวแกไม่ควรมาที่นี่เลย... ไม่ควรเลยจริงๆ... ถ้าไม่มีแก... เรื่องระหว่างฉันกับพี่ปรมัตถ์คงไม่ลงเอยแบบนี้... แกมันนังแพศยา ร่านรักเหมือนแม่แกไม่มีผิด”
คนในกระสอบดิ้นเหมือนจะเอาชีวิตรอด ดารกาปักคมมิดฉึกลงไปในกระสอบ ร่างในกระสอบกระตุกเฮือกด้วยความเจ็บปวด เลือดสีแดงข้นไหลซึมกระสอบออกมา ดารกายิ้ม
ดารกายิ้มทั้งน้ำตา “ฉันเฝ้ามองพี่ปรมัตถ์ทุกครั้งที่ติดตามทนายทวีป พ่อของเขาเข้ามาทำธุระที่บดินทร์ธร ฝัน...ว่าสักวันจะได้ใส่ชุดเจ้าสาวขาวบริสุทธิ์ เข้าพิธีวิวาห์กับพี่ชายที่แสนดีคนนั้น....แต่ทุกอย่างก็ต้องพังพินาศ เพราะแก..แกๆๆๆๆ”
ดารกากระหน่ำมีดแทงกระสอบไม่ยั้ง เลือดซึมกระสอบแดงฉาน ร่างในกระสอบแน่นิ่งไปแล้วแต่ดารกายังไม่ยอมหยุดแทง

“เพราะแกคนเดียว อีนังร้อยดาว ฉันจะฆ่าแก ไปลงนรกซะ !”
ดารกาหัวเราะอย่างบ้าคลั่งแข่งกับเสียงลมฝน และพายุข้างนอก

แสงฟ้าแลบจับดวงหน้าดารกาดูโหดเหี้ยมน่ากลัว ดารกาถีบกระสอบกลิ้งลงจากแคร่ด้วยความสะใจ กระสอบกลิ้งตกจากแคร่ เชือกที่ปากกระสอบคลายออกทำให้มือของปั้นโผล่ออกมาที่ปากกระสอบ
ดารกาแปลกใจว่าทำไมมือในกระสอบเหมือนมือผู้ชาย เธอจึงค่อยๆเดินไปยังกระสอบ แล้วค่อยๆดึงกระสอบออกมา ดารกาเห็นร่างของปั้นตาเหลือกโพลงถูกแทงจมกองเลือดอยู่ในกระสอบ ที่หน้าผากมีรอยกากบาทสีดำอยู่ที่กึ่งกลางหน้าผากโดยมีผ้ามัดปากกันไม่ให้ร้อง
ดารกาตกใจแทบช็อค มีดหลุดจากมือ เธอเอามืออุดปากตัวเอง ผีทั้ง 5 ตนผิวดำมะเมื่อมล้อมรอบ จับตาดูอยู่ในอิริยาบถต่างๆบ้างยืน นั่งยองๆ นั่งห้อยขากับขื่อ นอนอยู่บนแคร่ โดยทุกตนมีกากบาทที่หน้าผาก เหมือนกันหมดแต่ดารกามองไม่เห็น ดารกาหวีดร้องดังแข่งกับพายุฝนที่เทลงมาอย่างหนักภายนอก

วีระวิทย์เทกระสอบ ร่างร้อยดาวที่ถูกมัดปากสลบเหมือดร่วงผล็อยกองกับพื้น ดาราเรศมองอย่างสมใจก่อนจะหันไปถามวีระวิทย์
“เก่งนี่ ! จับมันมาได้ยังไง ?”
วีระวิทย์ซึ่งยืนเหงื่อแตกพลั่กๆ หน้าซีดเล่าเหตุการณ์ตอนจับร้อยดาวให้ดาราเรศฟัง

เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ วีระวิทย์ถูกผีเวียงแก้วบังตาให้เห็นปั้นเป็นร้อยดาว ร้อยดาวหันกลับมา ฟ้าแลบ วีระวิทย์ทำหน้าเหี้ยมเกรียม วีระวิทย์บีบคอร้อยดาวจนสลบเหมือดร่างร่วงผล็อยล้มลงหน้าแนบพื้น
แล้ววีระวิทย์ก็เอาผ้าที่เตรียมมามัดปากร้อยดาวเพื่อกันไม่ให้ร้อง
วีระวิทย์เอาร่างร้อยดาวใส่กระสอบ แล้วมัดปากถุง เขายกมือขึ้นปาดเหงื่อแล้วแบกขึ้นบ่า กระสอบอีกใบหนึ่งที่มีปั้นอยู่ด้านในวางอยู่ที่พื้น

ดาราเรศฟังวีระวิทย์เล่าแล้วยิ้มตาเป็นประกาย
วีระวิทย์ถาม “จะให้ฉันจัดการนังนี่ยังไงก็ว่ามา ?”
“ข่มขืนมันซะ !” ดาราเรศสั่ง
“แกจะให้ฉันทำจริงๆน่ะเหรอ ?”
“ตามใจ ! พี่จะไม่ทำก็ได้... แต่ถ้านังร้อยดาวมันฟื้นขึ้นมา แล้วเอาเรื่องไปฟ้องคุณปู่ ก็เตรียมเดือดร้อนได้เลย แต่ถ้าเชื่อเรศ ปิดปากมันซะ รับรอง นังร้อยดาวมันไม่กล้าปากโป้งแน่”
วีระวิทย์กลอกตาไปมาอย่างคนกำลังชั่งใจ
“จะทำหรือไม่ทำ ก็ตามใจพี่แล้วกัน ดึกแล้ว เรศจะไปนอน !”
ดาราเรศพูดจบก็เดินไปปล่อยให้วีระวิทย์อยู่กับร่างร้อยดาวที่นอนสลบเหมือดตามลำพัง
วีระวิทย์เรียก “ยัยเรศ !!! เดี๋ยวก่อนสิ !!! โธ่เว๊ย”
วีระวิทย์กำลังหัวเสียอยู่ ทันใดนั้นร้อยดาวที่อยู่ด้านหลังก็ลุกขึ้นยืนตัวแข็งทื่อ วีระวิทย์หันกลับมา เห็นร้อยดาวกระชากผ้าที่มัดปากตัวเองออกก็ตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ
“นังร้อยดาว.... แก...”
ร้อยดาวพูดด้วยเสียงเวียงแก้ว “กูไม่ใช่ร้อยดาว”
ทันใดนั้น ควันสีดำก็ลอยพุ่งออกมาจากร่างร้อยดาว ร้อยดาวตัวจริงสลบไป เวียงแก้วปรากฏตัวขึ้นเผชิญหน้ากับวีระวิทย์ด้วยแววตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
วีระวิทย์ ละล่ำละลัก “แก.... แกเป็นใคร ?”
เวียงแก้วหัวเราะในลำคอก่อนจะย่างสามขุมเข้าไปหาวีระวิทย์ที่ถอยหลังกรูดจนหงายหลังไม่เป็นท่า
“ลองทายดูสิว่าฉันเป็นใคร ?”
วีระวิทย์คิดแล้วก็ตกใจ “เวียงแก้ว”
เวียงแก้วหัวเราะ “ช่างหลักแหลม สมกับเป็นทายาทผู้สืบสกุลบดินทร์ธรจริงๆ คุณวีระวิทย์ทายถูก ดังนั้น ฉันมีรางวัลเล็กๆน้อยๆจะมอบให้”
เวียงแก้วเอานิ้วชี้จิกเป็นรูปกากบาทบนหน้าผากวีระวิทย์ มีหนอนเลื้อยไปมาอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณหน้าผากของวีระวิทย์ วีระวิทย์เหมือนถูกสะกด เขาเอามือคุ้ยพื้นดินที่อยู่ตรงหน้า ใต้ดินมีหนอน ไส้เดือนเลื้อยยุ่บยั่บเต็มไปหมด วีระวิทย์ตาเหลือกลานเพราะบังคับตัวเองไม่ได้ เขาเอามือกอบหนอน ไส้เดือนพวกนั้นใส่ปากกิน เวียงแก้วยิ้มแล้วกรีดเสียงหัวเราะสะใจ

ฟ้าแลบแปลบปลาบ จงจิตลุกขึ้นมาปิดหน้าต่าง จงจิตเห็นรอยเลือดหยดเป็นทางไล่ยาวไปที่พื้น เธอจึงเดินตามไปจนกระทั่งมาถึงที่ห้องน้ำ รอยเลือดหายเข้าไปข้างใน จงจิตแปลกใจ

จงจิตเปิดประตูเข้าไปในห้องน้ำ เธอเห็นมืดเปื้อนเลือดแดงฉานอยู่ที่พื้น เสียงร้องไห้ของดารกากระซิกๆดังแทรกอยู่ในความมืด จงจิตเห็นมีดเปื้อนเลือดแล้วก็ใจคอไม่ค่อยดี จงจิตเห็นดารกานั่งกอดเข่าเจ่าจุกร้องไห้หันหลังอยู่ที่มุมห้องน้ำ
“ยัยดา !”
จงจิตเอื้อมมือจะไปจับที่บ่าดารกา ดารกาหันมาในสภาพเนื้อตัวแดงฉานไปด้วยเลือด จงจิตผงะตกใจ
ดารการ้องไห้ขวัญเสีย “คุณแม่ขา... หนูฆ่ามันตายแล้วค่ะ”
“แกฆ่าใคร ?”
“หนูฆ่านายปั้นตายแล้วค่ะ”
จงจิตเข่าอ่อนและพูดเสียงแผ่ว “อย่าพูดบ้าๆ ยัยดา... แกไม่ได้ทำใช่ไหม นายปั้นเป็นพ่อแก แกไม่ได้ฆ่าพ่อแท้ๆของแกเองใช่ไหม ?”
“หนูไม่ได้ตั้งใจนะคะ คุณแม่ หนูคิดว่า นังร้อยดาวอยู่ในกระสอบนั่น หนูก็เลยเอามีดแทงๆๆๆๆๆ แทงมันจนเลือดแดงฉานไปทั้งตัวเลย แต่คนที่ตายไม่ใช่มัน ! นายปั้นเข้าไปอยู่ในนั้นได้ยังไง หนูไม่รู้”
จงจิตบีบแขนดารกาแน่นแล้วตะคอกถามดารกา พร้อมกับปล่อยโฮออกมาดังๆ
“ยัยดา ! นังลูกทรพี ! แกทำอะไรลงไป แกรู้ตัวบ้างไหม”
“หนูไม่รู้...ไม่รู้อะไรทั้งนั้น... คุณแม่พาหนูไปส่งตำรวจทีสิคะ.... หนูจะไปมอบตัว ไปสารภาพว่าเป็นคนฆ่านายปั้น ฆ่าพ่อตัวเองตาย”
ดารการ้องไห้อย่างคนขวัญกระเจิง จงจิตโกรธลูกไม่ลง เธอกอดตัวดารกาไว้แน่นคล้ายจะปลอบขวัญ ทั้งสองร้องไห้จนตัวสั่น

ปกรณ์เอาก้อนหินทุบบริเวณรอยต่อของโซ่ล่ามที่สนิมเกาะเกรอะกรัง มือของเขาถลอกเลือดซิบเต็มไปหมด เขาทุบจนรอยต่อโซ่ขาดออกจากกัน ปกรณ์ตาลุกวาวที่ในที่สุดโซ่บ้านี่ก็หลุดจนได้ เขาไม่รอช้ารีบหาทางหนีออกไปจากคุกใต้ดินทันที

ปกรณ์หนีออกมาจนถึงประตู เขาไม่รอช้ารีบผลักประตูออกไป ปกรณ์เห็นผีเวียงแก้วชุดดำยืน แสยะยิ้ม ดักรออยู่ก่อนแล้ว เขาสะดุ้งและตาค้าง !

ปกรณ์ถูกเหวี่ยงอย่างแรงกลับมายังคุกใต้ดิน
“จะหนีไปไหน ? คุณปกรณ์สิ้นรักข้าเจ้าแล้วหรือ ?”
“เวียงแก้ว...ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันสำนึกผิดแล้ว สำนึกแล้วจริงๆ”
เวียงแก้วจิกผมปกรณ์ที่ยกมือไหว้ปลกๆ แล้วกระชากขึ้นมาจนหน้าหงาย
“ต่อให้สำนึกได้ มันก็สายเกินไปแล้วเจ้า...ไม่มีใครย้อนเวลากลับไปแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดในอดีตได้ นอกจากก้มหน้ารับกรรมต่อไป”
เวียงแก้วจับหัวปกรณ์กระแทกกับพื้นจนเลือดอาบ
“คุณปกรณ์ลองดูสิเจ้า.... ข้าเจ้าเอาอะไรมาฝาก”
เวียงแก้วเหวี่ยงหัวของปั้นกลิ้งหลุนๆไปหยุดอยู่ตรงหน้าปกรณ์ ปกรณ์เห็นหัวนายปั้นก็ตาเหลือกลาน
“นายปั้น”
“ไอ้ระยำหกคนที่มันขืนใจข้าเจ้า ชดใช้เวรกรรมที่มันก่อไว้ครบทุกคนแล้ว คุณปกรณ์ดีใจกับข้าเจ้าไหม ? แต่อย่าเพิ่งดีใจให้มากนัก...เพราะนี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น... จริงไหมเจ้า ?”
เวียงแก้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ปกรณ์ พร้อมๆกับที่ใบหน้าของเธอค่อยๆเน่าเฟะมากขึ้นทุกที ปกรณ์หลับตาเบือนหน้าหนีด้วยความสยดสยองก่อนจะร้องลั่น

ร้อยดาวตกใจสะดุ้งตื่นขึ้นมา เธอรู้สึกมึนหัวไปหมดจากฤทธิ์ของยาสลบของปั้น
เวียงแก้วพูด “แม่แก้แค้นไอ้พวกสารเลวที่มันทำกับลูกเรียบร้อยแล้ว”
ร้อยดาว ตกใจ “แก้แค้น ? แก้แค้นใคร ?คุณแม่ทำอะไรเขาคะ ?”
“ลูกถูกคนทำร้ายก็เหมือนมันควักดวงใจของแม่ด้วย ใครทำกรรมไว้ มันก็ต้องชดใช้ชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน แม่ไม่มีวันยอมให้ใครมาทำอันตรายลูกแม่แม้แต่ปลายก้อยเด็ดขาด”
“คุณแม่คะ... คนที่อ้างว่าเป็นญาติคุณสร้อยฟ้าเขาเป็นหมอผี !เขากำลังจะหาวิธีจัดการกับคุณแม่”
“แม่รู้แล้ว... ไอ้พ่อปู่ทุศีลมันเป็นคนสะกดแม่ไว้ที่เวียงร้อยดาว ตามจองล้างจองผลาญแม่ไม่สิ้นสุด อาคมของมันแก่กล้าเกินกว่าที่แม่จะต่อกรกับมันไหว วันใดที่แม่เพลี่ยงพล้ำขึ้นมา เราอาจจะไม่ได้พบกันอีก แต่ขอให้ลูกจงรู้เอาไว้....แม่รักลูกของแม่เสมอ”
เวียงแก้วเอื้อมมือมาสัมผัสที่แก้มร้อยดาว แต่กลับผ่านทะลุไปคล้ายกับเป็นอากาศธาตุ
เวียงแก้วน้ำตาคลอ “ขอให้ความรักของแม่จงเป็นเกราะคุ้มครองลูกตลอดไป”
ร้อยดาวซาบซึ้งใจในความรักของเวียงแก้วที่มีต่อลูกสาวความสงสารแล่นเต็มหัวอกของเธอ ทันใดนั้น นมแสงก็เปิดประตูเข้ามาหน้าตาตื่น
“คุณหนูคะ ?”
ร้อยดาวรีบเบือนหน้าแล้วยกมือขึ้นปาดน้ำตาเพราะกลัวนมแสงเห็น ในขณะที่เวียงแก้วหายไปแล้ว
“มีอะไรหรือจ๊ะ นม ?”
“เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ”

ร้อยดาวแปลกใจในท่าทีตื่นตระหนกของนมแสงอย่างเห็นได้ชัด
ดำรงนั่งเป็นประธานเพื่อแจ้งข่าวเรื่องปั้นให้ทุกคนรับรู้

ร้อยดาวตกใจ “นายปั้นน่ะหรือคะ ตายแล้ว !”
“ใช่ ! ตายเมื่อคืนนี้ ที่กระท่อมร้างท้ายไร่ แล้วนี่ตำรวจกลับไปกันหมดหรือยัง เจ้าปรมัตถ์?” ดำรงถาม
“ยังครับ ตอนนี้กำลังเก็บลายนิ้วมือแฝงและหลักฐานในที่เกิดเหตุเพื่อติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ท่าทางมันคงจะแค้นนายปั้นมาก ขนาดเอามีดกระหน่ำแทงจนยับทั้งร่างไม่พอ ยังตัดหัวไปไว้ไหนไม่รู้”
เต็มเดือนบีบน้ำตาทำเป็นสงสาร “โถ่.. เห็นกันอยู่หลัดๆแท้ๆ ใครนะ ทำได้ลงคอ ช่างอำมหิตผิดมนุษย์ ฆ่าแกงกันเป็นผักปลา”
จงจิตครุ่นคิดว่าดารกาตัดหัวปั้นไปซ่อนไว้ที่ไหน
ดำรงเรียก “แม่จงจิต !”
จงจิตซึ่งนั่งใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวถึงกับสะดุ้งเฮือก
“คะ... คะ ? คุณพ่อ !”
“นายปั้นเป็นคนขับรถส่วนตัวของหล่อน พอรู้บ้างไหมว่าไปมีเรื่องบาดหมางอะไรกับใครเขา ถึงได้ถูกฆ่าตายน่าเอน็จอนาถอย่างนี้”
จงจิตก้มหน้า หลบตา “ดิฉันไม่ทราบค่ะ คุณพ่อ”
“ไม่รู้หรือว่าแกล้งไม่รู้กันแน่คะ คุณพี่ น้องเห็นก็สนิทชิดเชื้อกันดีนี่คะ” สร้อยฟ้าแขวะ
จงจิตมองหน้าสร้อยฟ้าอย่างกับกินเลือดกินเนื้อที่พูดจาเยาะเย้ยถากถาง ร้อยดาวมองจงจิตที่มีพฤติกรรมแปลกๆ เหงื่อผุดเต็มหน้าอย่างจับพิรุธ จงจิตหน้าซีดเผือดรู้ดีว่าดารกาเป็นคนฆ่า
“ตายสยองอย่างนี้ จะฝีมือใคร ถ้าไม่ใช่ผีอีเวียงแก้ว !” สร้อยฟ้าว่า
ดำรงสวน “พูดพล่อยๆ ! คนตายจะฆ่าคนเป็นได้ยังไง”
“น้อยไปสิคะ ! ทั้งไอ้หม่อง ไอ้ดำ ไอ้บึก ไอ้เฉิ่ม ไอ้ชิด แล้วก็ไอ้ปั้น ถูกผีอีเวียงแก้วฆ่าตายทั้งนั้น ถ้าไม่เชื่อ คุณพ่อก็ลองถามลูกมันดูสิคะ”
“วิญญาณแม่เวียงแก้วเคียดแค้นอะไรนักหนา ถึงได้ลุกขึ้นมาไล่ฆ่าไอ้หกคนนั่นเรียงตัว ไหนหล่อนลองจาระไนให้ฉันฟังซิ แม่สร้อยฟ้า”
สร้อยฟ้าขัดใจเพราะรู้อยู่เต็มอกถึงสาเหตุที่เสียงแก้วฆ่า 6 คนนั้น แต่ก็พูดไม่ได้ ทันใดนั้นร้อยดาวก็ฉุกใจจึงแหงนขึ้นไปมองรอยกากบาทที่เพดาน
“หกคนแล้วสินะ เหลือกากบาทแค่อีกรอยเดียวเท่านั้น…”
ทุกคนมองตามสายตาร้อยดาวขึ้นไปบนเพดาน
รอยกากบาทรอยที่ 1 ค่อยๆเลือนหายไปต่อหน้าต่อตาทุกคน แต่ละคนแทบไม่เชื่อสายตา โดยเฉพาะร้อยดาวที่ถึงกับอ้าปากค้าง

ร้อยดาวยังครุ่นคิดเรื่องรอยกากบาทที่โถงกลางอยู่
“ไม่น่าเชื่อ ! รอยกากบาทบนเพดานโถงกลาง อยู่ๆก็เลือนหายไปเอง”
“ในที่สุด เหตุการณ์ร้ายๆในบดินทร์ธรก็จบลงเสียที” น่านฟ้าบอก
“แต่ไอไม่ค่อยแน่ใจว่าเรื่องนี้จะลงเอยจบแบบ happy-ending สักเท่าไร กากบาทลึกลับมีตั้งเจ็ดรอย แต่เพิ่งจะเลือนหายไปแค่รอยเดียว แล้วอีกหกรอยที่เหลือล่ะ ทำไมถึงไม่หายไปด้วย ?” มารุตบอก
“นายนี่มันชอบคิดลบ ! มองโลกในแง่ร้าย มิน่าล่ะ...ถึงหาผู้หญิงมาเป็นแฟนกับเขาไม่ได้สักที” น่านฟ้าว่า
“หาว่าไอคิดลบ งั้นคนคิดบวกอย่างยูก็ลองอธิบายมาสิ คนตายตั้งหกคน ทำไมกากบาทปริศนาพวกนั้นถึงได้หายไปแค่รอยเดียว ไม่ใช่หกรอย ห๊า ยัยจอมจุ้น !”
“จะไปรู้เหรอ ตาบ๊อง ! ฉันไม่ใช่คนวาดกากบาทพวกนั้นขึ้นมานี่”
“โธ่เอ๊ย ! ไม่รู้แล้วยังจะมาอวดรู้อีก”
น่านฟ้าจ้องมารุตตาเขียว “นายว่าใคร ?”
มารุตลอยหน้ายียวน “ใครอยากรับก็รับไปสิ”
“พอเถอะค่ะ ! อย่าเถียงกันเลยนะคะ ! ดิฉันขอร้อง” ร้อยดาวกุมขมับ
มารุตกับน่านฟ้าต่างจ้องหน้ากันอย่างเอาเป็นเอาตายก่อนสะบัดหน้าไปทางอื่นพร้อมกัน
“แล้วศีรษะของนายปั้นที่หายไปล่ะ หาพบแล้วหรือยัง ?” ร้อยดาวถาม
ปรมัตถ์ตอบ “ยังเลยครับ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตามหาอยู่ ไม่รู้ว่าคนร้ายเอาไปทิ้งอำพรางคดีไว้ที่ไหน ?”
ร้อยดาวครุ่นคิดว่าหัวของปั้นหายไปไหน

ดารกานั่งซุกตัวอยู่ที่มุมห้องอันมืดมิดและเต็มไปด้วยบรรยากาศสลัว เธอมีอาการหลอน หวาดกลัว ภาพศพปั้นเลือดท่วมอยู่ในกระสอบทำปากพะงาบๆ ถามว่าคุณหนูฆ่ากระผมทำไมขอรับ แวบขึ้นมาในหัว ดารกานั่งตัวสั่นงันงก ยกมือไหว้ปลกๆ
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ... ฉันไม่ได้จะฆ่านายปั้น.... ฉันจะฆ่านังร้อยดาว”
จงจิตจับที่บ่าดารกาจนดารกาสะดุ้งเฮือก เธอหวีดร้องและปิดตาเพราะนึกว่าผีปั้นมาตามทวงชีวิต
“กรี๊ดด !!!! ฉันกลัวแล้ว อย่าทำอะไรฉันเลย”
จงจิตตวาด “ยัยดา !!! นี่ฉันเอง”
ดารกาค่อยๆลดมือลงแล้วเหลือบมอง พอเห็นว่าเป็นจงจิตเธอก็ค่อยโล่งอกแต่ตัวยังสั่นอยู่
“คุณแม่ขา... หนูกลัว....”
ดารกายังพูดไม่ทันขาดคำ จงจิตก็สวนขึ้นมาทันที “แกเอาหัวนายปั้นไปไว้ที่ไหน !”
ดารกางงๆ เพราะจับต้นชนปลายไม่ถูก “หัว ? หัวนายปั้น ?”
“ก็ใช่น่ะสิ ! แกฆ่าพ่อแก แล้วตัดหัวเอาไปไว้ที่ไหน บอกมา นังลูกชั่ว”
จงจิตบีบแขนดารกาอย่างแรงเพราะเข้าใจผิดคิดว่าดารกาโหดเหี้ยมผิดมนุษย์
“หนูเปล่า.... หนูแค่เอามีดแทง ไม่ได้ตัดคอสักหน่อย”
จงจิตผลักดารกากระเด็น “โกหก !!! แกไม่ได้ทำ แล้วใครจะทำ”
“หนูไม่รู้.... กรี๊ด !!!”
“ไม่บอกใช่มั้ย ! แกอยากลองดีกับฉันใช่มั้ย นังลูกสารเลว !”จงจิตว่า
จงจิตเหลียวซ้ายแลขวา เธอเห็นไม้แขวนเสื้อก็หยิบขึ้นมาตีดารกาไม่ยั้ง ดารกากรีดร้องลั่น ผีเวียงแก้วที่แอบดูอยู่ในกระจกแสยะยิ้มสะใจ

เต็มเดือนพูดกับร้อยดาวอย่างคนปลงตกในชีวิต ในขณะที่ใบไม้แห้งร่วงหล่นลงมาที่พื้นหญ้า
“คนที่ฉันเคยรู้จักล้มหายตายจากทีละคนสองคนเป็นใบไม้ร่วง ลมหายใจคนเราช่างไม่จีรัง สักวันคนที่ถูกฆ่าตายอาจจะเป็นฉันก็ได้”
“พูดอะไรอย่างนั้นคะ คุณแม่จันทร์ฉายสอนดิฉันว่า คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ คุณเต็มเดือนเป็นคนดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมคุ้มครองรักษา ไม่มีใครทำอะไรคุณได้หรอกค่ะ” ร้อยดาวบอก
“ความตายมันวนเวียนอยู่รอบตัวเรานี่แหละ เราไม่อาจมั่นใจได้เลยว่า เมื่อไรที่ความตายจะย่างกรายเข้ามาหาเรา ยิ่งคนใกล้ตัวอย่างนายปั้นถูกฆ่าตาย ฉันเองก็อดใจหายไม่ได้”
“คุณเต็มเดือนคิดว่าใครเป็นคนร้ายที่ฆ่านายปั้นคะ ?” ร้อยดาวถาม
“หนูต้องสัญญานะจ๊ะ ว่าจะเก็บเรื่องที่ฉันเล่าให้ฟังเป็นความลับ” เต็มเดือนบอก
คำพูดของเต็มเดือนยิ่งทำให้ร้อยดาวยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่
“ค่ะ... ดิฉันสัญญาจะไม่บอกเรื่องนี้ให้ใครรู้เด็ดขาด”
“ฉันสงสัยว่าจงจิตจะเป็นคนฆ่านายปั้น”
“ทำไมคุณจงจิตถึงต้องฆ่าคนขับรถของตัวเองด้วยล่ะคะ ?”
“เท่าที่ฉันรู้ นายปั้นไม่ได้เป็นแค่คนขับรถเท่านั้น แต่ยังมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับจงจิตด้วย”
ร้อยดาวพูดเบาจนแทบกระซิบ “แบบ.. สามี ภรรยาน่ะหรือคะ ?”
“ใช่จ้ะ นายปั้นเป็นสามีลับๆของจงจิตอีกคน ดีไม่ดี ดารกาอาจไม่ใช่ลูกแท้ๆของคุณพี่ปกรณ์ แต่เป็นลูกติดท้องของนายปั้น พอเรื่องเกิดแดงขึ้นมา จงจิตเลยจำเป็นต้องฆ่าปิดปากนายปั้นเสีย เพื่อความลับจะได้ยังคงเป็นความลับต่อไป”

อ่านละคร เวียงร้อยดาว ตอนที่ 9/4 วันที่ 2 ก.พ. 57

ละคร เวียงร้อยดาว บทประพันธ์ : บินละเว
ละคร เวียงร้อยดาว บทโทรทัศน์ : สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละคร เวียงร้อยดาว กำกับการแสดง : สถาพร นาควิไลโรจน์
ละคร เวียงร้อยดาว แนวละคร : ดราม่า,ปริศนา,ลึกลับ
ละคร เวียงร้อยดาว ผลิต : บ. แอค-อาร์ต เจเนอเรชั่น จำกัด
ละคร เวียงร้อยดาว ดำเนินการสร้างโดย พงษ์พัฒน์ - ธัญญา วชิรบรรจง
ละคร เวียงร้อยดาว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และ วันอังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละคร เวียงร้อยดาว เริ่มออกอากาศตอนแรก วันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2557
ที่มา ไทยรัฐ






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น