อ่านละคร เวียงร้อยดาว ตอน 1 วันที่ 4 ม.ค. 57

อ่านละคร เวียงร้อยดาว ตอน 1 วันที่ 4 ม.ค. 57

อุบัติเหตุรถยนต์ครั้งร้ายแรง ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ทำให้ดิลกและจันทร์ฉายเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ส่วนเมดาลูกสาวต้องรับการผ่าตัดดวงตาอย่างเร่งด่วนเพราะมีเศษกระจกพุ่งเข้าตาเลือดไหลอาบทั้งสองข้าง ผลการผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดีแต่สิ่งที่ตามมาพร้อมดวงตาคู่ใหม่กลับทำให้เธอเห็นภาพประหลาด!

ร่างโปร่งบางในชุดขาวโพลนของหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏให้เห็นบ่อยครั้ง แต่เมื่อกะพริบตาภาพนั้นก็จะหายไปราวกับไม่เคยมีใครอยู่ตรงนั้น เมดาไม่สบายใจนัก แต่ไม่มีอารมณ์ตามหาความจริงเพราะกำลังโศกเศร้ากับการจากไปของพ่อแม่ เลยคิดเอาเองว่าคงเป็นผลข้างเคียงจากการผ่าตัด

เมดากลับไปเก็บข้าวของที่บ้านหลังจากนั้นสองสามวัน ภาพถ่ายคู่ของดิลกและจันทร์ฉายหน้าวัดไทยในจังหวัดอุตรดิตถ์พร้อมข้อความข้างใต้...ชีวิตคือการเดินทาง อยู่ไหนก็ไม่สุขใจเหมือนบ้านเรา...ทำให้เมดาตัดสินใจจะพาอัฐิของท่านทั้งสองกลับเมืองไทย แต่สิ่งที่ทำให้เธอสนใจมากที่สุดคือสมุดบันทึกเล่มหนาของพ่อที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ข้อความในสมุดบันทึกบอกเล่าเรื่องตั้งแต่ร้อยดาวพี่สาวของเธอซึ่งป่วยเป็นโรคหัวใจต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลเกิด เมดายิ้มน้อยๆ เมื่อนึกถึงคืนวันเก่าๆ แต่ต้องนิ่วหน้าเมื่ออ่านถึงประโยคหนึ่งของพ่อที่พูดถึงแม่


“จันทร์ฉายอยากลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นในบ้านบดินทร์ธร บางอย่างก็ควรปล่อยให้เป็นความลับตลอดไป”

คำว่าความลับทำให้เมดาสงสัยหนัก เกิดอะไรที่บ้านบดินทร์ธร...เธออ่านต่อจนกระทั่งเจออีกประโยคสำคัญ

“พี่ปกรณ์ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันกับจันทร์ฉายตั้งใจจะรักและเลี้ยงดูร้อยดาวให้ดีที่สุด...เหมือนลูกแท้ๆ ของตัวเอง”

เมดาอึ้งไปครู่ใหญ่ ปะติดปะต่อเรื่องราวแล้วตกใจมาก เมื่อรู้ว่าร้อยดาวไม่ใช่พี่สาวแท้ๆ แต่ที่น่าทึ่งกว่าคือหยดน้ำประหลาดหล่นลงที่หน้าสมุดบันทึกตรงคำว่าลูกแท้ๆ ทำให้รอยปากกาหมึกซึมกระจายเป็นดวง พร้อมการปรากฏตัวของร่างโปร่งใสในชุดขาวโพลนที่เธอเห็นมาตลอดตั้งแต่ผ่าตัดเปลี่ยนดวงตาในกระจกบานใหญ่กลางห้อง

เมื่อกะพริบตา ร่างโปร่งใสก็อันตรธานไป เมดาคิดว่าตัวเองตาฝาดจึงตัดสินใจเข้านอน แต่หลับไม่นานก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้สะอึกสะอื้น เมื่อลืมตาดูจึงเห็นร่างโปร่งบางนั้นอีกครั้งที่ปลายเตียง พร้อมเสียงเรียกชื่อ

ร้อยดาวให้กลับไปหาแม่ เมดาตั้งท่าจะถามแต่สะดุ้งตื่นเสียก่อน...เพียงเพื่อจะพบว่าทั้งหมดเป็นแค่ความฝัน

เมดาวิ่งไปเบิกตาดูในห้องน้ำเพื่อสำรวจหาความผิดปกติ เมื่อเธอยื่นหน้าเข้าใกล้กระจกและเพ่งในลูกตาจึงพบว่ามีร่างโปร่งบางในชุดขาวโพลนอยู่ในนั้น เมดาตกใจกะพริบตา...ภาพประหลาดนั้นก็หายวับไป!

ความฝันน่าสงสัยเมื่อคืนไม่ทันได้รับความกระจ่าง เมดาก็ได้รับปริศนาชิ้นถัดมาเมื่อได้รับจดหมายจ่าหน้าซองเป็นภาษาอังกฤษประทับตราจากเมืองไทยถึงร้อยดาว เมื่อเปิดอ่านจึงพบว่าเป็นจดหมายจากทวีป ยุติธาดา ทนายประจำตระกูลบดินทร์ธร เรียกตัวพี่สาวบุญธรรมของเธอไปฟังการเปิดพินัยกรรมของปกรณ์ บดินทร์ธร...

เรื่องราวมากมายหลังการผ่าตัดเปลี่ยนดวงตา รวมทั้งภารกิจสำคัญของร้อยดาวต้องไปฟังพินัยกรรมที่บ้านบดินทร์ธร ทำให้เมดาตัดสินใจกลับเมืองไทย โดยสวมรอยเป็นพี่สาวบุญธรรม เมื่อมาตรเพื่อนชายคนสนิททราบเรื่องจึงกล่อมไม่ให้ไปเพราะเป็นห่วง แต่เมดายืนกรานตามเดิมเพราะคิดว่าการเดินทางครั้งนี้น่าจะได้คำตอบบางอย่าง

“ตั้งแต่ผ่าตัดเปลี่ยนดวงตาก็มีเรื่องแปลกๆ เกิดกับฉัน...ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร”

“ยูใจเย็นๆ น่า บางทีอาจเป็นผลข้างเคียงจากการรักษาก็ได้”

“ฉันเองก็อยากจะเชื่ออย่างนั้นนะ แต่ถึงยังไงฉันก็ต้องกลับไป!”

ooooooo

ปรมัตถ์ หนุ่มหล่อหน้าตาสะอาดสะอ้าน...ลูกชายคนเดียวของทวีปทนายประจำตระกูลบดินทร์ธรเป็นคนมารับร้อยดาวที่สนามบินดอนเมืองในกรุงเทพฯ โดยเขียนป้ายชื่อร้อยดาวไปยืนรอหน้าประตูทางออกเมดาไม่ทันมองจึงเดินเลย แต่เมื่อนึกได้จึงถอยกลับไปแล้วแนะนำตัวง่ายๆ ว่าคือร้อยดาว บดินทร์ธร

ปรมัตถ์ลอบมองใบหน้าอ่อนใส ท่าทางเป็นกันเองของคุณหนูคนสุดท้องของบ้านบดินทร์ธรด้วยความรู้สึกทึ่งระคนเอ็นดู เมดาเริ่มหาข้อมูลด้วยการชวนปั้นคนขับรถจากบ้านบดินทร์ธรคุยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หมายมาดในใจจะหาเวลาซักถามภายหลังเมื่อได้ยินว่าเขาทำงานที่นั่นตั้งแต่หนุ่มๆ บรรยากาศดูจะครื้นเครงดีถ้าปรมัตถ์ไม่บอกว่าต้องนั่งรถอีกแปดชั่วโมงจะถึงบ้านบดินทร์ธร เมดานิ่วหน้า...ตายแน่ ต้องทรมานสังขารก้นแฉะไปอีกแปดชั่วโมง!

ปรมัตถ์ยิ้มอ่อนๆ เมื่อเห็นท่าทางพูดไม่ออกของร้อยดาว เขาจัดแจงพาเธอไปพักโรงแรมหรูในตัวเมืองกรุงเทพฯ เพื่อพักผ่อนก่อนเดินทางใหม่ในเช้าวันรุ่งขึ้น เมดาชื่นชมสภาพบ้านเมืองด้วยความตื่นเต้น แอบสงสัยว่าทางไปบ้านบดินทร์ธรจะสะดวกสบายแบบนี้หรือเปล่า ปรมัตถ์เดินไปส่งเธอถึงห้องพักพลางอธิบายเสียงอ่อนว่ารถไปถึงแน่นอน

“โล่งไปที...ฉันนึกว่าต้องขี่ช้างล่องแพ ผจญภัยเหมือนในหนังโฆษณาเที่ยวเมืองไทยเสียอีก”

ปรมัตถ์ขำท่าทางไม่ประสีประสาจนต้องกลั้นหัวเราะ เมดาอดยิ้มด้วยไม่ได้แล้วขอตัวพักผ่อน...ตกดึกคืนนั้นจึงหยิบสมุดบันทึกของพ่อมาอ่านต่อ ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อพ่อเขียนถึงคนคนหนึ่ง

“เวลาที่อังกฤษผ่านไปไวมาก ฉันอยากให้พี่เห็นร้อยดาวสักครั้ง เธอเป็นเด็กสาวน่ารัก ยิ่งโตยิ่งเหมือนเวียงแก้ว”

ทันใดนั้น...มีเสียงหญิงสาวกระซิบข้างหูว่าเวียงแก้วคือแม่ของเธอ เมดาสะดุ้ง แต่เมื่อกวาดตามองรอบ



ห้องแล้วไม่เห็นใครจึงตัดสินใจเข้านอนเพราะคิดว่าคงเพลียจากการเดินทางมากจนหูแว่ว ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าเมื่อเธอหลับไปแล้ว ร่างหญิงสาวโปร่งใสในชุดขาวโพลนปรากฏตัวให้เห็นในกระจกเงากลางห้องเหมือนต้องการสื่อสารบางอย่าง...

เมดาไม่ติดใจเสียงประหลาดเมื่อคืน เธอตื่นเช้ามาเก็บข้าวของ ลงไปทานอาหารเช้ากับปรมัตถ์และซักถามเรื่องญาติพี่น้องของดิลกเพราะเพิ่งอ่านเจอเมื่อคืนว่าพ่อแท้ๆ ของเธอเป็นน้องชายคนละพ่อกับปกรณ์ บดินทร์ธร

“พอคุณหนูอายุได้สองเดือน คุณดิลกกับคุณจันทร์ฉายก็รับคุณหนูไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมที่อังกฤษ...และไม่เคยกลับมาเมืองไทยอีกเลย คุณเวียงแก้วคือคุณแม่แท้ๆของคุณหนู เธอเป็นภรรยาอีกคนของคุณปกรณ์”

“อีกคน...หมายความว่าคุณเวียงแก้ว...เอ่อ...คุณแม่ฉันเป็นภรรยาคนที่สอง แล้วภรรยาคนแรกตายนานหรือยังคะ”

“ไม่มีภรรยาคนไหนเสียชีวิตทั้งนั้นครับ คุณปกรณ์มีภรรยาทั้งหมดสี่คน”

เมดาอ้าปากค้างไม่อยากเชื่อ สังคมตะวันตกที่เติบโตมาไม่นิยมการมีมากผัวมากเมีย ปรมัตถ์ยิ้มบางๆ เข้าใจดีว่าคงเป็นเรื่องรับได้ยากสำหรับหญิงสาวที่โตในเมืองนอกอย่างร้อยดาว เขาพาเธอขึ้นรถและถือโอกาสอธิบายเรื่องสมาชิกครอบครัวบดินทร์ธร เพราะเชื่อว่าเธอจะต้องทำความรู้จักคนอีกหลายคนเมื่อไปถึง

“ภรรยาของคุณปกรณ์มีคุณเต็มเดือน คุณจงจิตร คุณสร้อยฟ้า แล้วก็คุณแม่ของคุณหนู...คุณเวียงแก้ว”

“แม่เวียงแก้วของฉันเป็นภรรยาคนที่สี่เลยเหรอ”

“ครับ...แต่เป็นภรรยาที่คุณปกรณ์รักมากที่สุด น่าเสียดายที่...”

ปรมัตถ์หยุดเล่ากะทันหัน นึกได้ว่าไม่สมควรพูดเรื่องนี้ แต่เมดาไม่ยอมซักไซ้ด้วยความอยากรู้

“เสียดายอะไร...เกิดอะไรขึ้นกับแม่ฉัน แล้วคุณพ่อปกรณ์ล่ะ...เป็นอะไรตาย”

เมดารอคำตอบด้วยใจจดจ่อแต่ต้องผิดหวังเพราะปรมัตถ์ไม่ตอบแล้วเชิญเธอขึ้นรถ แถมนั่งเงียบตลอดทางไม่เปิดโอกาสให้ซักถาม...ผ่านไปหลายชั่วโมงจนเกือบถึงบ้านบดินทร์ธรอยู่แล้ว แต่เมดาเมารถทนไม่ไหว ร้องให้จอดและเปิดประตูไปอาเจียน ปรมัตถ์มาลูบหลังให้ด้วยความเป็นห่วง ต่างจากปั้นที่เหลือบมองจากกระจกหลังด้วยสายตาดูถูก

หม่อมราชวงศ์สิบทิศ เวฬุมาศ เห็นหญิงสาวแปลกหน้าโก่งคออาเจียนที่ข้างทางจึงสั่งให้คนขับจอดรถและคว้ากระเป๋ายาของตน ใช้เวลาไม่นานเขาจึงเดินถือสำลีชุบแอมโมเนียไปยื่นให้ เมดาลังเลเล็กน้อยก่อนรับมาดมด้วยสภาพอ่อนแรง ไม่กี่อึดใจเธอก็อาเจียนอีกครั้ง แต่คราวนี้พุ่งใส่ชายหนุ่มผู้มาใหม่จนเลอะไปหมด

ปรมัตถ์รีบขอโทษแทน สิบทิศจำได้ว่าเขาคือลูกชายทนายประจำตระกูลบดินทร์ธรเลยชักสีหน้าแล้วเดินไปขึ้นรถ เมดามองตาม สงสัยว่าชายหนุ่มแปลกหน้าคือใคร ปรมัตถ์รู้จักดีแต่ไม่อยากอธิบายให้มากความเลยเลือกนิ่งเสีย

ooooooo

เมดามาถึงประตูรั้วบ้านบดินทร์ธรในอีกเกือบชั่วโมงต่อมา สภาพบรรยากาศทะมึนครอบคลุมอาณาบริเวณจนหญิงสาวจากเมืองผู้ดีถึงกับต้องกลืนน้ำลาย ปั้นจงใจบีบแตรเสียงดังเพื่อปลุกบังหนั่น...แขกยามเฝ้าประตูที่มักงีบกลางวันให้วิ่งหน้าตื่นมาเปิดประตูรั้ว เมื่อเห็นหญิงสาวสวยแปลกหน้าจึงสอดส่ายสายตาด้วยความอยากรู้

เมดาส่งยิ้มหวานอย่างเป็นกันเอง มั่นใจว่าบังหนั่นจะเป็นอีกคนที่รู้เรื่องราวดีๆ ของบ้านบดินทร์ธร ปรมัตถ์แนะนำง่ายๆ ว่าเธอคือร้อยดาว บดินทร์ธร หลานสาวอีกคนของตระกูล ลูกสาวคนเดียวของเวียงแก้ว บังหนั่นหน้าซีดเผือด กุลีกุจอเปิดประตูให้รถแล่นผ่าน...สายลมเย็นพัดมาวูบหนึ่ง แขกยามขนลุกซู่...ลูกสาวคุณเวียงแก้วกลับมาแล้ว!

กว่ารถจะถึงตัวบ้านบดินทร์ธรก็ใช้เวลาอีกพักใหญ่ เมดาตื่นตาตื่นใจกับความกว้างใหญ่ไพศาล ปรมัตถ์เล่าว่าดำรง บดินทร์ธร พ่อของปกรณ์และดิลก หรือคุณปู่ของเธอมีที่ทางให้ชาวบ้านละแวกนั้นเช่าทำกินหลายร้อยไร่ แถมมีทรัพย์สินเป็นบ้านเช่าและตลาดสดในตัวเมืองอีกมากมาย เมดาทึ่งมาก ไม่คิดว่าตระกูลของพ่อจะรวยขนาดนี้

นมแสงหญิงชราคนเก่าแก่ของตระกูลบดินทร์ธรเป็นคนรอต้อนรับร้อยดาว พร้อมกระถินสาวใช้จอมสอดรู้สอดเห็นลิ่วล้อคนสำคัญของสร้อยฟ้า ภรรยาคนที่สามของปกรณ์ เมดาส่งยิ้มให้ทั้งสองอย่างเป็นกันเอง นมแสงถึงกับน้ำตารื้นด้วยความปลื้มใจที่คุณหนูคนเล็กได้กลับบ้านเกิด ต่างจากกระถินที่เบ้หน้า ตั้งป้อมไม่ชอบหน้าตั้งแต่แรกเห็น

เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น ปรมัตถ์จึงขอตัวกลับ เมดาเศร้าใจมากอยากให้เขาอยู่เป็นเพื่อนอีกสักพัก เขารับปากว่าจะกลับมาใหม่เร็วๆนี้ พลางหันไปพูดกับนมแสง

ถึงข้อความที่ทวีปพ่อของเขาฝากมารายงานดำรง

“ผมกับพ่อจะกลับมาในวันสองวันนี้แหละครับ คุณพ่อฝากบอกว่าธุระที่เคยคุยกัน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ท่านเอง”

เมดานิ่วหน้าไม่เข้าใจแต่คิดว่าคงไม่ใช่เรื่องของตนเลยปล่อยผ่าน ปรมัตถ์ขึ้นรถไปแล้ว หญิงสาวจากเมืองผู้ดีได้แต่มองตามด้วยท่าทางซึมๆ...หมดเวลาของเธอแล้วเมดา ต่อไปนี้ร้อยดาวจะได้ออกโรงตามหาความจริงเสียที!

เวลาเดียวกันที่ตำหนักม่วงของวังเวฬุมาศ...หม่อม ราชวงศ์น่านฟ้า น้องสาวคนเดียวของหม่อมราชวงศ์สิบทิศ กำลังใช้กล้องดูดาวส่องไปบริเวณหน้าตึกใหญ่ของบ้านบดินทร์ธร ใบหน้าสวยใสของหญิงสาวแปลกหน้า บวกกับข้อมูลจากช้อยต้นห้องคนสนิทที่สืบเสาะเรื่องบ้านโน้นมาเล่าว่าร้อยดาว บดินทร์ธรจะมาถึงวันนี้ทำให้พอปะติดปะต่อเรื่องได้ สิบทิศเข้ามาหาน้องสาวจากด้านหลัง เห็นท่าทางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยเอ็ดเสียงเข้ม


“พี่บอกตั้งกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าไม่ให้ยุ่งกับคนบ้านนั้น จำไม่ได้หรือไง ชอบทำตัวเป็นพวกถ้ำมองไปได้”

“ไม่จริง...พี่ชายอย่าปรักปรำสิ หญิงไม่ได้มีจิตอกุ- ศล ก็แค่อยากตามหาความจริงเรื่องคนในบ้านบดินทร์ธร”

“รู้แล้วยังไง...จะลากคอใครเข้าตะรางได้หรือก็เปล่า เลิกยุ่งกับพวกนั้นเสียที...นี่เป็นคำสั่ง”

“พี่ชายอคติ เพราะเรื่องอดีตของท่านพ่อถึงพาลโกรธ ไม่ยอมให้หญิงสุงสิงกับบ้านนั้น หญิงไม่คุยด้วยแล้ว”

น่านฟ้าสะบัดหน้าออกไปแล้ว ทิ้งสิบทิศให้มองตามด้วยสายตาอ่อนใจที่น้องสาวไม่รู้จักโตสักที

ooooooo

นมแสงพาเมดาไปพักผ่อนในห้องโถงกลางของครอบครัว หญิงชราเฝ้ามองคุณหนูคนเล็กของบ้านบดินทร์ธรด้วยแววตารักระคนเอ็นดู ใบหน้าสวยใสผุดผ่องแลดูไม่มีพิษมีภัย ทำให้คิดถึงเวียงแก้วอย่างช่วยไม่ได้

“สวยเหลือเกินแม่คุณ ไม่ผิดจากที่นมวาดภาพไว้สักนิด สวยคนละแบบกับคุณเวียงแก้ว จะเว้นแต่...”

สายตาของนมแสงเพ่งมองดวงตาของคุณหนูคนสวยแล้วเฉไฉเปลี่ยนเรื่องว่าเธอหน้าเหมือนดำรงอย่างกับแกะ หญิงสาวจากเมืองผู้ดีได้ยินชื่อดำรงหลายครั้ง จึงขอร้องให้นมแสงพาไปหาที่ห้อง

ดำรงนั่งหน้าบึ้งตึงบนเก้าอี้โยก ท่าทางไม่แยแสการมาถึงของหลานสาวคนเล็กเลยแม้แต่น้อย ดาหลาลูกสาวบุญธรรมและพยาบาลส่วนตัวของเขาส่งยิ้มให้ เมดาพยักหน้าน้อยๆ มองหน้าดำรงนิ่งแล้วทรุดตัวลงกราบที่เท้า ชายชรานิ่งไปอึดใจแล้วถามว่าใครสอนให้กราบ เมดาในคราบร้อยดาวตอบฉะฉานว่าแม่จันทร์ฉายเป็นคนสอน

“จันทร์ฉายไม่ใช่แม่ของหล่อน รู้หรือเปล่าว่าแม่แท้ๆ ที่เบ่งหล่อนออกมาคือใคร”

“เห็นปรมัตถ์บอกว่าคุณเวียงแก้วเป็นแม่”

“ไอ้ปรมัตถ์มันบอก แล้วเจ้าดิลกกับแม่จันทร์ฉายไม่เคยบอกหล่อนเลยหรือไง”

เมดาส่ายหน้าน้ำตาคลอ ความคิดถึงพ่อแม่จุกอกจนแทบกลั้นไม่ไหว ดำรงรำคาญเลยเอ็ดเสียงเข้มให้เข้ามาใกล้ๆ เมดาคลานเข้าหาตามคำสั่ง ดำรงใช้ไม้เท้าดันคางเธอเพื่อพินิจใบหน้า สายตาจับที่ดวงตาสุกใสนั้น

“หน้าตาเหมือนแม่หล่อนไม่มีผิด ออกไปได้แล้ว ฉันไม่ค่อยอยากเห็นหน้าคนที่แกพามาด้วยสักเท่าไหร่”

ดาหลากับนมแสงมองคุณหนูคนเล็กด้วยแววตาเห็นใจ ส่วนเมดางง ไม่เข้าใจว่าตัวเองพูดอะไรผิด เมื่อได้ออกนอกห้องจึงไม่รอช้า ถามนมแสงด้วยความอยากรู้ว่าตนพูดผิดตรงไหน หญิงชราส่ายหน้าอ่อนใจแล้วปลอบว่าไม่มี แต่เรื่องบางเรื่องต่อให้อยากรู้ก็ไม่ควรถามเพราะไม่เหมาะสม เมดาจะถามแต่ต้องชะงัก เมื่อเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของหญิงสาวอีกคนที่แง้มประตูห้องมาดู

นมแสงบอกว่าเธอคนนั้นคือดาราเรศลูกสาวของสร้อยฟ้า ภรรยาคนที่สามของปกรณ์ เมดาในคราบร้อยดาวขอร้องให้พาไปรู้จักเพราะอยากเก็บข้อมูล สร้อยฟ้าแสดงอาการดูถูกคุณหนูคนเล็กของบ้านบดินทร์ธรอย่างเห็นได้ชัด ทั้งให้คุกเข่าและประชดประชันต่างๆ นานา เมดายอมแบบไม่เต็มใจนักแต่ก็ทำให้สร้อยฟ้าสะใจมาก

“กลับมานี่ แกคงหวังได้มรดกคุณพี่ล่ะสิ ฝันไปเถอะ...แกนี่มันหน้าด้านหน้าทนเหมือนแม่แกไม่มีผิด เลือดอีขี้ข้าชั้นต่ำจากนังเวียงแก้วมันแรงดีจริงๆ”

เมดานิ่วหน้าแล้วย้อนถามเพราะไม่เคยรู้ว่าเวียงแก้วเคยเป็นสาวใช้ สร้อยฟ้าคิดว่าถูกลองของเลยเต้น

เป็นเจ้าเข้า ไล่ร้อยดาวออกจากห้อง ดาราเรศพลอยผสมโรงและปาข้าวของใส่ไม่ยั้ง นมแสงรีบพาคุณหนูคนเล็กออกจากห้อง เมดาได้แต่มองสองแม่ลูกด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมต้องโกรธมากขนาดนี้

นมแสงพาเดินไปตามโถงยาวในบ้าน พลางเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวของเวียงแก้วว่าเคยเป็นสาวใช้ที่นี่จริงก่อนจะเป็นภรรยาของปกรณ์ แต่ที่เมดาแปลกใจคือท่าทางกราดเกรี้ยวของสองแม่ลูกที่ทำท่าราวกับจะฆ่าเธอให้ตาย

“เธอเป็นของเธอแบบนี้ คุณดาราเรศก็เหมือนกัน ถอดพิมพ์เดียวกับแม่เธออย่างกับแกะ ใครอย่าได้ขัดใจเชียว แล้วเธอก็มีพี่ชายอีกคนด้วยค่ะ...คุณวีระวิทย์ เธออยู่ไม่ค่อยติดบ้านสักเท่าไหร่”

เมดาพยักหน้ารับ จังหวะเดียวกับที่ผ่านหน้าห้องจงจิตร ภรรยาคนที่สองของปกรณ์ จึงขอร้องให้นมแสงพาไปทักทายและทำความรู้จัก สภาพห้องหับที่ตกแต่งอย่างงดงามและหรูหรา ทำให้เมดานึกทึ่ง จงจิตรปราดมาดักหน้าแล้วด่าทอเสียๆ หายๆ ว่าร้อยดาวเป็นลูกเวียงแก้วกับชู้ เมดาของขึ้นและจะโต้ตอบ เลยถูกจงจิตรแหวกลับเสียงเขียว

อ่านละคร เวียงร้อยดาว ตอน 1 วันที่ 4 ม.ค. 57

ละคร เวียงร้อยดาว บทประพันธ์ : บินละเว
ละคร เวียงร้อยดาว บทโทรทัศน์ : สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละคร เวียงร้อยดาว กำกับการแสดง : สถาพร นาควิไลโรจน์
ละคร เวียงร้อยดาว แนวละคร : ดราม่า,ปริศนา,ลึกลับ
ละคร เวียงร้อยดาว ผลิต : บ. แอค-อาร์ต เจเนอเรชั่น จำกัด
ละคร เวียงร้อยดาว ดำเนินการสร้างโดย พงษ์พัฒน์ - ธัญญา วชิรบรรจง
ละคร เวียงร้อยดาว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และ วันอังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละคร เวียงร้อยดาว เริ่มออกอากาศตอนแรก วันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2557
ที่มา ไทยรัฐ






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น