อ่านละคร มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 2 วันที่ 3 พ.ค. 56


อ่านละคร มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 2 วันที่ 3 พ.ค. 56

สีหน้าบ่งบอกถึงความไม่สบายใจที่รู้ว่าเสาหลักของบ้านไตวายกะทันหัน ความ เครียดและกังวลใจเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน ทำให้สองแม่ลูกพูดจาถากถางรจนาไฉน บีบน้ำตาตัดพ้อ กอดกันกลมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ รจนาไฉนสะอึก คำพูดเหมือนทวงบุญคุณกลายๆทิ่มแทงใจแทบจุก ความรู้สึกผิดท่วมท้น

รจนาไฉนอาสาเฝ้านพรัตน์ นั่งมองด้วยความสงสารที่ต้องทรมานเพราะอาการเจ็บป่วย นพรัตน์เอื้อมมือไปลูบผมลูกสาวแผ่วเบา ขอโทษที่รักษาสัญญาจะปกป้องและดูแลต่อไปไม่ได้ รจนาไฉนน้ำตาคลอ สะเทือนใจที่พ่อต้องมีสภาพแบบนี้ คิดหนักเพื่อตัดสินใจบางอย่าง ลำเพากับโลมฤทัยแอบย่องเข้ามา ได้ยินเสียงสองพ่อลูกคุยกัน

“ไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไง จำไว้นะลูก พ่อยังรักหนูเหมือนเลือดเนื้อเชื้อไขของพ่อเอง”

“คุณพ่อเมตตาเพื่อนมาตลอด เพื่อนสัญญาว่าต่อไปนี้จะดูแลคุณพ่อให้ดี และทำทุกอย่างให้คุณพ่อมีความสุข”



รจนาไฉนตัดสินใจแน่วแน่ จนนพรัตน์ละอายใจ ต่างจากลำเพากับโลมฤทัย ดีใจที่ความต้องการจะเป็นจริง...

ขณะที่รจนาไฉนเสียสละเพื่อครอบครัว...ปวุฒิเปิดแคตตาล็อกงานแต่งดูด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข แม่ของเขาเดินมาเย้า ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่และเร่งให้ไปขอรจนาไฉน

ปวุฒิยิ้มเขินๆ โทร.หาแฟนสาวด้วยความคิดถึงแต่ไม่มีคนรับสาย

รจนาไฉนเห็นชื่อแฟนหนุ่มบนหน้าจอมือถือ นั่งนิ่งไม่ยอมรับ คิดหนักว่าจะบอกเขาอย่างไร ปวุฒิชักกังวล เลือกโทร.เข้าบ้าน โลมฤทัยเป็นคนรับ หงุดหงิดที่เขาไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย เดินไปยื่นโทรศัพท์ให้พี่สาว เปรยเสียงเยาะว่าคงต้องบอกความจริงกับปวุฒิ รจนาไฉนลำบากใจที่เขาถามเรื่องแต่งงาน

“ปวุฒิคะ...เพื่อนมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณ เรื่องการแต่งงานของเรา ค่ำนี้ออกมาพบเพื่อนได้ไหมคะ”

โลมฤทัยปักหลักไม่ยอมไปไหน ยิ้มสะใจที่เห็นพี่สาวนอกไส้ช้ำใจ

หลังวางสาย...รจนาไฉนเตรียมตัวไปเจอปวุฒิตามนัด มองหน้าตัวเองในกระจกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“การแต่งงานของเราจะไม่มีวันเกิดขึ้นค่ะ เพราะฉันไม่ใช่เจ้าหญิงแสนดีของเจ้าชายอย่างคุณอีกต่อไปแล้ว”

รจนาไฉนตัดใจหยิบเครื่องสำอางมาแต่งหน้า เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเปรี้ยวจี๊ดกว่าเคย บอกตัวเองหน้ากระจก

“ฉัน...รจนาไฉน กำลังจะแต่งงานกับคุณปัทม์ ปัทมกุล เจ้าของไร่ชาผู้ร่ำรวย!”

ooooooo

ปวุฒิมารอรจนาไฉนในผับ แปลกใจที่แฟนสาวนัดเจอในสถานที่อโคจรเช่นนี้ เขาก้มมองช่อกุหลาบในมือ ยิ้มน้อยๆเมื่อคิดถึงใบหน้าสวยใส ทันใดนั้น...เสียงฮือฮาดังรอบข้าง กลุ่มนักเที่ยวชี้ชวนกันดูหน้าประตู ปวุฒิหันมองบ้าง เห็นรจนาไฉนเดินมาด้วยมาดนางพญา เฉิดฉายในชุดเซ็กซี่ สวยแปลกตาจนหัวใจเขากระตุก

รจนาไฉนกลายเป็นเป้าสายตาคนทั้งผับ จังหวะเดียวกัน...ปัทม์เข้ามาจากอีกทาง เห็นหญิงสาวนั่งกับปวุฒิก็จำได้ ครุ่นคิดบางอย่างแล้วตามไปนั่งโต๊ะข้างๆแต่หันหลังให้

ปวุฒิอึกอัก อยากทักเรื่องแต่งตัว รจนาไฉนรู้ทัน เดาว่าเขาอาจไม่ชอบ นายตำรวจหนุ่มหน้าเจื่อน ละล่ำละลักปฏิเสธ บอกว่ารักเธอเสมอไม่ว่าแต่งแบบไหน แก้เก้อด้วยการส่งดอกไม้ให้ รจนาไฉนแกล้งทำหน้าเมื่อย

“แค่ช่อดอกกุหลาบเล็กๆเองหรือคะ เพื่อนนึกว่าจะได้แหวนเพชรเม็ดโตเสียอีก”

จบคำก็วางช่อดอกไม้บนโต๊ะ เรียกบริกรมาสั่งวิสกี้ดื่มย้อมใจ ปวุฒิอึ้งเพราะไม่เคยเห็นมาก่อน

“เป็นเพราะคุณยังไม่รู้จักเพื่อนดีพอมั้งคะ”

“ใครบอกครับ ผมรู้จักคนรักของผมดี เธอเป็นเจ้าหญิงแสนดีแสนสวย ไม่สิ...วันนี้เธอเป็นเจ้าหญิงเซ็กซี่ที่สุด”

“คุณยังไม่รู้ความจริงอีกข้อ ฉันเป็นแค่ลูกกำพร้าที่บ้านวิชนีขอมาเลี้ยง”

ปวุฒิสะดุ้ง เช่นเดียวกับปัทม์ ตะลึงกับความรู้ใหม่ จังหวะเดียวกัน...บริกรเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ รจนาไฉนคว้ามาดื่มรวดเดียวหมดแก้วแล้วสั่งเพิ่ม ปวุฒิอ้าปากค้าง เข้าใจว่าแฟนสาวกลุ้มใจ

“อย่าเสียใจเลยนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณยังมีผม ผมสัญญาแล้วว่าจะดูแลคุณอย่างดีที่สุด”

“เงินเดือนข้าราชการจะได้สักเท่าไหร่ คุณดูแลไม่ได้หรอก ยิ่งฉันไม่ใช่ลูกแท้ๆ เท่ากับฉันไม่มีอะไรเลย”

จบคำก็ถอดแหวนคืนและตั้งท่าลุกไป ปวุฒิรั้งไว้ รจนาไฉนสะบัดมือ พูดใส่หน้าเขาน้ำเสียงเยาะหยัน

“ฉันจะแต่งกับคนที่รวย สร้างความสุขสบายให้ได้ และฉันก็เจอผู้ชายคนนั้นแล้ว เขาชื่อปัทม์ ปัทมกุล เจ้าของไร่ชาใหญ่ที่สุดในเชียงราย มีเงินเป็นร้อยเป็นพันล้าน เราเลิกกันเถอะค่ะ”

ปัทม์กำแก้วในมือแน่น นึกดูถูกหญิงสาวที่ฉวยโอกาสใช้เขาเป็นบันไดสู่ความสบาย ปวุฒิไม่อยากเชื่อ คิดว่าโลมฤทัยต่างหากต้องแต่งงาน รจนาไฉนสวมบทบาทสาวแพศยาแนบเนียน บอกว่าแค่อ้อนนพรัตน์ก็ได้เปลี่ยนตัวเป็นเจ้าสาวแทน ปวุฒิยืนตัวชา พูดไม่ออก รจนาไฉนสบตาเขานิ่ง ปลอบประโลมเสียงเย็น

“ความรักมันกินไม่ได้หรอก ความรักของฉันขึ้นกับตัวเลขในบัญชีธนาคาร...ลาก่อนค่ะ”

ปวุฒิไม่ยอมเชื่อว่าแฟนสาวจะตีจาก รจนาไฉนตัดสินใจใช้ไม้แข็ง เดินตรงไปที่เวที

“เรามาเปิดประมูลกันดีกว่า ใครรวยที่สุด...ฉันจะไปสนุกด้วย”

บรรดาชายหนุ่มในผับยกมือให้วุ่น ชูเงินฟ่อนใหญ่ หวังซื้อหญิงสาวคนสวย ปัทม์นึกรังเกียจว่าที่คู่หมั้นที่ทำตัวแย่ ปวุฒิทนไม่ไหว โพล่งออกไปว่าจะหาให้เอง รจนาไฉนเหยียดยิ้ม กลับไปหาเขาที่โต๊ะ

“ฉันต้องการร้อยล้าน...วันนี้และเดี๋ยวนี้!”

“ผมจะพยายามหาให้ แต่ขอเวลาสักหน่อย แต่งงานกับผมเถอะนะ”

“น้ำหน้าอย่างคุณ ชาติหน้าคุณก็หาให้ฉันไม่ได้ ถ้าไม่มีเงินก็อย่ามาเสนอหน้า”

รจนาหยิบแหวนปาใส่หน้าแล้วผลุนผลันออกไป ปวุฒิหัวใจสลายแต่ไม่ถอดใจ ปัทม์มองตามหญิงสาวด้วยความเกลียดชัง ตัดสินใจตามไปดูสถานการณ์

ปวุฒิตามหารจนาไฉนทั่วบริเวณผับแต่ไม่เจอ ฝนเริ่มโปรยปรายหนักขึ้น รจนาไฉนยืนหลบที่มุมหนึ่ง เฝ้ามองด้วยความเสียใจ...ต่อไปนี้คงไม่มีเจ้าชายแสนดีอย่างปวุฒิ คอยพะเน้าพะนอเจ้าหญิงแสนสวยอย่างเธออีกแล้ว

ปัทม์ยืนมองสภาพตำรวจหนุ่มด้วยความเวทนา พูดกับตัวเองเสียงเบา

“ความรักไม่มีอยู่จริง ผู้หญิงทุกคนบูชาเงินเป็นพระเจ้า โดยเฉพาะผู้หญิงหิวเงินคนนั้น”

เสียงฟ้าร้องครืนๆ ฟ้าแลบสว่างทาบใบหน้าพ่อเลี้ยงหนุ่ม เขาแสยะยิ้ม พึมพำเสียงเคร่ง

“ฉันขอสัญญา ฉันจะเป็นพญามัจจุราชพาเธอลงห้วงนรกให้เร็วที่สุด!”

ooooooo

รจนาไฉนเริ่มสถานะใหม่ของตนเช้ารุ่งขึ้น ช่วยทำงานบ้านอย่างขมีขมัน สาวใช้พยายามห้ามแต่ไม่ได้ผล

“ต่อไปนี้ไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณหนู มีเพียงคุณพบคนเดียวที่เป็นคุณหนูบ้านนี้”

โลมฤทัยผ่านมาได้ยิน รับสมอ้าง “ใช่...ฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของวิชนี พี่เพื่อน...ขึ้นไปเก็บของในห้องพี่ด้วย”

รจนาไฉนไม่เข้าใจ โลมฤทัยเหยียดยิ้ม บอกว่าอยากได้ห้องพี่สาวมานานแล้ว ฉับพลันนั้น...ความคิดก็พากลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน โลมฤทัยต้องอับอายเพื่อนร่วมชั้นที่ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม เพราะนพรัตน์เอาเงินไปรักษารจนาไฉนที่ไม่สบาย ลำเพาเคืองสามีไม่น้อย ได้แต่เป่าหูลูกสาวคนเล็กให้เกลียดชังรจนาไฉนมากขึ้น โลมฤทัยดึงตัวเองออกจากความทรงจำในอดีต มองหน้าพี่สาวบุญธรรมที่เธอแสนชัง

“พี่คงไม่ว่าฉันใจร้ายหรอกนะ ฉันแค่ทวงสิทธิ์ชอบธรรม ในเมื่อฉันเป็นลูกแท้ๆของพ่อแม่ ฉันก็ควรได้ทุกอย่าง”

“ได้จ้ะ...พี่จะย้ายไปอยู่เรือนคนใช้”

“ก็รีบไปสิ...หวังว่าเมื่อฉันกลับมา ทุกอย่างจะเรียบร้อย”

รจนาไฉนน้อมรับชะตากรรม เหลือบเห็นลำเพามองมาด้วยสายตาเย็นชา รู้แน่ว่าแม่เลี้ยงได้ยินบทสนทนาของเธอกับน้องแต่ไม่พูดอะไร รจนาไฉนสะเทือนใจ หาโอกาสเปิดอกกับลำเพา

“คุณแม่คะ...เพื่อนยอมทำทุกอย่างเพื่อความสุขของคุณแม่และน้องพบ เพื่อนขออะไรจากคุณแม่บ้างได้ไหมคะ”

“นี่แกคิดจะลำเลิกบุญคุณเหรอ แค่ยอมแต่งงานแทนน้องมันลำบากมากหรือไง ถึงต้องมาทวงบุญคุณกับฉัน”

“เพื่อนแค่ขอความเมตตาจากคุณแม่ คุณแม่คะ... รักเพื่อนบ้างได้ไหมคะ”

รจนาไฉนรอคำตอบด้วยใจจดจ่อ ลำเพายังหมั่นไส้และรังเกียจลูกเลี้ยงเหมือนเดิม

“เลิกสำออยบีบน้ำตาสักที แกย้ายออกจากห้องได้แล้ว ฉันจะพยายามรักแกก็ได้ ถ้าแกทำตามคำสั่งฉัน”

รจนาไฉนดีใจ คิดว่าความดีจะทำให้แม่ใจอ่อน ไม่รู้เลยว่าลับหลังเธอ ลำเพาพึมพำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“ไม่มีวันที่ฉันจะรักแกหรอก...นังเด็กกำพร้า!”

ooooooo

รจนาไฉนเก็บของในห้องตามคำสั่งโลมฤทัย มองห้องนอนที่ใช้มาตลอดชีวิตด้วยสายตาอาวรณ์ เอื้อมมือไปจับผ้าม่าน บอกลารูปปราสาทที่ปักเองกับมือด้วยสีหน้าเศร้าหมอง

“ลาก่อนปราสาทแสนสวย ปราสาทแห่งนี้เหมาะสำหรับเจ้าหญิงเท่านั้น ไม่ใช่คนอย่างฉัน”

เสียงเคาะประตูดังขึ้น...สาวใช้เข้ามาบอกว่ามีแขกมาขอพบ หญิงสาวไม่แปลกใจ เมื่อเห็นปวุฒินั่งรอในห้องรับแขก เขารวบตัวเธอมากอดแน่น ยังไม่เชื่อว่าเธอจะเปลี่ยนใจ รจนาไฉนเกือบใจอ่อนแต่ต้องตัดใจไล่กลับบ้าน ทันใดนั้น...ปัทม์เข้ามาเงียบๆแต่ทักเสียงดังจนสองหนุ่มสาวตกใจ รจนาไฉนจำได้ว่าคือคนที่ช่วยนายตำรวจหนุ่ม ปวุฒิขอบคุณ แต่ไม่วายสงสัยที่เขาปรากฏตัวในบ้านวิชนี

“เพราะผมคือปัทม์ ปัทมกุล...ว่าที่สามีของลูกสาวบ้านวิชนี”

ปวุฒิตะลึง ส่วนรจนาไฉนพูดไม่ออก ไม่คิดว่าเขาจะเป็นว่าที่คู่หมั้น ปัทม์มองด้วยความสะใจ

“ผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อ จู่ๆก็มีผู้หญิงลนลานอยากเป็นเมียผมจนตัวสั่น ใช่ไหม...รจนาไฉน”

“พูดอะไร กรุณาให้เกียรติผู้หญิงด้วย” ปวุฒิปรามเสียงเข้ม

“เราควรให้เกียรติเฉพาะคนที่สมควรได้รับ ผู้หญิงคนนี้เลิกกับคุณเพราะเงิน เห็นเงินเป็นพระเจ้า”

จบคำก็รวบตัวรจนาไฉนมากอดและทำท่าจะจูบ หญิงสาวดิ้นรนขัดขืน เขาหัวเราะแล้วแขวะ

“หมดเวลาสร้างภาพแล้วน่า ยอมเถอะ เดี๋ยวจะจ่ายให้อย่างคาดไม่ถึงเลย ถ้าบริการดี...ฉันจะทิปพิเศษด้วย”

ปวุฒิทนไม่ไหว กระชากพ่อเลี้ยงหนุ่มออกจากหญิงสาว พร้อมปล่อยหมัดใส่หน้าโครมใหญ่

“มันไม่ให้เกียรติผู้หญิงที่ผมรัก ต่อให้เป็นผู้มีพระคุณผมก็ต่อยได้ ขอโทษคุณเพื่อนเดี๋ยวนี้!”

ปัทม์เงยหน้าทั้งเลือดกบปาก แสยะยิ้มและดึงตัวรจนาไฉนมากอดจูบท้าทาย ปวุฒิถลาเข้าไปเอาเรื่อง รจนาไฉนเห็นท่าไม่ดี ตัดสินใจเล่นละครเป็นหญิงแพศยาอีกครั้ง ตบหน้านายตำรวจหนุ่มอย่างแรง

“เลิกเพ้อเจ้อซะที กลับไปซะ ต่อไปนี้คุณปัทม์คือเจ้าชายของฉัน...ไม่ใช่คุณ”

น้ำเสียงหญิงสาวจริงจัง ขัดกับแววตาที่ดูหวั่นไหว ถลันไปดูปัทม์ แกล้งโอ๋ให้ปวุฒิตัดใจ ปวุฒิเจ็บเจียนตาย หมุนตัวเดินจากไปด้วยใจปวดร้าว รจนาไฉนรอจนอดีตแฟนหนุ่มลับร่าง ผละออกจากว่าที่คู่หมั้นอย่างไม่ไยดี ปัทม์ตามติด แกล้งทำเสียงล้อเลียนนายตำรวจหนุ่ม ชะงักเมื่อเห็นน้ำตาเธอ สะบัดหน้าเรียกสติแล้วค่อนแคะ
“คราวนี้จะมารยาอะไรอีก หรือว่าจะเรียกคะแนนความสงสาร”

“ฉันจะทำอย่างนั้นทำไม โดยเฉพาะจากคนอย่างคุณ”

“อ้าว...เธออาจจะอยากให้ปลอบใจ เมื่อกี้ก็ต้องเล่นละครให้คนรักยอมตัดใจ ทั้งที่ไม่อยาก”

รจนาไฉนโกรธจัด บอกว่าไม่มีวันใช้มารยาสาไถยกับผู้ชายอย่างปัทม์ จบคำก็สะบัดหน้าออกไป แต่สะดุดขาตัวเองล้มลง ปัทม์หัวเราะเยาะ ตั้งท่าจะประคอง รจนาไฉนขืนตัวและทุบตีเขาอย่างบ้าคลั่ง ปัทม์จับมือเธอไว้

“เธอนี่มันปั่นหัวผู้ชายเก่งจริงๆ ไล่ยังไงฉันก็ไม่ไปหรอก ช่วยใส่ยาให้ว่าที่สามีหน่อยสิ”

ปัทม์ยิ้มยั่ว รจนาไฉนผลักอกเขาอย่างแรง พ่อเลี้ยงหนุ่มเหลืออด

“แน่ใจแล้วเหรอที่ไล่ฉันน่ะ เวลานี้ฉันเป็นคนสำคัญที่สุดสำหรับคนในตระกูลวิชนีนะ”

รจนาไฉนอึ้งเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าเขาจะมาไม้ไหน...

คำตอบมาถึงไม่นานจากนั้น...ลำเพาต้อนรับขับสู้ปัทม์อย่างดี เพราะคิดว่าเขามาเจรจาเรื่องแต่งงานและเงินสินสอด ปัทม์มองว่าที่แม่ยายอย่างดูถูก พูดจาเหน็บแนมจนทุกคนผงะ รจนาไฉนมองด้วยสายตารังเกียจ แขวะกลับหลายประโยคแต่โดนเขาเอาคืนทุกครั้ง

ปัทม์ถามถึงโลมฤทัย ลำเพาชักนั่งไม่ติด กลัวความลับแตกว่ารจนาไฉนไม่ใช่ลูกแท้ๆ นพรัตน์นั่งฟังอยู่นาน บอกว่าลูกสาวคนเล็กออกไปข้างนอก ปัทม์พยักหน้ารับกวนๆ

“ช่างเขาเถอะครับ เพราะผมไม่ได้แต่งกับคุณโลมฤทัยใช่ไหมครับ”

“คุณปัทม์แต่งงานกับลูกสาวคนโตของอา...รจนาไฉน คุณปัทม์มาคุยเรื่องแต่งงาน คุณเปรมไม่มาด้วยล่ะคะ”

ลำเพาถามยิ้มๆ ปัทม์ยืนยันคุยเองเพราะเป็นคนแต่ง ประกาศลั่นให้จัดงานวันรุ่งขึ้น ลำเพากับนพรัตน์ไม่พอใจที่เขาไม่ให้เกียรติ ส่วนรจนาไฉนหน้าเสีย นึกเกลียดว่าที่เจ้าบ่าวในความเผด็จการ...อย่าให้ถึงทีเธอบ้างแล้วกัน!

อ่านละคร มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 2 วันที่ 3 พ.ค. 56

ละครเรื่อง มัจจุราชสีน้ำผึ้ง บทประพันธ์โดย อุปถัมภ์ กองแก้ว
ละครเรื่อง มัจจุราชสีน้ำผึ้ง บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ และภูมิภักดิ์
ละครเรื่อง มัจจุราชสีน้ำผึ้ง กำกับการแสดง ภวัต พนังคศิริ
ละครเรื่อง มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ละครแนว โรแมนติก - ดราม่า
ละครเรื่อง มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ผลิตโดย : บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละคร มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ออกอากาศทุกวันจันทร์ และอังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ออกอากาศตอนแรกวันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม ต่อจาก ละครแผนร้ายพ่ายรัก
ที่มา ไทยรัฐ






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น