อ่านละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร ตอนที่ 3/4 วันที่ 28 เม.ย. 56


อ่านละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร ตอนที่ 3/4 วันที่ 28 เม.ย. 56

มารตีในชุดไปรเวทยืนยิ้มอย่างสดใสด้วยความรู้สึกมีชัย พุฒิภัทรเดินออกจากลิฟท์มาอย่างอึ้งๆ
มารตีเดินเข้ามาหาแล้วยิ้มพร้อมกับยกนาฬิกาอวด "จะบ่าย1แล้ว พี่ชายภัทรผ่าตัดเสร็จ มารตีก็ออกเวรเหมือนกันค่ะ..ว่างแล้ว..ออกไปทานข้าวข้างนอกกันดีกว่า..นะคะ"
"พี่ไม่..”

พูดยังไม่ทันขาดคำพุฒิภัทรก็ต้องสะอึกเพราะเห็นหม่อมเอียดเดินเข้ามา พร้อมสมศรีที่ถือของใช้ส่วนตัวประดุจนางข้าหลวงหิ้วหีบหมากตามติดมาด้วย
"ไม่ว่างหรือ ชายภัทร ย่าอุตส่าห์จะมาชวน..ไปกินข้าวร้านเพื่อนป้า..เป็นร้านริมแม่น้ำ..ใกล้ๆโรงพยาบาลนี่เอง แวะออกไปกับป้านิดเดียว คงไม่เป็นปัญหามากนักกระมังหลาน..” หม่อมเอียดบอก



มารตีเข้าไปกอดหม่อมเอียดแล้วมองหน้าพุฒิภัทรอย่างสมใจ ว่าพุฒิภัทรต้องไม่กล้าขัด
"เอ่อ..แต่ว่า..บ่ายสองชายมีประชุม..ไม่สมควรจะออกไปข้างนอก..หม่อมย่าจะสะดวกไหมครับ..ถ้า..เราจะต้องรับประทานข้าวในโรงอาหารที่นี่"
"อุ๊ยตาย..จะให้หม่อมย่ารับประทานในโรงอาหารของโรงพยาบาลนี่น่ะ..” มารตีว่า
"ได้สิ ชายภัทร เธอลืมแล้วหรือ ว่าย่าเองก็เคยเป็นนางพยาบาลมาก่อน เมื่อสาวๆ ก็รับประทานข้าวในโรงอาหารเหมือนมารตีและนางพยาบาลทุกๆคนนี่แหละ ย่ากับหนูมารตีเนี่ย หัวอกเดียวกันเปี๊ยบเลยจ้ะ"
มารตีอึ้งและผิดหวังแต่ก็รีบยิ้มเอาใจเมื่อหม่อมย่ามองมา
"ถ้าหม่อมย่าจะไม่ลำบากจนเกินไป..ก็เชิญครับ" พุฒิภัทรบอก
"อุ๊ย ลำบากลำบนอะไรกัน มาหาว่าย่าแก่จนนั่งม้านั่งไม้ไม่ไหวแล้วหรือไงจ๊ะ" เอียดกอดแขนพุฒิภัทรแล้วเดินไป
มารตีรีบชิ่งมาอีกข้างของหม่อมเอียดโดยดันสมศรีออกไป สมศรีมองมารตีงงๆ มารตีรีบช่วยประคองแขนหม่อมเอียดอีกข้างอย่างสนิทสนม
เพียงพร ยศวินและนางพยาบาลอื่นๆ ยืนบรี๊ฟงาน กางแฟ้ม ถามตอบกันอยู่ด้านนึงอย่างจริงจัง นางพยาบาลคนหนึ่งกำลังนั่งคุกเข่าลงกับพื้น เพื่อใส่รองเท้าให้คนไข้อายุมากคนหนึ่งที่นั่งรถเข็นและรองเท้าหลุดออกมา
เสียงหัวเราะใสกิ๊งและดังเกินจริง เพื่อเรียกร้องความสนใจของมารตีดังขึ้น จนพวกพยาบาลที่กำลังทำงานหนักและจริงจังต่างก็หันไปมอง
พุฒิภัทร หม่อมเอียด และมารตีเดินเรียงหน้ากระดานมาด้วยกันในลักษณะดูสนิทสนมเป็นพิเศษแต่พุฒิภัทรมองไปด้านหนึ่งอย่างเซ็งๆ เพราะหม่อมเอียดล็อกแขนข้างหนึ่งของเขาไว้แน่นจนปลดไม่ได้ และอีกข้าง หม่อมเอียดก็ควงแขนมารตีอย่างเปิดเผย แถมคุยกับมารตีแล้วหัวเราะกันไปมา
"อุ๊ย..พวกเราเป็นทีมสามหม่อมกันนะคะ หม่อมย่า คือหม่อมราชวงศ์ พุฒิภัทร หม่อมเอียด..แล้วก็หนู..หม่อมหลวงมารตีไงคะ ตล้ก ตลกนะคะ"
หม่อมเอียดหัวเราะชอบใจ ส่วนพุฒิภัทรเครียด สมศรีแอบทำหน้าแหม่งๆ
ทั้งสามเดินผ่านไป พวกนางพยาบาลต่างหันมาสบตากันอย่างเสียดาย
"ถ้าสองคนนี้ต้องแต่งงานกันจริงๆ ฉันเสียดายคุณชายหมอแย่เลย..” พยาบาลคนหนึ่งพูด
"เขาพยายามจริงๆ แบบนี้ อาจารย์คงไม่รอด" ยศวินสรุป
"อะไรนะคะ" เพียงพรถาม
"เปล่าๆ ผมไม่พูดเรื่องคนอื่น" ยศวินบอก

ทุกคนระอามารตีไปตามๆ กัน
ไม่นานต่อมา สมศรีและคนขายกับข้าว 3 คนช่วยกันยกอาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะ ซึ่งเป็นกับข้าว 5 อย่าง และข้าวสามจาน น้ำแข็งเปล่าสามแก้ว ผลไม้ 1 จาน ขนมกะทิไทยๆ สามถ้วย

แม้คนในโรงอาหารมีไม่มากนัก แต่ทุกคนก็หันมามองทั้งสามอย่างแปลกใจ
พุฒิภัทรเอาผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อเพราะรู้สึกอายคนเล็กน้อย มารตีจัดแจงเอาทิชชู่มาเช็ดช้อนให้ทุกคนก่อนจะจัดวางนั่นนี่ มารตีเลื่อนน้ำและทำทุกอย่างเอาใจหม่อมเอียดจนโอเว่อร์
"ดูสิ หนูมารตีนี่ก็น่ารักจริงๆ ช่างปรนนิบัติ สวยก็สวย อ่อนหวานก็อ่อนหวาน แบบนี้ต้องเป็นนางพยาบาลที่ดีแน่ๆ คนไข้คงติดกันเกรียวเลยสินะ”
"แหม..ก็ส่วนใหญ่ พวกที่ติดมารตี ก็เป็นคนแก่ กับเด็กๆน่ะค่ะ" มารตีบอก
"อุ๊ย..เหมือนย่าเลย..ตอนย่าเป็นพยาบาล มีแต่คนแก่กับเด็กๆมารัก แต่หนุ่มๆกลับย่า เพราะย่าดุ ใครมาทำตุกติกนะ..โดนดีแน่ๆ"
มารตีหัวเราะคิกคัก "แหม..สงสัยหนุ่มๆจะมาตุกติกกันเยอะเสียด้วยสิคะ เพราะหม่อมย่าสวยมาก”
หม่อมเอียดยิ้มแก้มแทบแตก "บ้าจัง..หนูมารตีเนี่ย..ย่าเขินนะ อุ๊ย คุยกะหนูมารตีสนุ้กสนุกนะ ชายภัทรเอ๊ะ แต่ทำไมชายภัทรเงียบจัง ดูใจลอยๆ คิดถึงอะไรอยู่หรือหลาน"
พุฒิภัทร กลืนอาหารให้เรียบร้อยแล้วเอาผ้าซับปากก่อนตอบ "อ๋อ..เปล่าครับ ผมหิว..เลยตั้งหน้าตั้งตารับประทานไปหน่อย"
หม่อมเอียดสบตามารตีแล้วยิ้มก่อนจะหันไปหาสมศรี "อ้อ นึกขึ้นมาได้ สมศรี ขอซองในกระเป๋าชั้นสิ"
"ซองผ้าป่าหรือคะ" สมศรีถาม
"บ้า..ผ้าป่านั่นเค้าให้ชั้นมาย่ะ ซองสีชมพูเล็กๆ แข็งๆ น่ะ"
สมศรีส่งซองให้
"อ่ะ" หม่อมเอียดเปิดซองออกมาเป็นบัตรวีไอพีสำหรับดูหนังที่โรงเฉลิมกรุง "บัตรเชิญ ดูภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ สองใบ พรุ่งนี้บ่าย ย่าไปไม่ได้ ชายภัทรพาหนูมารตีไปดูแทนที"
พุทธิภัทรที่กำลังดื่มน้ำอยู่แทบพ่นน้ำออกมา เขาต้องรวบรวมสติแล้วกลืนลงไปก่อนจะเอาผ้ามาซับ
มารตีถือวิสาสะดึงบัตรไปจากมือหม่อมเอียด "ขออนุญาตนะคะ หม่อมย่า..เรื่องอะไรคะ..อุ๊ย..เรื่องแม่นาคพระโขนง..ของรังสี ทัศนพยัคฆ์ แสดงโดย ปรียา รุ่งเรือง สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์..ไม่อยากจะเชื่อเลยค่ะ มารตีกำลังอยากดูหนังเรื่องนี้พอดี แต่ไม่ทราบจะชวนใคร พี่ๆน้องๆเขาก็กลัวผีกันหมด"
"งั้นหรือ บังเอิญจริง...ชายภัทร พรุ่งนี้หลานไม่ได้อยู่เวรตอนบ่ายนี่ ย่าโทถามเขาแล้ว พามารตีไปดูให้ได้นะ เข้าใจไหม" หม่อมเอียดถาม
พุทธิภัทรก้มหน้า "ครับ..ได้ครับ"
มารตียิ้ม "พี่ชายภัทรเอาบัตรไปเก็บไว้เองนะคะ มารตีกลัวทำหาย แต่อยู่กะพี่ชายภัทร ไม่หายแน่ๆ เพราะพี่ชายภัทรเป็นคนมีความรับผิดชอบสูง..มารตีรู้.." มารตีส่งบัตรให้พุฒิภัทร
พุฒิภัทรยิ้มขรึมๆ แล้วรับบัตรไปใส่ในกระเป๋าเสื้อ หม่อมเอียดมองพุฒิภัทรแล้วก็ขำๆ รู้สึกเอ็นดูและหวังดี

ณ วังจุฑาเทพยามค่ำคืน พุฒิภัทรในชุดนอนลายขวางกำลังนั่งเล่นเปียโนเพลงจังหวะสับสนอยู่ ธราธรที่อยู่ในชุดนอนแบบเดียวกันโผล่หน้ามาดู แล้วยืนมองอยู่ริมประตูแบบขำๆ
"นอนไม่หลับหรือ ชายภัทร" ธราธรถาม
พุฒิภัทรหยุดเล่นแล้วนั่งนิ่งๆ สักพักนึงก่อนจะหันมาทำหน้าเนือยๆ
"พี่ชายใหญ่หนวกหูหรือครับ ขอประทานโทษ"
พูดจบพุฒิภัทรก็เดินไปที่เคาน์เตอร์แล้วหยิบกระป่องชาคาโมไมล์ก่อนจะเดินไปเปิดกระติกน้ำร้อน ธราธรมองตามทุกฝีก้าว "ดื่มชาคาโมไมล์..แปลว่า..ประสาทเสีย จนอยากจะสงบสติอารมณ์" ธราธรหัวเราะเบาๆ "นานๆจะเห็นชายภัทรคิดอะไรไม่ตกเสียที..มีอะไรจะให้พี่ช่วยไหม"
"พรุ่งนี้..หม่อมย่าให้ผมพาน้องมารตีไปดูหนัง" พุฒิภัทรบอก
ธราธรหัวเราะก๊าก "ว่าแล้วเชียว..คุณโอ๋เพื่อนพี่ที่เป็นบก.หนังสือเดลิเมล์วันจันทร์โทมาเล่าว่าคุณย่าโทมาขอบัตรรอบปฐมทัศน์หนังผีจากเค้า เค้ายังแปลกใจ ว่าทำไมคุณย่าอยากดูหนัง ปกติ ท่านจะดูแต่ละครกรมศิลป์ เรื่องไหนอาจารย์เสรี หวังในธรรมเล่นเป็นพระเอก เพื่อนพี่คนนี้จะคอยส่งตั๋วมาให้ท่านเสมอเป็นอันรู้กัน"
พุฒิภัทรชงชาเสร็จก็ถอนใจยาว "ผมเพิ่งเข้าใจ..ว่าพี่ชายใหญ่ กับพี่ชายรุจน์รู้สึกยังไง..ตอนนั้น..”
"ใจเย็นๆ หม่อมย่าท่านเป็นคนมีเหตุผล แม้ท่านจะเข้มงวด แต่ก็ไม่เคยบังคับจิตใจ"
"แต่ครอบครัวเรามีสัญญากับครอบครัวเทวพรหม..ตอนนี้พี่ชายใหญ่กับพี่ชายรุจน์มีคู่กันไปแล้ว..ก็เหลือแต่ผม..กับน้องอีกสองคน" ธราธรนั่งลงกุมถ้วยชาด้วยสีหน้าหมอง
"ชายภัทรไม่ได้รักชอบน้องมารตี..” ธราธรถาม
"ไม่เลยครับ ไม่ซักนิด" พุฒิภัทรตอบ
"หรือว่า..ชายภัทรมีคนที่ชอบอยู่แล้ว" ธราธรมองเพื่ออ่านใจ
พุฒิภัทร ปฏิเสธเสียงหลง "เปล่าครับ ผมไม่มี!!”
ธราธรยิ้มขำ "ไม่มีแน่หรือ..”
พุฒิภัทร หน้าแดงและร้อนตัว "ผมรู้แล้ว ชายพีร์ต้องเป็นคนมาปล่อยข่าวแน่ๆ ไม่จริงนะครับ ผมไม่ได้มีอะไรกับคุณกรองแก้ว..ผมแค่เย็บแผลให้เค้าเฉยๆ ความสัมพันธ์ของเราก็คือ..แค่แพทย์ กับคนไข้ เดี๋ยวพรุ่งนี้เธอหาย เธอก็..กลับบ้านไปแล้ว คือ..เธอมีปัญหาอะไรไม่ทราบครับ พี่ชายใหญ่ เธอแกล้งตกเวที แกล้งตกเตียง แกล้งทำรถเข็นล้ม เพื่อจะได้ไม่ต้องกลับบ้าน"
"ได้ข่าวว่า..ท่านพินิจก็รอรวบตัวเธอเข้าวิมานอยู่ไม่ใช่หรือ" ธราธรถาม
พุฒิภัทร หน้าตาสว่างขึ้นทันที "อ๋อ หรือว่า จะเป็นเพราะเหตุนี้ ที่ทำให้เธออยากจะนอนโรงพยาบาลให้นานที่สุด เพื่อหนี..จากการไปเป็นอนุท่านพินิจนี่เอง แต่ทำไมผมถามเท่าไหร่ๆก็ไม่ตอบ"
"เพราะเธอไม่แน่ใจละมั้ง..ว่าถ้าบอกไปแล้ว..คนที่โรงพยาบาล..จะเป็นพวกเดียวกับท่านพินิจหรือเปล่า เกิดมีใครแพร่งพรายออกไป อาจจะทำให้เธอเป็นอันตรายมากขึ้นก็ได้"
พุฒิภัทร ร่าเริงขึ้นทันที "นั่นสิครับ จริงๆด้วย ทำไมผมคิดไม่ได้นะ ขอบคุณนะครับ ที่พี่ชายใหญ่ทำให้ผมตาสว่าง"
"ถ้าน้องมั่นใจว่าเป็นคนนี้ ก็อย่าให้หลุดมือไปเด็ดขาดนะ ชายภัทร"
พุฒิภัทร โวยวาย "เปล่านะครับ พี่ชายใหญ่ ผม..ไม่.. เอ้อ..คือ เค้าเป็นนางงาม!”
"แล้วไง..ถ้าหากเราแน่ใจว่าเค้าคือนางในฝันของเรา เราก็ควรจะเดินหน้าตามหัวใจตัวเองสิ นายเป็นคนมีเหตผลมาก ก็เก็บเอาไว้ใช้ทำงานเถอะ เรื่องของความรักน่ะ ฟังเสียงหัวใจอย่างเดียวก็พอ"
"ดึกมากแล้ว..ผม..ผมไปนอนดีกว่า" พุทธิภัทรวางชาแล้วเดินหนีไป
ทันทีที่พุฒิภัทรเดินพ้นไป รณพีร์ ปวรรุจ และรัชชานนท์ที่แอบฟังอยู่ก็โผล่มาแล้วหัวเราะขำกันไม่ยั้ง
รณพีร์ทำท่าทำเสียงล้อเลียนพุฒิภัทร "ผมไม่ ผมเปล่า..ผมไม่มีอะไร..ฮะๆๆ นี่หรือ คนไม่มีอะไร...ว่าอย่างไรครับ พี่ๆ ผมชนะพนันแน่ คราวนี้"
"พวกเราแพ้ก็ไม่เป็นไร ถ้าชายภัทรจะรักใครซักคนเข้าจริงๆ มันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ" ปวรรุจบอก
"พ่อฤาษีของเราออกจากเข้าฌานซะที" รัชชานนท์แซว "โอ้โห..พูดท่านั้นท่านี้ ที่แท้ ในใจก็มีแต่เรื่องของนางสาวศรีสยามอยู่คนเดียวนี่แหละ พี่ชายใหญ่สะกิดนิดเดียว พี่แกร้อนตัว หลุดออกมาเป็นชุดใหญ่ๆเลย"
"เอ้อ ช่างเป็นไปได้นะคนเรา เหลือเชื่อจริงๆ ใครจะคิด ว่าคนอย่างชายภัทร..จะรักผู้หญิงที่เป็นนางงามจริงๆ ด้วย" ธราธรบอก

ทั้ง 4 คุณชายฮาไม่เลิก
พุ่มดอกไม้ตรงริมทางเดินในโรงพยาบาล ยังมีน้ำค้างเกาะแวววาวสดใสสะท้อนแดดยามเช้า ส่วนในห้องพักผู้ป่วย กรองแก้วนอนลืมตาโพลงอยู่บนเตียง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวล และคิดหนัก ระหว่างที่เพียงพรเข็นรถเข็นเข้ามาในห้อง

“ตื่นแล้วเหรอคะ” เพียงพรเข้ามาตรวจดูน้ำเกลือ “เป็นยังไงบ้าง ยังรู้สึกเจ็บแผลหรือเปล่า” เพียงพรถาม กรองแก้วนิ่งไม่ตอบ “ดิฉันขอดูแผลหน่อยนะ”
กรองแก้วชักขาหลบ “คุณชายหมอล่ะคะ”
“วันนี้ท่านไม่มีเวรค่ะ ถ้าไม่มีเหตุฉุกเฉินอะไรก็คงจะไม่เข้ามา แต่ท่านสั่งไว้นะคะ ว่าถ้าคุณกรองแก้วอาการดีแล้ว ไม่เจ็บแผลอะไร ก็รอให้น้ำเกลือหมดแล้วกลับบ้านได้”
“แต่…แต่ชั้นยังเจ็บอยู่เลย”
เพียงพรขมวดคิ้วแล้วมองกรองแก้วเหมือนรู้ทัน “แหน่ะ”
“เจ็บจริงๆ นะ..โอ๊ย..อูย...สงสัยแผลต้องติดเชื้อแน่ๆ แล้ววันนี้คุณชายหมอก็ไม่มา งั้นชั้นจะต้องค้างที่นี่อีกคืน รอให้คุณชายหมอมาดูแผลพรุ่งนี้ โอ๊ยๆๆๆ” กรองแก้วโอดโอย
“คุณกรองแก้ว”
“อย่ามาแตะต้องชั้น ออกไป!!”
เพียงพรหนักใจ “คุณแก้วคะ..วันนี้โรงพยาบาลมีสัมมนาหมอและพยาบาลนะคะ อาจจะไม่มีใครมาอยู่ดูแลคุณได้ตลอดเหมือนทุกวัน”
“ชั้นเจ็บแผลจริงๆ..ปวดมากๆ..โอ๊ยๆๆๆ!!”
เพียงพรหนักใจ “ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะเอายาแก้ปวดมาให้”
เพียงพรเดินออกไป
ทันทีที่เพียงพรเดินออกไป กรองแก้วก็หยุดแหกปาก แล้วกลับมากลัดกลุ้มเพราะไม่รู้จะถ่วงเวลาต่อไปยังไงดี
“เราจะถ่วงเวลาไปได้อีกนานแค่ไหนเนี่ย พ่อจ๋าๆๆๆ ทำยังไงดีๆ”
กรองแก้วแสร้งแหกปากต่อไป “โอ๊ยๆๆ”

พวกพยาบาลคนอื่นๆ ทำงานอยู่ที่วอร์ด บ้างก็ทำงานเอกสาร บ้างก็กำลังยกยาไปให้คนไข้คนอื่นๆ แต่ทุกคนต่างชะงักเพราะได้ยินเสียงกรองแก้วแหกปากออกมา ทุกคนมองหน้ากันอย่างละเหี่ยใจเพราะรู้กันว่านางงามคนไข้คนนี้แผลงฤทธิ์อีกแล้ว
ยศวินเดินมา พยาบาลที่วอร์ด3คนกำลังเม้าท์กัน
“แผลก็แค่นั้น ร้องซะยังกับถูกระเบิด” พยาบาลคนหนึ่งบอก
“ผมว่าเธอจงใจหาเรื่องนอนโรงพยาบาล เพราะเหตุผลบางอย่าง” ยศวินออกความเห็น
“คุณหมอลองทายสิว่าเพราะอะไร”
“ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าหล่อนคิดอะไรกับคุณชายหมอพุฒิภัทรแน่ๆ” พยาบาลอีกคนสรุป
“ไม่ใช่มั้งครับ” ยศวินแย้ง “สวยขนาดนี้ คงไม่ลงทุนทำอะไรโง่ๆ”
“ก็สวย..แต่โง่ไงคะ”
“อาจารย์ยศวินลองเข้าไปชวนคุยสิคะ..” พยาบาลอีกคนเสนอ
“ผมว่า..คิดและพูดแบบนี้..ไม่ดีนะครับ นางพยาบาลชุดขาวเหมือนนางฟ้า ต้องคิดและพูดอย่างนางฟ้านะครับ” ยศวินเดินจากไป
พวกพยาบาลผงะและค้อนขวับ เพียงพรที่ฟังอยู่นานแล้วเดินเข้ามา
“อายไหม โดนคุณหมอว่า ส่วนชั้น..อายมาก..เห็นทีว่าจะต้องจัดอบรมจรรยาบรรณผู้ประกอบวิชาชีพใหม่แล้ว..ใครจะเป็นอะไร จะทำอะไร แต่ยังไงหน้าที่เราก็คือ..พยาบาล ไม่ใช่นักข่าวซุบซิบสังคม”
พวกพยาบาลถึงกับจ๋อย
“ชั้นต้องเข้าผ่าตัดใหญ่ จะกลับมาอีกทีตอนเย็น..คุณกรองแก้วยังไม่ได้ล้างแผล และต้องการยาแก้ปวด พวกเธอช่วยจัดการด้วย”
เพียงพรส่ายหน้าด้วยความหนักใจแล้วเดินออกไป
เสียงกรองแก้วร้องยังดังออกมา พวกพยาบาลหันมาเกี่ยงกันอย่างพร้อมเพรียง
“เมื่อวานชั้นโดนเยอะแล้ว วันนี้ขอตัว”
“ชั้นต้องไปเข้าสัมมนา”
“ชั้นต้องไปเข้าสัมมนา”

พุฒิภัทรที่แต่งตัวเหมือนจะออกไปโรงพยาบาลเดินออกมาจากห้องนอนแล้วรีบออกไปนอกบ้าน ถนอมกำลังยืนรออยู่หน้ารถ
“ถนอม..ชั้นจะไปโรงพยาบาล” พุฒิภัทรสั่ง
ถนอมยืนยิ้มแฉ่งไม่ยอมขยับเขยื้อน
“ได้ยินที่ชั้นพูดมั้ย”
“ได้ยินครับ แต่..”
พุฒิภัทรงง เอียดที่ยืนอยู่ข้างประตูทักขึ้นมา
“จะไปโรงพยาบาลทำไมจ๊ะหลานย่า”
“คุณย่า..”
“วันนี้หลานรับปากย่าแล้วว่าจะพาหนูมารตีไปดูหนังรอบปฐมทัศน์..อย่าบอกนะว่าลืม” เอียดถาม
“ผมไม่ได้ลืมครับ ผมแค่จะแวะไปโรงพยาบาลก่อน ว่ามีเหตุฉุกเฉินอะไรหรือเปล่า ถ้าไม่มีจะได้สบายใจ” พุฒิภัทรบอก
“ถ้าไม่แวะไป มันก็ไม่มี หรือถึงมี หมอคนอื่นตั้งเยอะแยะ เขาจัดการกันเองได้”
“เอ่อ..คือ..คุณย่าอุตส่าห์มาจากตึก เพื่อมาหาผม เรื่องนี้เหรอครับ”
“ใช่ แล้วย่าก็คิดถูกที่มา..” เอียดสรุป “ไปรับหนูมารตี”
“ครับ” พุฒิภัทรรับคำ
พุฒิภัทรขยับจะไปขึ้นรถ
“เดี๋ยว..ไม่ใช่ชุดทำงาน..ไปเปลี่ยนชุดใหม่” เอียดสั่ง
“ครับ”
พุฒิภัทรเดินหลบเข้าไป เอียดยิ้มแย้ม
“มันต้องอย่างนี้ครับ.. ฮุๆๆๆๆ ไม่งั้น..คาดว่าจะโสดตลอดชีวิต” ถนอมว่า

เอียดมองหน้าถนอมคล้ายจะว่าเขาแส่ ถนอมสะดุ้งแล้วก้มหน้าจ๋อยๆ
ฝ่ายวิไลรัมภาช่วยมารตีแต่งตัว กำลังเอาสร้อยมุกสวมที่คอให้

“เรียบร้อยแล้วค่ะ แหม..ครบเครื่องจริงๆ ไม่ขาดอะไรเลย ..” วิไลรัมภาชม
มารตีนั่งมองตัวเองหน้ากระจกแล้วชื่นชมตัวเอง เธออยู่ในชุดเสื้อแขนกุดสีฟ้าเข้ารูป คอกว้างแต่ไม่ลึกจนเกินไป กระโปรงสั้นพองาม เอวกิ่ว สวมสร้อยมุก ผมโป่งสวอน มีที่คาดผมที่ดูนำสมัย
“พี่ดูสวยแล้วใช่มั้ย” มารตีถาม
“สวยมากค่ะ รับรองว่าผู้ชายทุกคนที่เฉลิมกรุงจะต้องอิจฉาคุณชายพุฒิภัทรแน่ๆที่ได้ควงสาวสังคมแสนสวยแห่งฟ้าบางกอก..อย่างหม่อมหลวงมารตี” วิไรรัมภาพูดกัดนิดๆ
มารตีตีแขนหยอกๆ “น้องวิไลรัมภาก็ พูดอะไรก็ไม่รู้ ฟังแล้วไม่งามเลย เฮ้อ..สร้อยมุกเส้นนี้ก็ยืมพี่เกษรามา..ความจนนี่มันแย่จริงๆ อยากได้อะไรเหมือนชาวบ้านเขาบ้างก็ไม่ได้”
“เอาน่า..ใจเย็นๆ แต่งงานกะพี่ชายภัทรเมื่อไหร่ คุณพี่มารตีก็จะรวยละ รอบปฐมทัศน์หนังดังระดับแม่นาคพระโขนง จะต้องมีนักข่าวเยอะแน่ๆ แต่เชื่อขนมกินได้เลยว่า คืนนี้อกเขาพระวิหารของปรียา รุ่งเรือง ก็ไม่น่าสนใจเท่าการควงกันไปดูหนังผี..ของหม่อมราชวงศ์พุฒิภัทร จุฑาเทพกับหม่อมหลวงมารตี เทวพรหม”
“จริงด้วยสิ นักข่าวต้องมาสัมภาษณ์พี่แน่ๆ พี่ควรจะทำยังไงดี”
“ข่าวลือเรื่องพี่กับคุณชายภัทร มีมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว มาออกงานด้วยกันครั้งนี้ ใครจะคิดยังไง ถ้าไม่ใช่สองคนนี้กำลังจะมีข่าวดี...แต่น้องกลัวว่า คุณชายภัทรจะรู้สึกไม่ดี” วิไรรัมภาบอก
“ไม่ดียังไง ฮะ?”
“ก็ถ้าพี่สองคนเป็นข่าวโด่งดัง มันก็จะเป็นเหมือนการผูกมัดกลายๆ ว่าคุณชายพุฒิภัทรจะต้องรับผิดชอบในตัวพี่มารตีน่ะสิคะ เพราะถ้าไม่อย่างนั้น พี่มารตีก็จะเสียเกียรติ ถูกคนเอาไปนินทา มันก็จะเป็นการไม่รักษาหน้าสกุลเทวพรหมเลย ซึ่งคนอย่างคุณชายพุฒิภัทร ไม่ทำอย่างนั้นหรอก..จริงมั้ยคะ”
มารตีทำตาแวววาว “ถ้าอย่างนั้น พี่ก็ไม่ควรทำตัวให้เป็นข่าวสินะ”
“ค่ะ ต้องเงียบให้สุดๆเลยนะคะพี่มารตี” วิไรรัมภาทำตาโตและยักคิ้วหลิ่วตาให้
แล้วสองสาวก็หัวเราะคิกคักด้วยกัน
ทันใดนั้นเสียงรถก็แล่นเข้ามา ทั้งสองสาวได้ยินก็รีบปราดไปเปิดม่านหน้าต่างมองออกไปทำให้เห็นรถพุฒิภัทรแล่นเข้ามา
“พี่ชายภัทรมาแล้ว!!” มารตีเผลอตัวจะถลาพุ่งออกไป แล้วเธอก็ชะงักหันมาหยิบกระเป๋าถือ “ไม่ๆๆ เราเป็นหม่อมหลวง กิริยามารยาทงดงาม ค่อยๆเดิน”
วิไลรัมภาขำสุดๆ

มารตีพยายามจะไม่วิ่งออกมาจากในบ้าน วิไลรัมภาควงแขนเดินมาส่ง พอสองสาวเห็นพุฒิภัทรก็ไหว้กันอย่างกระชดกระช้อย
“พี่ชายภัทร มาก่อนเวลานัดซะอีกนะคะ” มารตีบอก
พุฒิภัทรในชุดสูทสีเข้มนิ่งสงบและยิ้มตามมารยาท
“รีบไปเถอะ เดี๋ยวสาย” พุฒิภัทรบอก
พุฒิภัทรหันเดินไปที่รถแล้วเปิดประตูเชิญมารตี
วิไลรัมภาเข้ามากระซิบมารตี “คงจะเขิน” วิไรรัมภาเอาศอกกระทุ้งแหย่พี่สาว
มารตียิ้มเขินแล้วเดินตามไปขึ้นรถ พุฒิภัทรปิดประตูให้แล้วขึ้นไปนั่ง วิไลรัมภาโบกมือบ๊ายบาย
“ดูหนังให้สนุกนะคะ ไม่ต้องรีบกลับหรอกค่ะ ไปรับประทานไอศกรีมต่อกันแทนน้องด้วยน้า”
“เด็กบ้า..รู้ดีนัก” มารตีเขิน
พุฒิภัทรออกรถด้วยความเซ็ง


ป้ายโฆษณาหนังเรื่อง “แม่นาคพระโขนง” ตั้งเด่นอยู่ที่หน้าโรงหนัง พุฒิภัทรเดินนำเข้ามา ทันทีที่เห็นพวกนักข่าวกำลังรุมสัมภาษณ์ผู้กำกับอยู่ที่ด้านหนึ่ง พุฒิภัทรก็ตั้งใจจะเดินเลี่ยงเข้าไปด้านในทันที แต่มารตีกลับเข้ามาควงแขนเขาเอาไว้
มารตีพูดเสียงดังกว่าปกติ “คุณชายพุฒิภัทรขา..ดูนั่นสิคะ..รูปผีแม่นาค..น่ากลั๊ว..น่ากลัว..มารตีกลั๊ว..กลัวค่ะ”
พวกนักข่าวได้ยินก็รีบหันมา
“คุณชายพุฒิภัทร!”
“1ใน5สิงห์แห่งจุฑาเทพ!!”
บรรดานักข่าวกับช่างภาพแห่กันมา
พุฒิภัทรกระอักกระอ่วนจนอยากจะเดินเลี่ยงหนี
“คุณชายพุฒิภัทร หม่อมหลวงมารตีนี่นา...โห..ขอถ่ายรูปคู่ทีนะครับ”นักข่าวบอก
“ยินดีค่ะ” มารตีรีบตอบ
มารตีควงแขนพุฒิภัทรไว้แล้วโพสต์ท่าใกล้ชิดพร้อมกับฉีกยิ้มหวาน
“มารตี..”
“ก็แค่ถ่ายรูปเองค่ะพี่ชาย”
พุฒิภัทรหน้าตึงเพราะไม่สนุกด้วย เขารู้เจตนาของมารตีที่อยากให้เป็นข่าว
“ยิ้มหน่อยสิครับคุณชาย” นักข่าวขอ
พุฒิภัทรหน้านิ่ง “เอ่อ แค่นี้ก่อนดีกว่านะครับ”
มารตีเกาะแขนกระเง้ากระงอด “หนังยังไม่ฉายเสียหน่อย จะรีบไปไหนคะ..เราอยู่คุยกับพี่ๆนักข่าวก่อนก็ได้”
“พี่ไม่มีอะไรจะคุย แต่ถ้าน้องมารตีอยากจะอยู่คุยอะไร ก็เชิญเถอะ”
นักข่าวไม่ยอมให้ไปง่ายๆ ทุกคนยังล้อมไว้
“เดี๋ยวสิครับคุณชาย..ผมขอถามคำถามเดียวก็ยังดีนะครับ..เอ่อ ไม่ทราบเมื่อไหร่จะมีข่าวดีครับ”
พุฒิภัทร กับมารตีพูดพร้อมกัน “ยังครับ” / “เร็วๆนี้ค่ะ”
พวกนักข่าวแปลกใจว่าตกลงยังไงแน่
พุฒิภัทร จะอธิบายให้ชัดเจน “คือว่า..”
มารตีรีบพูด “คือพี่ชายคงจะเขินน่ะค่ะ..แหม ทุกคนในพระนครก็รู้กันดีอยู่ว่าสกุลจุฑาเทพกับสกุลเทวพรหม เรามีสัญญาใจต่อกัน พี่ๆของคุณชายภัทรก็มีคู่หมั้นคู่หมายไปหมดแล้ว..ใครล่ะคะจะเป็นคนต่อไป”
พวกนักข่าวฮือฮาๆ และยินดีด้วย

อ่านละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร ตอนที่ 3/4 วันที่ 28 เม.ย. 56

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร บทประพันธ์ : เก้าแต้ม
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทรบทโทรทัศน์ : ปราณประมูล
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทรกำกับการแสดง : ยุทธนา ลอพันธ์ไพบูลย์
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทรผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - เสาร์ และ อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชมสุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3ต่อจาก คุณชายปวรรุจ
ที่มา manager