อ่านสุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร ตอนที่ 2/2 วันที่ 24 เม.ย. 56


อ่านละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร ตอนที่ 2/2 วันที่ 24 เม.ย. 56

“พี่ชายภัทร..เห็นยัยป้าชุดเขียว..ที่ใส่เพชรพรึ่บนั่นไหม”
พุฒิภัทรมองเห็นคุณนายใบบัว
“เห็น..ทำไมเหรอ”
“นั่นแหละ นายหน้า..หรือจะเรียกว่า..แม่เล้าของท่านก็ได้ ยัยนี่ทำหน้าที่เป็นสเก๊าท์ แมวมอง เที่ยวล่าหาหญิงสาวสวยมาป้อนวิมานนี้สีชมพูของท่านพินิจ”
ใบบัวปรี่ไปรับท่านนายพลพินิจ

“ท่านขา..มาได้เวลาพอดี..นางงามในชุดว่ายน้ำกำลังจะออกมาโชว์ตัวพอดีค่ะ..ท่าน”
คุณหญิงอำไพมองเหยียดๆ “แหม..คุณใบบัว..อย่าให้มันประเจิดประเจ้อนักสิคะ”


“อุ๊ย..แหม คุณหญิงขา..เดี๊ยนไม่กล้าหรอกค่า..ท่านขา เชิญค่ะ ที่นั่งของท่านอยู่ตรงกลาง หน้าสุดเลยค่า..”
ใบบัวนำคณะของพินิจมาทาง 2 หนุ่มบริเวณที่นั่งที่ใกล้กันซึ่งเป็นตรงกลางเวทีพอดี ท่านพินิจมองหน้าพุฒิภัทรแล้วเลิกคิ้วอย่างจำได้ปนสงสัย พุฒิภัทรกับรณพีร์ ต่างพากันยกมือไหว้
พินิจรับไหว้ “คุณหมอ..ไม่ยักทราบ..ว่าคุณหมอก็ชอบดูประกวดนางงามเหมือนกัน”
พุฒิภัทร ยิ้มๆ “พอดี..ผมได้บัตรเชิญน่ะครับ”
เจ้าหน้าที่ดูเลขบัตรแล้วจัดให้พินิจกับพุฒิภัทรต่างนั่งลงในที่นั่งตรงกลางที่ติดกันพอดี โดยรณพีร์นั่งทางขวาของพุมิภัทร พินิจนั่งซ้าย และคนอื่นๆในคณะของพินิจก็ลงนั่งที่ถัดออกไปด้านข้างของท่านตามลำดับ
เมื่อนั่งเสร็จเรียบร้อย คุณหญิงก็ชะโงกหน้ามายิ้มให้พุฒิภัทร พุฒิภัทรยกมือไหว้ รณพีร์รีบยื่นหน้าไปไหว้ด้วย พินิจกับพุฒิภัทรนั่งติดกันแบบไหล่กระทบไหล่

ทั้งสองต่างหันมายิ้มให้กันแบบไม่มีใครยอมใคร
บรรยากาศหลังเวทีกำลังวุ่นวาย เหล่านางงามและพี่เลี้ยงกำลังเตรียมตัวจะขึ้นเวที กรองแก้วยืนแอบอยู่ที่มุมหนึ่งด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเพราะกำลังคิดหนักว่าจะหนีหรือไม่หนีดี

ในที่สุดกรองแก้วก็ตัดสินใจจะหลบออกไปหลังเวที แต่มะลิเดินเข้ามาเห็นพอดี
“แก้ว..มาแอบอยู่ตรงนี้เอง ทำอะไรน่ะ”
“พี่มะลิ..แก้ว..แก้ว..”
“เป็นอะไร ทำไมยังไม่ไปเติมหน้าแล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าอีก”
“พี่มะลิ...แก้ว” กรองแก้วดึงมะลิไปที่อื่น

กรองแก้วกราบที่อกมะลิแล้ววิงวอนทั้งน้ำตา
“แก้ว...ไม่อยากประกวดแล้ว”
“อ้าว...ทำไมล่ะ”
“แก้ว..กำลังจะขึ้นไป..เป็นสินค้า...ให้เค้าเอาขึ้นไปเร่ขายบนนั้น..พี่มะลิก็รู้ ใช่ไหมจ๊ะ”
“แก้ว…”
“คุณอิงอร..หน้าตาสวยๆ แต่ใจร้ายเหลือเกิน..พ่อบอกแก้วแล้ว..ว่า..ว่าจะไว้ใจใครได้เหรอ แต่แก้วไม่เชื่อ..แก้ว..แก้วเพิ่งรู้..ว่าคนกรุงเทพเขาหน้าตาดีๆ..แต่งตัวดีๆ พูดจาเพราะ..แต่ความจริง..มันไม่ใช่แบบนั้น พวกเค้าใจร้ายมาก..เราก็เป็นแค่เหยื่อ..แค่ผักปลาอะไรซักชนิดนึงสำหรับเค้า เค้าไม่ได้มองเราเป็นคน..ไม่ได้เห็นว่าเราก็เป็นเด็กคนนึง..เท่าๆกับลูกสาวเค้าเหมือนกัน..” กรองแก้วน้ำตาไหล
มะลิสะเทือนใจ “แก้ว..ถ้าอย่างนั้น...แก้วก็ไม่ต้องขึ้นไปประกวดก็ได้นะ..พี่จะบอกทุกคน..ว่าแก้ว..ไม่สบาย..”
กรองแก้วพนมมือไหว้ “ขอบคุณ..ขอบคุณค่ะพี่..”
“งั้น..แก้วรีบไปซะ”
“ค่ะ..” กรองแก้วหันรีหันขวางแล้ววิ่งหนีไปในความมืด
มะลิยืนอึ้ง

นักร้องหญิง-ชายบนเวทีกำลังร้องเพลงคู่แนวสนุกสนาน พินิจดูอย่างสนุกสนาน พุฒิภัทรก็นั่งดูดนตรีแต่ใจลอย
รณพีร์กระซิบ “พี่ชายภัทรกำลังคิดอะไรครับ”
“กำลังคิดว่า..ที่จริงวันนี้ฉันอยู่เวรออนคอล..ถ้ามีอะไรฉุกเฉิน..ทางโรงพยาบาลก็อาจโทมาตามฉันที่บ้าน..ตอนสักสามทุ่ม”
“โห..” รณพีร์อึ้ง
พุฒิภัทรมองหน้าแล้วหัวเราะ “แล้วนายล่ะ กำลังคิดอะไร”
“ผมกำลังคิดอธิษฐานว่า..สาธุ..ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาล..ให้พี่ชายผมพบเนื้อคู่ในคืนนี้ด้วยเถอะ ผมอยากรู้..ว่าจะมีนางงามคนไหนไหม ที่จะทำให้พี่ชายตะลึงตะลานจนตาค้างได้”
“ทะลึ่ง”
รณพีร์หัวเราะชอบใจ

เสียงเพลงดังมาจากหน้าเวที มะลิเดินมาที่โต๊ะด้วยสีหน้าปลงๆ
ช่างแต่งหน้าเดินมาพอดี “อ้าว..กรองแก้วล่ะ”
“อ่อ..คือ..กรองแก้วเค้า..”
อิงอรเดินเข้ามามองหา มะลิเงยหน้าขึ้นแล้วก็ผงะ
“ยายกรองแก้วล่ะ..ท่านมาถึงแล้วนะ..ชั้นอยากจะดูก่อน ว่ายัยกรองแก้วสวยพอหรือยัง..สมกับที่ชั้นคาดหวังไว้หรือเปล่า”
“คุณคะ..คือ..กรองแก้วเค้า..ไม่..”
มะลิกำลังจะพูดแต่กลับอ้าปากค้าง เมื่อเห็นกรองแก้วเดินมาด้วยใบหน้าซีดแต่แววตาตัดสินใจเด็ดเดี่ยว
“แก้ว..” มะลิอึ้ง
อิงอรหันไปแล้วขมวดคิ้ว “อ้าว..แก้ว..ยังไม่เปลี่ยนชุดอีก..มัวทำอะไรอยู่”
“แก้ว..แก้ว..รู้สึกไม่ค่อยสบายนิดหน่อยค่ะ..แต่ตอนนี้..ค่อยยังชั่วแล้ว..”
มะลิมองกรองแก้วด้วยความเป็นห่วงและสงสาร
กรองแก้วมองตอบ “พี่มะลิ..แก้ว..แก้วหายแล้ว..แก้ว..แก้วจะพลาดการประกวดครั้งนี้ไม่ได้”
“ก็ใช่น่ะสิ เธอจะพลาดได้ยังไง ความสวยของเธอกินขาด ชนะเลิศทุกคน..เธอต้องได้มงกุฏนางสาวศรีสยามแน่ มาแก้ว..ฉันจะแต่งตัวให้เธอเอง..เร็ว..ไปเปลี่ยนชุดก่อน..หน้าค่อยเติมทีหลัง เดี๋ยวก็ไม่ทันหรอก” อิงอรจูงกรองแก้วเข้าไปด้านใน
กรองแก้วหันมามองหน้ามะลิด้วยแววตาเหมือนสัตว์ที่จะถูกเอาไปฆ่า
มะลิมองตามอย่างอึ้งๆ และใจหายวับ ด้วยความสงสาร

รณพีร์เดินเบียดคนที่ส่วนใหญ่ที่เป็นนักข่าวกับช่างภาพที่อออยู่หน้าเวทีเพราะรอถ่ายภาพนางงาม รณพีร์พูดขอโทษครับมาตลอดทาง เขายิ้ม ทักคนนั้นทีคนนี้ที เขาตบบ่า กอด รับไหว้ และยกมือไหว้ใครๆมาตลอดทางตามประสาคนที่รู้จักคนเยอะ รณพีร์เดินกลับมาที่แถวที่นั่ง เขาถือขวดน้ำโซดามาให้พุฒิภัทรกับตัวเองคนละขวด
บนเวทีเป็นการร้องเพลงของนักร้องสาว พินิจดื่มบรั่นดี น้ำเย็น ที่มีโต๊ะเตี้ยตั้งให้เป็นพิเศษตรงหน้า
พินิจหันมาเห็น “อ้าว..คุณชาย..ทำไมดื่มอะไรไม่เป็นสับปะรดแบบนั้นล่ะ รับบรั่นดีหรือวิสกี้ไหม”
“ไม่ล่ะครับ ขอบพระคุณ” พุฒิภัทรบอก
รณพีร์กระซิบแบบรวนๆ “ไม่ได้ดื่มน้ำสับปะรด แล้วมันจะเป็นสับปะรดได้ยังไง เนาะ”
พุฒิภัทรหัวเราะ
อิงอรกับคุณนายใบบัวนั่งอยู่ด้วยกันที่ข้างเวที ทั้งสองกระซิบกระซาบกันอย่างจริงจัง แล้วคุณนายใบบัวก็หัวเราะคิกคักก่อนจะรีบแจ้นเข้ามานั่งคุกเข่าแทรกระหว่างพุฒิภัทรกับพินิจ ไหล่ของใบบัวเบียดตักพุฒิภัทรจนพุฒิภัทรต้องเอียงตัวให้แบบงงๆปนรังเกียจหน่อยๆ
ใบบัวเอียงตัวไปแนบติดแล้วเอามือป้องหูกระซิบพินิจ “เดี๋ยวท่านคอยดูนะคะ หนูกรองแก้ว เบอร์8 สาวงามจากอยุธยา..เด็กของคุณนายอิงอร..สวยมาก..ได้ครองมงกุฎนางสาวศรีสยามแน่ๆ”
พินิจหันไปชะโงกดูอิงอร อิงอรยิ้มหวานทำท่ากระชดกระช้อยย่อตัว พลางโบกมือแบบทำนิ้วพรมๆอากาศให้ พินิจยกมือบ๊ายบายแบบเจ้าชู้ตอบ ใบบัวมองเหล่ๆ แล้วค้อนหันไปทางอื่นเหมือนไม่อยากสนใจ
พินิจหันกลับมากระซิบตอบ “เด็กคุณอิงอรปีที่แล้วก็ได้มงกุฎ ผมเอามาเลี้ยงดูอย่างดีอยู่หลายเดือน”
“หนูอ้อยคนนั้นแค่มีดีที่หน้าสวย..แต่กรองแก้วคนนี้..สวยทั้งเนื้อทั้งตัวทั้งหน้าตาค่ะ อายุ19 เพิ่งจบมัธยมมา สดเปรี๊ยะๆขบเผาะๆ รับรองค่ะ ว่าคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายแน่ๆ” ใบบัวบรรยาย
พุฒิภัทร ได้ยินเต็มที่ก็ทำหน้าขยะแขยงก่อนจะเอนตัวมากระซิบรณพีร์

“ได้ยินไหม ว่าพวกนางงามพวกนี้ มาประกวดเพื่อจะได้ขายตัวได้ราคาดีๆเท่านั้นเอง”

ดูเหมือนพุฒิภัทรจะมีอคติต่อนางงามมากๆ
กรองแก้วสวมใส่ชุดว่ายน้ำนางงามสมัยนิยม ที่ตัดเย็บข้างในเหมือนเป็นกางเกงในอีกชั้นหนึ่ง ส่วนข้างนอกเป็นอีกชั้นเหมือนกระโปรงพอดีตัวสั้นเสมอเป้า ทั้งชุดตัดด้วยผ้าไหมไทยสีแดงขับผิวขาวของเธอ

มีสายสะพายสปอนเซอร์กำมะหยี่สีน้ำเงินคาด ซึ่งปักเด่นหราด้วยตัวหนังสือสีเหลืองว่า “เสริมสวยอิงอร” และป้ายติดโบว์แปะตรงสะโพกเบอร์ 8
ทรงผมของกรองแก้วยีเกล้าเป็นทรงเตรียมรับมงกุฎ แต่งหน้าเข้ม สโมคกี้อายส์มากกว่าเดิมจนดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคน มะลิกับช่างแต่งหน้า ยังตามช่วยกันปัดแก้มและจัดเสื้อผ้าให้
“ปัดมาสคาร่าเพิ่มก่อนจ้ะ” มะลิบอก
“ไม่ต้องแล้วค่ะ ตาแก้วหนักมากจนจะปิดอยู่แล้ว” กรองแก้วบอก
“ก็ร้องไห้จนตาบวมขนาดนี้..ช่างเขาต้องเอารองพื้นกลบแทบแย่”
นางงามเบอร์ 7 ที่ต่อไปจะได้ตำแหน่งรองมายืนฟังอยู่พอดีเอ่ยถามขึ้น
“ร้องไห้ทำไม..ใครๆ ก็ว่าเธอเป็นตัวเก็งนะ หรือว่า..กลัวแพ้ชั้น” นางงามเบอร์ 7 หัวเราะคิกคัก “แต่อย่างว่าล่ะนะ เรื่องแบบนี้ มันอยู่ที่ดวง ไม่มีอะไรแน่นอนหรอก”
“งั้นก็ขอให้คุณสมหวังก็แล้วกันนะคะคุณ แก้วเขาก็ไม่อยากจะได้เท่าไหร่หรอกที่1น่ะ..เอาที่ 2 ก็พอ..จริงไหมแก้ว” มะลิหันไปถาม
“มีด้วยเหรอพี่ คนไม่อยากได้ที่1”
“มีสิ เพราะคนที่ได้ที่ 1 ต้องไปเป็นอนุท่านพินิจ ท่านพินิจนะ พวกรองนางงาม ท่านรับไม่ลง ต้องที่ 1เท่านั้น แล้วก็ไม่มีใครกล้าขัดใจท่านด้วย”
“เป็นอนุท่านพินิจก็ดีสิ ท่านให้บ้าน ให้รถ ให้ชีวิตใหม่ เราจะไม่ต้องยากจนอีกต่อไป มีเพชร มีทอง มีทุกสิ่งทุกอย่าง ที่สองได้แค่2พันเอง ใช้เดี๋ยวเดียวก็หมด..ที่1ได้ 5พันบาท แล้วก็จะมีทุกอย่างที่ต้องการ “ นางงามเบอร์ 7 เดินเชิดๆโยกย้ายสะโพกไปประจำที่
กรองแก้วถามมะลิ “ที่ 1 ได้ 5 พันบาท ที่ 2 ได้ 2 พันบาท...ต่างกันครึ่งต่อครึ่งเลยเหรอ!!”
“ใช่ ..ต่างกันครึ่งต่อครึ่งเลยละ”
กรองแก้วนิ่งคิดนิดนึงแล้วเดินมาส่องกระจก เธอสูดลมหายใจลึกแล้วเชิดหน้าก่อนจะตัดสินใจ “พี่มะลิคะ”
“อะไรจ๊ะ”
กรองแก้วพูดเสียงจริงจัง “ปัดขนตาให้แก้วเพิ่มอีกเถอะค่ะ”
มะลิงง

นางงามเบอร์ 3 เดินโชว์ตัวอยู่บนเวทีด้วยท่าเดินนวยนาดเข้าจังหวะเพลงแล้วมาโปรยยิ้มที่กลางเวที นางงามเบอร์1-2 เดินมาตั้งแถวยืนท่าตัวเอสเฉียง45องศาเหมือนกัน ทั้งสองยิ้มยิงฟันและทำตาเบิกโพลงรออยู่แล้ว พิธีกรประกาศ
“หมายเลข 4 นางสาวสิริโฉม พรฉวี สาวงามจากจังหวัดธนบุรี บริษัทสยามอินเตอร์ค้าข้าว ส่งเข้าประกวด..”
พินิจกับใบบัวชะเง้อรอดูอยู่
รณพีร์ตาโตเป็นประกายแวววาว แต่พุฒิภัทรกอดอกอย่างเซ็งๆ
ยังไม่มีใครเดินออกมา
พิธีกรประกาศซ้ำ “หมายเลข 4 นางสาวสิริโฉม...”
นางงามเบอร์4ยืนงงอยู่ที่หลังเวที
“ใครวะชื่อสิริโฉม รีบออกไปสิ” นางงามเบอร์ 4 หันมาเร่งเพื่อนๆ
“เธอนั่นแหละ แม่สมหมาย แซ่ฉั่ว”
“ว้าย..จริงด้วยๆ ลืม” นางงามเบอร์ 4 รีบออกไป
เพื่อนๆ นางงามหัวเราะเฮฮา
นางงามเบอร์ 4 เดินออกมาแล้วโน้มตัวลงนั่งไหว้ชดช้อย คณะกรรมการพากันปรึกษาแล้วกรอกคะแนน
“โอวว..ขาวจัง..พี่ชายภัทร..ดูสิครับ มาแล้วๆๆ” รณพีร์ชี้ชวน
พุฒิภัทรกอดอกอย่างเบื่อๆ “มีแต่พวกไร้สติปัญญา..ให้เวลาอีก 10 นาทีนะ ชายพีร์ ไม่งั้นชั้นจะหลับแล้ว”
คุณนายใบบัวพูดกับพินิจ “คอยดูนะคะ เบอร์ 8 ค่ะ เบอร์ 8”
“เบอร์ 8 ทำไมเหรอจ๊ะ”
“อ๋อ..ก็..เป็นตัวเก็งไงคะ..ท่านผู้หญิง..คิๆ”
ท่านผู้หญิงทำหน้าเซ็งๆ พินิจโอบเอาใจ
“หมายเลข 7 นางสาวกนกลักษณ์ รักษะสิน สาวงามจากจังหวัดพระนคร สมาคมพ่อค้าขายส่ง ส่งเข้าประกวด”
นางงามเบอร์ 7 ที่เป็นตัวเก็งเดินออกมา
“นี่ไง ตัวเก็งอีกตัว แต่สู้ยัยแก้วของเราไม่ได้หรอก” อิงอรบอก
“แล้วพองานจบ ยัยแก้วได้มงกุฎ ก็ไปขึ้นห้องกะท่านเลยใช่ไหมแม่ ไม่ต้องกลับมาบ้านเราอีกแล้วใช่ไหมแม่”
“เสียดายแย่ อด หมดกัน..” ไกรฤกษ์บอก
“เงียบไปเลย เด็กบ้า ถ้าอยากได้เงิน ก็ต้องทำตัวให้ดีๆ สิยะ นายไกร..” อิงอรว่า
“หมายเลข 8 นางสาวกรองแก้ว บุญมี สาวงามจากจังหวัดอยุธยา ร้านเสริมสวยอิงอร ส่งเข้าประกวด”
กรองแก้วเดินออกมาไหว้อย่างสวยงามแล้วเดินมาโชว์ตัวตามทางเดินบนเวที ครอบครัวอิงอรดูกัน อย่างทึ่งๆ พุฒิภัทรกำลังเงยหน้าขึ้นดื่มโซดาจากขวด แล้วเขาก็ก้มลงก่อนจะเอาขวดโซดาวางโดยเล็งให้อยู่ตรงขาเก้าอี้จะได้ไม่เผลอเตะล้ม
นายพลพินิจมองอย่างตกตะลึงจนอ้าปากค้าง แก้วบรั่นดีในมือของเขาสั่นระริก แล้วในที่สุดพินิจก็ต้องวางแก้วลงด้วยท่าทีนิ่งขึง สายตาของเขามองตามกรองแก้วแล้วกวาดดูทั่วเรือนร่างก่อนจะจบลงที่ใบหน้า

กรองแก้วโปรยยิ้มไปรอบๆ แล้วเดินมาตรงกลางเวที พอหันมาเจอสายตาพินิจ กรองแก้วก็ผงะ แต่ก็ต้องรีบฝืนยิ้มแล้วกวาดตามองไปทางอื่น พุฒิภัทรวางขวดเสร็จแล้วก็เงยขึ้นมาพอดี กรองแก้วหันมาทางพุฒิภัทรพอดี กรองแก้วกับพุทธิภัทรสบตากัน พุทธิภัทรตกตะลึงเหมือนโดนฟ้าผ่าจนตัวชา
รณพีร์หันมาสะกิด “พี่ชายภัทร..ดูสิครับ..เบอร์8.เหมือนในเพลงเปี๊ยบ .เห็นเพียงนิดเดียว ให้ซ่านเสียววิญญา ได้ชม โฉมหน้า ดังหยาดฟ้า..” รณพีร์เห็นหน้าพี่ชายแล้วก็ชะงัก
พุฒิภัทรนั่งมองพุฒิภัทรแบบตาไม่กระพริบเหมือนตกอยู่ในภวังค์เพราะไม่ได้ยินที่รณพีร์พูด รณพีร์ทำหน้าดีใจเพราะสมหวัง แล้วเขาก็หันไปดูบนเวทีต่อ กรองแก้วยืนโปรยยิ้มอยู่กลางเวที ไฟรอบเวทีสาดเข้าหน้า กรองแก้วจนมองไม่เห็นหน้าใคร
กรองแก้วเดินผ่านไปเรื่อยๆ เธอโปรยยิ้มไปให้คนทั่วๆไป พินิจมองตามแล้วกลืนน้ำลาย ใบบัวมองอาการพินิจแล้วก็ชอบใจ ท่านผู้หญิงมองพินิจ มองกรองแก้วแล้วก็ถอนใจอย่างท้อๆ
กรองแก้วเดินไปเรื่อยๆ และพยายามยิ้มทั้งที่ปากสั่นเพราะตื่นเต้น ถึงจุดที่หยุดหมุนเธอก็รีบหาจังหวะสูดลมหายใจลึกๆ แล้วระบายออกช้าๆ กรองแก้วยืดไหล่ วางหน้าสง่า โปรยยิ้ม แล้วก้าวเดินต่อไป

พุฒิภัทรมองตามกรองแก้วอย่างลืมตัวเหมือนสูญเสียการควบคุมตัวเอง
ช่างภาพวิ่งกรูมารุมถ่ายภาพเต็มหน้าเวที นางงามทั้งหมดยืนเรียงแจกยิ้มอยู่บนเวที ช่างภาพมายืนเบียดกันเพราะไปรุมถ่ายแต่กรองแก้วคนเดียว

ฟากกรรมการลงคะแนนมือเป็นระวิง แผ่นกระดาษตารางให้คะแนนของกรรมการทุกช่องไม่ว่าจะเป็น ผิว หน้าตา รูปร่าง บุคลิก มือกรรมการทุกคนเขียนแต่เลข 8, เลข 8, เลข 8 ด้วยใบหน้าอิ่มเอมใจ ใบบัววิ่งแอบมาเจอกับอิงอร
“ยายแก้วต้องได้ที่ 1แน่ๆ ชั้นว่า ค่าตัวเดิมที่ชั้นบอกไป มันถูกไปแล้วนะคะคุณนายใบบัว” อิงอรบอก
“ไม่ต้องห่วงค่ะ คุณอิงอร ตอนนี้..ท่านน้ำลายหกไปถึงเข่าแล้ว เราจะเอาอะไร ท่านยอมหมดแน่ๆ”
“ดิฉันขอเป็น 2 เท่า จากราคาเดิม พร้อมส่งยายแก้ว ถึงเตียงท่าน คืนนี้”
“เจ็ดสิบ-สามสิบนะค้า ฮ่าๆๆ”
ใบบัวกับอิงอรจับมือกันแล้วหัวเราะคิกคักๆๆ
พุฒิภัทรมองดูกรองแก้วบนเวที
พุฒิภัทรมองกรองแก้วที่กำลังโปรยยิ้มแล้ววางท่า เอียงมุมหน้าต่างๆให้ช่างภาพถ่ายภาพ แฟลชสว่างวาบๆๆ พุฒิภัทรเคลิบเคลิ้มมึนเบลอ
พินิจลืมตัวจึงลุกขึ้นสั่งช่างภาพ “นี่ๆ ช่างภาพทุกคน ถ่ายรูปน้องกรองแก้วแล้วอย่าลืมเอาลงหน้า1ฉบับพรุ่งนี้เช้าทุกฉบับนะ แล้วอั๊วะจะให้รางวัลอย่างจุใจทุกฉบับเลย”
บรรดาช่างภาพเฮกัน ท่านผู้หญิงทำเป็นหัวเราะ ทุกคนหัวเราะตาม
พุฒิภัทรรู้สึกแปลกๆ เหมือนโกรธ งอน ไม่พอใจอย่างไม่มีเหตุผล
รณพีร์แอบมองพี่ชายแล้วแกล้งถามลองใจ “ท่านพินิจเชียร์จนออกนอกหน้าเลยนะ พี่ชาย..แบบนี้เธอคงไม่รอด”
พุฒิภัทรหงุดหงิด “มันไม่ใช่เรื่องอะไรของเรา อย่าไปพูดถึงดีกว่า”
“อ้าว..พี่ชายภัทรไม่รู้สึกอะไรหรือครับ พี่ชอบไปว่าแต่พวกนางงามเค้า ว่าไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ สาเหตุมันก็เพราะมีคนอย่างท่านคนนี้ไงครับ ที่เป็นตัวการทำให้วงการนางงามเค้าเสื่อมเสียน่ะ”
พุฒิภัทร ดุ “ถ้าพวกผู้หญิงพวกนั้นไม่ยอม ก็ควรจะปฏิเสธท่านสิ นี่ทุกคนก็อยากสบายทางลัด ไม่รักเกียรติไม่รักศักดิ์ศรีของตัวเอง เราอย่าไปสนใจเลย”
“ไม่สนใจจริงน่ะ?” รณพีร์ยั่ว
พุฒิภัทรหงุดหงิดมากขึ้น

กรองแก้วและพวกนางงามอื่นๆ เดินเข้ามาที่หลังเวที ทุกคนต่างตื่นเต้น บ้างถอดรองเท้าเพื่อพักขา มะลิมารับกรองแก้วไปนั่งแล้วเอาน้ำให้ดื่ม อิงอรโผล่หน้ามาดูแล้วมองหัวจรดเท้า
“เจ็บเท้าเหรอ” อิงอรถาม
กรองแก้วยิ้มซีดๆ “นิดหน่อยค่ะ”
“ยัยมะลิ นวดเท้าให้น้องหน่อยสิ” อิงอรพูดห้วนๆกับมะลิ แล้วเข้ามาพูดกับกรองแก้วแบบหวานหยด “โอ๋ๆๆ ทนอีกนิดนะจ๊ะ หนูแก้วคนดี๊ คนดี..เจ็บเท้าก็ต้องอดทนอย่าให้ใครรู้นะคะ..หนูสวยที่สุด หวานที่สุด รูปร่างดีที่สุดบนเวทีนี้แล้ว..เหลืออีกอย่างเดียว..รอบสัมภาษณ์..เธอต้องแสดงความฉลาด..และความงามของจิตใจออกมา..”
กรองแก้วงง “ความฉลาด และความงามของจิตใจ?”
“ใช่..พูดอะไรก็ได้ ให้ดูว่าเราการศึกษาสูง รู้อะไรลึกซึ้ง แต่ก็ต้องอ่อนหวาน น้ำใจงาม รักธรรมชาติ สายลม แสงแดด ไม่ดูถูกคนจน โดยเฉพาะเด็ก คนแก่ และคนพิการ จำไว้ล่ะ ห้ามทำตัวบ้านนอก หรือทำตัวเห็นแก่เงิน หรืออยากเด่นอยากดังเด็ดขาด ไปล่ะ ชั้นจะไปคอยเอาใจช่วย เธอทำได้อยู่แล้ว” อิงอรรีบเดินออกไปแล้วหันหลังกลับ “อ้อ อย่าลืม ยิ้มตลอดเวลา อย่าทำหน้าบึ้งงอ ยิ้มหวานๆให้ท่านด้วย..ท่านนั่งแถวหน้าสุด ตรงกลางเลย ให้มองแล้วโปรยยิ้มไปแถวนั้นเป็นพิเศษล่ะ” อิงอรรีบออกไป
“แถวกลาง..หน้าสุดเหรอ..” กรองแก้วคิด
“ยังมีทางนะแก้ว เวลาสัมภาษณ์..ให้ตอบโง่ๆ คะแนนจะได้ตก..อย่างน้อย ได้ที่2 ก็รอดแล้ว เพราะท่านพินิจ..ไม่ชอบพวกรองๆ..ต้องครองมงกุฎเท่านั้น..เข้าใจไหม..ตอบโง่ๆ..ว่าไม่ทราบค่ะ คิดไม่ออก..อะไรแบบนี้ไปเลย..อาจรอด..” มะลิเสนอ
กรองแก้วสับสน “ตอบว่าไม่ทราบ..คิดไม่ออก..แล้วอาจรอดเหรอ..”
นางงามคนอื่นๆ ใส่ชุดราตรีเดินผ่านไป
มะลิหันไปเห็น “ว้าย..ชุดราตรี ต้องรีบเปลี่ยนชุดราตรี..เร็วๆๆ” มะลิลากกรองแก้วไป

บนเวที สาวงามในชุดราตรีเดินกันจนเต็มเวที กรองแก้วใส่ชุดราตรีเข้ารูปจนเห็นทรวดทรง ชุดที่เธอสวมเป็นชุดปักเลื่อม เกาะอก แบบคลาสสิคมีสีทองสว่างบลอนด์ๆ ดูโดดเด่นมาก
วงดนตรีบรรเลงเพลงประจำการประกวดแต่เร่งจังหวะให้เร้าใจขึ้น แถวนางงามบนเวทีเหลือ 15 คน ทุกคนยืนเรียงกันที่หน้าเวที
พิธีกรประกาศ “แล้วนี่ก็คือ..นางงามที่ได้เข้ารอบ 15 คนสุดท้าย ในชุดราตรีครับ ขอเชิญกรรมการทุกท่าน ให้คะแนนใหม่อีกครั้งเลยครับ”
กรรมการกรอกเบอร์ 8,8,8,8 กันเป็นเสียงเดียว ช่างภาพมารุมถ่ายกรองแก้วตามเคย กรองแก้วมองทอดสายตาไปที่กล้องนั้นกล้องนี้ แล้วนึกถึงคำที่อิงอรพูด
“ท่านนั่งแถวหน้าสุด ตรงกลางเลย ให้มองแล้วโปรยยิ้มไปแถวนั้นเป็นพิเศษล่ะ”
กรองแก้วทบทวนแล้วพยายามชะเง้อมอง สปอตไลท์ดวงใหญ่จ้าสาดแสงเข้าเต็มตาของเธอ กรองแก้วขยับตัวให้พ้นดวงไฟมาทางซ้ายเล็กน้อยแล้วมองไปแต่ปากยังยิ้ม
กรองแก้วมองผ่านดวงไฟไป ตอนแรกภาพดูมืดแล้วค่อยๆ ชัดขึ้นจนเห็นหน้าพินิจที่มองมาด้วยดวงตาคมปลาบดุจแววตาเสือ
กรองแก้วผงะ หน้าซีด แล้วแทบหุบยิ้ม เธอกระพริบตาถี่ๆ เพื่อเรียกสติแล้วพยายามคลี่ปากยิ้มใหม่
ก่อนจะค่อยๆ ขยับมาจุดเดิมที่แสงไฟเข้าหน้าเพื่อจะได้มองไม่เห็นใคร

กรองแก้วมองไปอีกที แต่กลับกลายเป็นว่าใบหน้าที่หื่นและแววตาที่คมเหมือนเสือของพินิจกลับเด่นแซงแสงสปอตไลท์ออกมา

กรองแก้วรวบรวมสติแล้วขยับไปทางขวาอีกนิดเพื่อให้แสงไฟสปอตไลท์บังหน้าพินิจเพราะเธอไม่อยากเห็น
กรองแก้วมองผ่านดวงไฟจากความมืดข้างขวา ภาพค่อยๆ เป็นชัดขึ้นมาเป็นแสงแว่นตาสะท้อน แล้วแสงสะท้อนนั้นก็ค่อยๆจางไปจนเห็นดวงตาใต้แว่นและใบหน้าที่ฉายแววอ่อนโยนและชื่นชมของพุฒิภัทรที่กำลังมองมาที่เธอ
กรองแก้วชะงักแล้วคิดในใจ

อ่านละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร ตอนที่ 2/2 วันที่ 24 เม.ย. 56

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร บทประพันธ์ : เก้าแต้ม
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทรบทโทรทัศน์ : ปราณประมูล
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทรกำกับการแสดง : ยุทธนา ลอพันธ์ไพบูลย์
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทรผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - เสาร์ และ อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชมสุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3ต่อจาก คุณชายปวรรุจ
ที่มา manager