อ่านละคร พริกกับเกลือ ตอนที่ 4-5 วันที่ 8 ส.ค. 55

อ่านละคร พริกกับเกลือ ตอนที่ 4

ใจดีเดินหนีไปแล้ว ยอดชายเข้าใจความรู้สึกเธอ เขาเตือนสติจี๊ดก่อนตามเธอออกไป

“รักแฟนน่ะรักได้ แต่อย่ารักจนลืมเพื่อนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา”
จี๊ดหน้าถอดสี สับสนและเสียใจ รำพึงเบาๆ “เพื่อนกำลังจะเลิกคบกับฉันใช่ไหม”

“ผมจะให้คุณอยู่คนเดียวเงียบๆ เพื่อคิดทบทวนสิ่งที่คุณทำลงไป”

จี๊ดทำตามอย่างว่าง่าย เธอไม่โวยวายผลักไสเมื่อดิ่งพาไปนั่งที่โซฟา แล้วทิ้งเธอไว้คนเดียว ส่วนนายดิ่งก็หลบออกมาครุ่นคิดเรื่องความรักของตน...ถ้าเขามีสติ ไม่ปล่อยให้ความเสียใจเข้าครอบงำ เขาคงไม่ต้องทิ้งอนาคต ตัวเองมาแบบนี้

ค่ำวันเดียวกัน มารศรีผิดหวังที่อุตส่าห์ออดอ้อนอยากจดทะเบียนกับนายเศกเพื่อจะฮุบสมบัติเอาไว้เสียทั้งหมด นั่นก็เพราะเศกยังนึกถึงลูกสองคน เขาอยากเขียนพินัยกรรมให้ลูกๆเรียบร้อยเสียก่อน จะได้ไม่มีปัญหากันภายหลัง...

ที่โรงพยาบาล แม้นายดิ่งได้ให้เวลาสาวจี๊ดคิดทบทวนในสิ่งที่ทำกับเพื่อนรัก แต่ดูเหมือนจะไร้ผล เพราะเมื่อดิ่งกลับเข้ามาจี๊ดดันตั้งหน้าตั้งตาจับผิดเขาเสียนี่ เธออยากรู้ว่าเขาเป็นใครกันแน่ คำพูดของเขาที่เตือนสติให้เธอคิดเรื่องที่ทะเลาะกับเพื่อนนั้นไม่ธรรมดา เขาไม่น่าจะเป็นแค่ช่างซ่อมรถ

“อะไรของคุณเนี่ย ผมเป็นช่างซ่อมรถ...อย่าตัดสินคนแค่แวบแรกที่เห็น อย่าคิดว่าเขาจะเป็นยังไงโดยใช้มาตร– ฐานของตัวเอง เพราะเขาอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด”

“นั่นไง...ฉันรู้แล้วว่านายเป็นใคร นายต้องเคยเป็นพระมหา บวชเรียนมาไม่ต่ำกว่าสามพรรษาถึงได้คิดอะไรได้แบบนี้”

“อืม...โอเค หยุดเรื่องผมไปก่อนนะ มาคุยเรื่องของคุณก่อน”

“นายรู้เห็นอะไรเรื่องพี่เทวัญกับเงาะบ้าง บอกฉันมาเดี๋ยวนี้”

“คุณไม่ควรฟังใคร นอกจากจะพิสูจน์ให้รู้ด้วยตัวเอง คุณใจดีเป็นเพื่อนที่ดี ผมพูดได้เพียงเท่านี้”

จี๊ดรับฟัง...แล้วลุกออกไปโดยไม่พูดอะไรอีก ดิ่งมองตามงงๆ เดาอารมณ์เธอไม่ถูกจริงๆ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ยอดชายมารับดิ่งกลับไปอยู่บ้านจี๊ดเหมือนเดิม สำรวยสาวใช้ที่แอบปลื้มนายดิ่งกุลีกุจอมาดูแล และอาจช่วยเหลือถึงเนื้อถึงตัวเขา ถ้าป้าเพ็ญไม่ตามมาเบรกเสียก่อน

ยอดชายอยากให้ดิ่งพักฟื้นต่ออีกสักหน่อยแล้วค่อยไปทำงาน แต่ดิ่งไม่ยอม ดังนั้นยอดชายจึงกำหนดให้จี๊ดที่อยู่บ้านเดียวกันกับดิ่งเป็นคนรับส่ง

แต่บ่ายนี้จี๊ดนั่งรถเทวัญแล้วบังเอิญเก็บต่างหูข้างหนึ่งใต้เบาะได้ ซึ่งเธอจำแม่นว่ามันเป็นของเงาะ แต่เธอไม่กระโตกกระตากให้เทวัญรู้ พอถึงออฟฟิศก็รีบมาขอโทษใจดี แล้วต่อไปเธอจะพิสูจน์เรื่องนี้ด้วยตาตัวเอง

ค่ำนี้เอง จี๊ดรับนัดกินข้าวกับเทวัญที่คอนโดของเขา เทวัญยิ้มหวานคิดรวบรัดจี๊ดเสียคืนนี้เลย แต่โชคไม่เข้าข้าง คนที่มาถึงก่อนจี๊ดดันเป็นเงาะ เขากลัวจี๊ดจะขึ้นมาเห็นจึงกระชากเงาะเข้ามาในห้อง แล้วทั้งคู่ก็มีปากเสียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

เมื่อจี๊ดมาถึงหน้าห้อง ยิ่งทำให้เงาะโมโหหึง ยื่นคำขาดให้เทวัญตัดสินใจ ถ้าเลือกตนก็ไปเปิดประตูบอกจี๊ดเดี๋ยวนี้เลย แต่ถ้าเลือกจี๊ด ตนจะเป็นฝ่ายไปเปิดประตูแล้วบอกจี๊ดเองว่าเราเป็นอะไรกัน เทวัญโกรธมากที่เงาะไม่ให้ทางเลือก ทำเหมือนตนเป็นเบี้ยล่าง

เสียงเคาะประตูดังถี่ขึ้น เทวัญตัดสินใจลากเงาะเข้าห้องนอนแล้วตบหน้าเธออย่างแรง

“คนที่จะเป็นฝ่ายเสนอทางเลือกคือฉัน ไม่ใช่เธอ เมื่อคุยกันดีๆไม่ได้ ก็ไม่ต้องคุย ทนไม่ได้ก็ไปให้พ้น แต่ถ้าปากโป้ง ฉันเอาแกตาย!”

เทวัญเงื้อมือจะตบซ้ำ เงาะตกใจลนลาน พนมมือไหว้แทบจะกราบกราน

“เงาะขอโทษ เงาะเจ็บ อย่าทำเงาะเลย เงาะขอโทษ”

“จำไว้นะ อยู่เฉยๆ เงียบๆ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวอีก”

เงาะสุดเจ็บช้ำ ตกใจและผิดหวังกับตัวตนแท้จริงของเทวัญ...ฝ่ายจี๊ดที่ยังไม่รู้จักตัวตนของคู่หมั้น แต่เธอกำลังระแวงเขานอกใจ เมื่อก้าวเข้ามาในห้องไม่เห็น

ทันวิทย์น้องชายของเทวัญ แต่เมื่อสักครู่เธอได้ยินเสียง เหมือนคนคุยกัน จึงถามซอกแซกว่าเขาอยู่กับใคร

เทวัญยืนยันว่าอยู่คนเดียว แล้วพยายามเปลี่ยนเรื่องชวนเธอทานอาหารที่เตรียมไว้ แต่จี๊ดไม่ยอมนั่ง เธอแค่จะมาบอกขอเลื่อนการหาฤกษ์แต่งงานของเราออกไปก่อน

“อะไรนะ ทำไมล่ะจี๊ด”

“จี๊ดรู้สึกว่า...จี๊ดอาจจะต้องการเวลาให้เราสองคนได้ศึกษานิสัยใจคอกันมากกว่านี้”

“สามปีที่ผ่านมายังไม่พออีกเหรอจี๊ด จี๊ดจะดูอะไรอีก เพราะมีพวกไม่หวังดี ไม่ชอบพี่คอยเป่าหูจี๊ดอยู่ใช่ไหม”

“ไม่มีใครเป่าหูจี๊ดได้” เธอยืนยันคำพูดด้วยการหยิบต่างหูของเงาะออกมาโชว์ “แล้วต่างหูของเพื่อนจี๊ดไปหล่นอยู่ในรถของพี่เทวัญได้ยังไง”

เทวัญหน้าซีดเผือด ละล่ำละลักว่าพี่ไม่รู้ เมื่อจี๊ดถามจี้อีกว่าเงาะเคยไปไหนมาไหนกับเขาหรือเปล่า เทวัญอึกอักมีพิรุธ

“แต่เท่าที่จี๊ดรู้ ไม่เคยใช่ไหมคะ”

“ใช่...ไม่เคย อาจจะมีใครที่ไม่หวังดีอยากให้เราเลิกกัน เอาต่างหูของเงาะไปใส่ไว้ในรถพี่ เพื่อให้เราทะเลาะกัน”

“ก็อาจเป็นได้ หรืออาจจะไม่ใช่ จี๊ดถึงได้ต้องการเวลาอีกสักหน่อย เพื่อความแน่ใจค่ะ พี่เทวัญเข้าใจจี๊ดนะคะ”

เทวัญพูดไม่ออก...เมื่อจี๊ดกลับไปแล้ว เขาตรงดิ่งเข้าไปจัดการเงาะในห้องนอน เขาตบเธอไม่เลี้ยง โทษฐานที่จงใจทิ้งต่างหูให้จี๊ดจับได้...ส่วนจี๊ดกลับมาถึงบ้านก็เอาแต่ร้องไห้ ความไว้เนื้อเชื่อใจต่อแฟนหนุ่มแทบไม่เหลือแล้ว...ดิ่งแอบเห็นแต่ไม่ออกมาทักถาม เขาเฝ้ามองเธออยู่เงียบๆด้วยความเห็นใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ จี๊ดในชุดทำงานใส่แว่นตาดำมายืนรอดิ่งอยู่ที่รถ ดูเผินๆเหมือนเธอกระตือรือร้นอยากทำงาน แต่เผอิญดิ่งรู้เห็นตั้งแต่เมื่อคืน ก็เลยจับไต๋ได้ว่าเธอไม่ได้ตื่นเช้า หากแต่ร้องไห้จนนอนไม่หลับและที่ต้องใส่แว่นกันแดดก็เพื่อปกปิดดวงตาที่แดงช้ำ

“นี่! ไม่รู้สักเรื่องไม่ได้หรือไง” จี๊ดโวยกลบเกลื่อน

“ได้...ไม่อยากเล่าก็ไม่ได้อยากรู้”

“ฉันไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องให้คนแปลกหน้าฟัง”

“เรื่องบางเรื่องก็เหมาะกับการเล่าให้คนแปลกหน้าฟัง เพราะเขาไม่รู้จักคุณ ไม่รู้จักใคร ไม่มีอารมณ์ร่วม แค่ฟังเพื่อให้คุณได้ระบายออกมาบ้าง...ก็เท่านั้น”

จี๊ดจำนนต่อเหตุผลของดิ่ง ค่อยๆถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นความผิดปกติที่ดิ่งพูดไว้ไม่มีผิด

“ฉันทำอย่างที่นายบอก ให้เวลา ให้โอกาสพี่เทวัญได้พิสูจน์ตัวเอง โดยที่จะยังไม่ด่วนตัดสินอะไร เพราะบางทีเขาอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้ แต่ฉันเสียใจมากเลยรู้ไหม ไม่เคยเสียใจอะไรขนาดนี้มาก่อนเลย”

“เสียใจ แสดงว่าตัดสินเขาไปแล้วว่าเขาทำผิดต่อคุณ”

“เปล่า...เสียใจเพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้กับชีวิตฉัน คอยดูนะ ถ้าเรื่องที่พี่เทวัญนอกใจฉันเป็นเรื่องจริง ฉันจะ...จะ...จะอะไรดีล่ะ”

“เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป”

“นายบวชเรียนมาตั้งหลายปี นายก็เข้าใจได้สิ แต่ฉันไม่นี่”

ดิ่งเผลอหัวเราะออกมาจนเธอแปลกใจ ถามเขาว่าขำอะไร?

“เชื่อจริงๆเหรอว่าผมบวชมานานจนเป็นพระมหา”

“จริงสิ...ทำไม หรือไม่ใช่”

“ผมยังไม่เคยบวช”

“แล้วทำไมไม่บอก” จี๊ดโมโหจิกตีเขาพัลวัน ดิ่งเจ็บร้องโอ๊ย โอดโอยว่าตนแขนหักยังเข้าเฝือกอยู่นะ ผู้หญิงอะไร ใจร้ายใจดำจริงๆ

จี๊ดชะงัก แล้วกลายเป็นเขินเมื่อเขารวบมือเธอไว้ ดิ่งเองก็ประหม่า ต่างคนต่างมองตากันไปมาก่อนจะแก้เขินด้วยการชวนกันเร่งรีบเข้าออฟฟิศ

เทวัญหน้าบึ้งตึงที่เห็นจี๊ดกับดิ่งมาพร้อมกัน เมื่อดิ่งเดินแยกไปในแผนกตัวเองแล้ว เทวัญก็ตั้งคำถามอย่างไม่พอใจจี๊ดว่า ไปทำดีกับมันทำไม?

“เรื่องบางเรื่อง พี่เทวัญก็ไม่จำเป็นต้องรู้เหตุผล”

“จี๊ดกำลังประชดพี่ใช่ไหม”

“ถึงจี๊ดจะเป็นคุณหนูนิสัยเสีย แต่จี๊ดไม่ใช่ผู้หญิงที่คบผู้ชายได้ไม่เลือกหน้านะคะ จี๊ดขอตัว มีประชุมไม่ใช่เหรอคะ จี๊ดอยากทำงาน ไม่อยากเอาเรื่องส่วนตัวมาทำให้เสียงานค่ะ”

จี๊ดผละเข้าไปข้างใน เทวัญมองตามอย่างหงุดหงิด อีกสักพักเทวัญเข้ามาในห้องทำงานของตัวเอง ไม่ทันจะลงนั่งดิบดีก็มีสายโอนเข้ามาว่า คุณมารศรีต้องการพูดด้วย...

มารศรีอ้างตัวเป็นเพื่อนเก่าของดิ่งก่อนจะนัดพบเทวัญนอกบริษัท เธอใส่ไฟเรื่องดิ่งกิ๊กกับจี๊ด ยืนยันเห็นกับตาว่าสองคนนี้มีสัมพันธ์กันไม่ธรรมดา เทวัญรู้สึกไม่พอใจแต่ยังข่มอารมณ์ ทำทีเป็นไม่เชื่อ

“ก็ตามใจ ลองคิดดูให้ดีนะ ถ้าฉันกุเรื่องขึ้น ฉันไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้เลย แล้วฉันจะทำทำไม”

“คนเราทำอะไรโดยไม่มีเหตุผลไม่ได้”

“เพราะฉันไม่อยากให้เพื่อนของฉันทำผิด” มารศรีทิ้งท้ายก่อนเดินจากไป...เทวัญกำมือแน่น เคียดแค้นนายดิ่งยิ่งขึ้นไปอีก...

ส่วนที่ออฟฟิศโมเดิร์นคาร์ ใจดีบ่นกับจี๊ดอย่างแปลกใจที่เงาะไม่มาทำงาน โทร.หาก็ปิดเครื่อง...พอเห็นนายดิ่งเดินมากับยอดชาย ใจดีเลิกบ่นทันที ปรี่มาถามไถ่อาการเจ็บป่วยของดิ่ง ระหว่างนี้เองมีฝรั่งคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทุกคนด้วยภาษาอังกฤษ แล้วถามว่าใครพูดภาษาเยอรมันได้บ้าง

ปรากฏว่าทุกคนใบ้กิน ฝรั่งคนนั้นจึงถามกึ่งตำหนิว่า บริษัทไม่ได้แจ้งไว้หรอกหรือว่าตนพูดภาษาเยอรมัน ดิ่งตัดสินใจแก้สถานการณ์ในนาทีนั้น ขอโทษเขาด้วยภาษาเยอรมันที่ชัดเป๊ะ ก่อนเชื้อเชิญเข้าไปพบคุณเจตนา

ดิ่งพามิสเตอร์โยฮันน์เข้าไปข้างในแล้ว แต่พวกจี๊ดยังยืนอึ้ง ทึ่ง ช็อก...คาดไม่ถึงว่านายดิ่งจะพูดภาษาเยอรมันได้คล่องขนาดนี้

ooooooo

อ่านละคร พริกกับเกลือ ตอนที่ 5

คุณหนูจี๊ดเดินฉับๆ หน้าเหวี่ยงมาตามทางเดินในออฟฟิศ ยอดชายกับใจดีตามประกบขอให้ใจเย็นๆ ก็ถูกวีนใส่

“ไม่! วันนี้ถ้าฉันไม่ได้ความจริงจากปากนายดิ่งว่าเป็นใคร มาจากไหนกันแน่ อย่ามาเรียกฉันว่าจี๊ดอีกต่อไป!”

ทั้งยอดชายและใจดีมองหน้ากันแบบสงสัยเหมือนกันว่า นายดิ่งเป็นแค่ช่างซ่อมรถยนต์อยู่อุตรดิตถ์แต่พูดเยอรมันได้เป็นไฟ แถมสำเนียงยังเป๊ะ แม้จะคิดเข้าข้างดิ่งว่าอาจจะตอนเรียน ม.ปลายสายศิลป์ เยอรมัน แต่ก็ไม่น่าคล่องขนาดนี้

ที่หน้าห้องทำงานเจตนา เจ้าตัวกำลังเช็กแฮนด์กับโยฮันน์แล้วดิ่งก็พาโยฮันน์ไป สวนกับจี๊ด ยอดชายและใจดีที่เดินอ้าวมากันพอดี จี๊ดเรียก “นายดิ่ง!” แค่น้ำเสียง สีหน้าและท่าทางของคุณหนูจี๊ด ดิ่งก็เดาออกถามว่า อยากรู้ว่าตนพูดเยอรมันได้ยังไงใช่ไหม “ใช่!” จี๊ดตวัดเสียงแต่ไม่ทันพูดอะไรกัน เจตนาก็เอ่ยขึ้น

“มาคุยกับพ่อ ดิ่งพาโยฮันน์ไปที่ศูนย์ไป...เข้ามาสิจี๊ด”

ฟังเจตนาเล่าเรื่องดิ่งได้ทุนไปเรียนปริญญาโทวิศวะเครื่องยนต์ที่เยอรมันแต่เรียนไม่จบเพราะอกหักแล้ว จี๊ดถามว่าคุณพ่อเชื่อเขาหรือ

“เชื่อสิ เพราะพ่อรู้สึกตั้งแต่แรกแล้วว่านายดิ่งต้องไม่ใช่แค่ซ่างซ่อมรถธรรมดา” จี๊ดแย้งว่าเขาอาจโกหกก็ได้ “แต่เขาก็ไม่เคยโกหกว่าไม่ได้ทำหรือไม่ได้เป็น เพียงแต่ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องบอกเรื่องส่วนตัว”

“จำเป็นสิคะ จะมาอยู่มาทำงานกับเราเข้านอกออกในอย่างนี้ เราต้องรู้ข้อมูลของเขา” จี๊ดหาเรื่องจนได้

“จี๊ด...ทุกคนต่างมีมุมส่วนตัวที่ไม่อยากให้ใครรู้ทั้งนั้น และพ่อก็ถือว่ามันเป็นสิทธิ์ของเขาที่จะไม่เปิดเผย สำหรับนายดิ่ง มุมส่วนตัวที่ปกปิดไม่เคยทำร้ายเราเลย...มีแต่ช่วยกู้สถานการณ์เราทั้งนั้น”

“กู้สถานการณ์?????” จี๊ดแปลกใจกับคำนี้มาก

ส่วนยอดชายกับใจดีที่พุ่งไปหารัตนาทันทีที่จี๊ดเข้าไปคุยกับเจตนาในห้อง ทำงาน ฟังรัตนาชี้แจงเรื่องที่ให้ดิ่งไปเป็นล่ามให้โยฮันน์ เพราะล่ามที่ติดต่อไว้ป่วยกะทันหัน เจตนารู้ว่าดิ่งพอพูดเยอรมันได้เลยให้เป็นล่ามแล้วก็หายสงสัย

เมื่อจี๊ดคุยเสร็จออกมา เจตนาตามออกมาเรียกยอดชายกับรัตนาเข้าไปคุยต่อ ใจดีเลยเข้าประกบจี๊ดเม้าท์ต่อทันที จี๊ดยังอารมณ์พลุ่งพล่านไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินได้ฟัง เพราะยังมีบางอย่างที่ตนไม่ไว้ใจดิ่ง

“เออ! ทีคนไม่ดีล่ะเชื่อนักว่าเขาดี” ใจดีประชด จี๊ดถามว่าหมายถึงเทวัญอีกแล้วใช่ไหม “แกน่ะตายกับคนปากหวาน แค่เขาพ่นมาสองสามคำแกก็หลับหูหลับตาเชื่อและคิดว่าเขาเป็นคนดี”

“ก็ฉันรักเขา!” จี๊ดเชิดอย่างถือดี

“ไม่ใช่ เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าจีบแก มีแต่พี่เทวัญที่กล้าและยอมตามใจแกทุกอย่าง...แกเลยคิดว่านี่แหละคือความ รัก” ใจดีพูดตรงเสียจนจี๊ดอึ้ง

ooooooo

ขณะดิ่งกำลังเป็นล่ามให้โยฮันน์ในการอธิบายลักษณะการทำงานของเครื่องยนต์ อยู่นั้น แต๋วมาบอกว่า ยอดชายเรียกไปพบ ดิ่งขอเวลากับโยฮันน์ บอกว่าอีกสักครู่จะกลับมา

เวลาเดียวกัน เทวัญไปหาจี๊ดที่ฝ่ายการตลาด พูดหน้าเครียดๆ ว่ามีเรื่องจะคุยด้วย จี๊ดบ่นว่าทำไมต้องหัวเสียด้วย หมู่นี้ทำตัวแปลกๆ เทวัญทำเสียงเข้มว่า “จี๊ดก็ทำตัวแปลกไป อย่าให้พี่ต้องแฉนะ!”

“พี่เทวัญ! จี๊ดทำอะไรไม่ดีที่พี่ต้องใช้คำว่าแฉ!” จี๊ดเสียงดังจนเทวัญรีบจูงมือออกไปข้างนอก

ใจดีเป็นห่วงจี๊ด รีบตามไป ส่วนพนักงานที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันซุบซิบๆตามประสา

ใจดีเดินอ้าวไป ดิ่งสวนมาถามว่าหาใครหรือ ใจดีเล่าอย่างตื่นเต้นว่า จี๊ดกับเทวัญเหมือนจะมีเรื่องกัน ไม่รู้เทวัญไปอารมณ์เสียมาจากไหน จู่ๆก็คว้ามือจี๊ดออกไป บอกดิ่งว่าตนเป็นห่วงเพื่อนแล้วรีบเดินไป ดิ่งเป็นห่วงจี๊ดเลยตามไปด้วย

ooooooo

อ่านละคร พริกกับเกลือ ตอนที่ 4-5 วันที่ 8 ส.ค. 55

ละคร พริกกับเกลือบทประพันธ์โดย : ชูวงศ์ ฉายะจินดา
ละคร พริกกับเกลือบทโทรทัศน์โดย : ปิยะมาศ
ละคร พริกกับเกลือกำกับการแสดงโดย : มารุต สาโรวาท
ละคร พริกกับเกลือแนวละคร : ดราม่า
ละคร พริกกับเกลือผลิต : บริษัท มาสเคอเรด จำกัด โดย : มารุต สาโรวาท
ละคร พริกกับเกลือออกอากาศทุกวันศุกร์ เสาร์ และวันอาทิตย์ ทางช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ
พริกกับเกลือ เริ่มออกอากาศตอนแรกวันศุกร์ ที่ 3 สิงหาคม 2555 (ต่อจากปิ่นอนงค์)
ที่มา ไทยรัฐ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น